ยุบสภาดีกว่าถอยหลังลงคลองไปสู่ปี ’49 | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon
ยุบสภาดีกว่าถอยหลังลงคลองไปสู่ปี ’49
ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็มีมติให้คุณแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปอย่างที่คนจำนวนมากคาดการณ์ และในอีกไม่กี่สัปดาห์ ศาลรัฐธรรมนูญก็คงตัดสินให้คุณแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ประเทศไทยต้องหานายกฯ ใหม่ซึ่งเสี่ยงจะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองรอบใหม่ทันที
ถ้าถามว่าสุญญากาศทางการเมืองที่ว่านี้คืออะไร
คำตอบง่ายๆ คือการปิดฉากบทบาททางการเมืองของตระกูลชินวัตร, การสกัดการเติบโตของพรรคประชาชน และการสร้างสุญญากาศเพื่อทำให้ระบอบการปกครองกลับไปมีการใช้อำนาจแบบระบอบเก่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในภาวะปัจจุบัน
ผมเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลข้ามขั้วและการทำหน้าที่ของคุณแพทองธารมานาน
แต่ผมต้องย้ำด้วยว่ากระบวนการกำจัดคุณแพทองธารไม่ใช่กระบวนการปกติ
และทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของคนกลุ่มเดิมที่จะทำให้ “รัฐประหารไม่เสียของ” ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2549 จนปัจจุบันและอนาคต
สรุปสั้นๆ สังคมไทยกำลังเจอการเมืองแบบรื้อถอนความเป็นประชาธิปไตย (De-democratization) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นการแต่งองค์ทรงเครื่องให้ระบอบที่ประชาธิปไตยถดถอยลง (Democrartic Backsliding) ขณะที่สถาบันซึ่งไม่ใช่ประชาธิปไตยเติบโตสู่ทิศทางอำนาจนิยมมากขึ้นทุกวัน
ด้วยเหตุที่คำร้องคดีคลิปฮุน เซน เป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรง สิ่งที่จะเกิดต่อไปคือ ป.ป.ช.ไต่สวนว่าคุณแพทองธารเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ จากนั้น ป.ป.ช.ก็ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯ วินิจฉัย และโทษคุณแพทองธารมีทั้งตัดสิทธิเลือกตั้ง หรือตัดสิทธิดำรงตำแหน่งการเมืองตลอดชีวิตไปเลย
ต้องย้ำอีกครั้งว่าคดีจริยธรรมและการให้อำนาจศาลเอาผิดทางจริยธรรมเพิ่งเกิดในรัฐธรรมนูญ คสช. อำนาจศาลแบบนี้จึงเป็น “นิติสงคราม” ซึ่งเป็นมรดกจากการรัฐประหารที่ทำให้คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถูกตัดสิทธิ, คุณเศรษฐา ทวีสิน หลุดนายกฯ ส่วนคุณแพทองธารและ 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลกำลังจะมีชะตากรรมคล้ายกัน
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตอนนี้ ป.ป.ช.สอบสวน 44 อดีต ส.ส.ก้าวไกลคดีเสนอแก้กฎหมายอาญา ม.112 จนการให้ปากคำของ 44 ส.ส.เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคืออนุกรรมการสอบสวนเสนอเรื่องเข้า ป.ป.ช.ชุดใหญ่
และถ้า ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติฟ้องศาลฎีกาฯ 44 ส.ส.ก้าวไกลก็ต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
ถ้าศาลตัดสิทธิการเมืองคุณแพทองธารตลอดชีวิต อนาคตทางการเมืองของตระกูลชินวัตรก็อวสาน และพรรคเพื่อไทยก็อวสานตามไปด้วย
แต่ต่อให้ศาลฎีกาฯ ไม่ตัดสิทธิทางการเมือง คุณแพทองธารก็มีโอกาสจบแบบคุณเศรษฐาที่ต่อให้ศาลยังไม่ตัดสิทธิการเมือง คุณเศรษฐาก็ไม่กล้ากลับมาทำอะไร
คดีคุณเศรษฐาตอนนี้อยู่ในมือ ป.ป.ช. และการสอบสวนก็เดินหน้าอยู่ เส้นทางสู่การตัดสิทธิทางการเมืองคุณเศรษฐาจึงยังไม่จบ เหลือเพียงแต่รอให้กระบวนการสุดท้ายเสร็จสมบูรณ์เท่านั้นเอง
ทั้งหมดนี้คือการทำลายแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยไปทีละคนหลังทำลายแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคก้าวไกล, ยุบพรรคชนะอันดับ 1 และขัดขวางไม่ให้พรรคชนะเลือกตั้งได้ตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคและผู้มีอำนาจฝ่ายเดียวกับกลุ่มรัฐประหาร 2549 และ 2557 ไม่เคยได้รับผลกระทบอะไรเลย
ทันทีที่สภาต้องเปิดประชุมเพื่อเลือกนายกฯใหม่ พรรคเพื่อไทยย่อมต้องเสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” ชิงนายกฯ และต้องถูกพรรคต่างๆ ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีแลกเสียงโหวตนายกฯ อย่างหนัก
และจะหนักขึ้นหากพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพลังประชารัฐเสนอแคนดิเดตนายกฯ ชิงนายกฯ กับเพื่อไทยด้วยพร้อมกัน
แน่นอนว่าลำพังเสียงภูมิใจไทยและพลังประชารัฐไม่พอต่อการชนะโหวตนายกรัฐมนตรี แต่ทั้งสองพรรคมีศักยภาพพอที่จะทำให้เพื่อไทยได้เสียง ส.ส.ไม่มากพอจะชนะโหวตนายกฯ ยังไม่ต้องพูดว่าตัว “ชัยเกษม” ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะได้เป็นนายกฯ เพราะเพื่อไทยสนับสนุนจริงหรือไม่ด้วยเช่นเดียวกัน
อาจารย์ชัยเกษมเป็นหนึ่งในเพื่อไทยไม่กี่คนที่เชื่อถือได้ในปัจจุบัน แต่ “ชัยเกษม” ย่อมทราบดีว่าคุณทักษิณไม่เคยไว้ใจใครที่ไม่ใช่ Inner Circle ของชินวัตรหรือจักรวรรดิชิน-ดา-วงษ์ ยิ่งไปกว่านั้นคือ “ลมฟ้าอากาศ” ทางการเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยความกดอากาศสูงที่จะกดทุกคนในฝ่ายคุณทักษิณให้ต่ำลง
ยิ่งคิดถึงคดีคุณทักษิณก็ยิ่งเห็นปัญหาที่จะเกิดกับทุกคนซึ่งรับตำแหน่งนายกฯ ต่อจากคุณแพทองธาร และยิ่งคำนึงถึงตัวเลขอันตราย 3 จาก 5 ก็ยิ่งเห็นความสยดสยองของฉากการเมืองที่จะตามมามากขึ้น
จนไม่แปลกที่อาจารย์ชัยเกษมจะให้สัมภาษณ์แบบอิดออดทั้งที่มีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรี
หากการเลือกนายกฯ สำเร็จอย่างที่คุณทักษิณต้องการ คณะรัฐมนตรีที่ขี้เหร่อยู่แล้วในชุดที่เพิ่งถวายสัตย์ก็จะยิ่งขี้เหร่ยิ่งขึ้นไปอีก
แต่ถ้าการเลือกนายกฯ ไม่สำเร็จอย่างที่คุณทักษิณวางแผน สภาตกลงหานายกฯ ใหม่ไม่ได้ กระบวนการโหวตนายกฯ ที่เนิ่นช้าจะยิ่งทำให้ประเทศเข้าสู่สุญญากาศทางการเมือง
ถ้าถามว่าสุญญากาศคืออะไร
คำตอบคือสร้างสถานการณ์ให้ประเทศไม่มีทางได้นายกฯ ที่มีอำนาจเต็ม
จะยุบสภาก็ไม่ได้โดยอ้างว่ารักษาการนายกฯ ไม่มีอำนาจ หาทางให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะจนรักษาการนายกฯ หลุดจากตำแหน่งไปด้วย และในที่สุดก็มีเงื่อนไขให้อำนาจพิเศษจะแทรกแซงเข้ามา
ไม่ใช่ความลับว่าเริ่มมีการพูดถึงมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าคือทางออกของประเทศ
และไม่ใช่ความลับเช่นกันว่าเนื้อหาของมาตรา 5 ในรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามตินั้นถูกตัดออกไป 4 ย่อหน้าโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อความที่ตัดไป 4 ย่อหน้าคืออะไรเป็นเรื่องซึ่งทุกคนหาได้เอง
แต่ข้อความมาตรา 5 ส่วนที่เหลือคือ “เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
ควรระบุด้วยว่าแกนนำกลุ่มต่อต้านแพทองธารบางคนพูดถึงมาตรา 5 เปิดเผยขึ้นทุกวัน ประเทศไทยวันนี้จึงเสี่ยงกลับไปสู่สถานการณ์แบบปี 2549 ที่คนหลายกลุ่มสร้างทางตันเพื่อผลักดันมาตรา 7 ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายกับมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
เพื่อยุติความกังวลทหารจะรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนรัฐบาล แนวคิดนี้อ้างว่ามาตรา 5 เป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ทหารจึงไม่จำเป็นต้องรัฐประหารเพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่ก็สามารถได้รัฐบาลแบบที่ทหารต้องการโดยไม่ใช้กำลังต่อไปอีก
และนั่นคือ Road Map ที่คนบางกลุ่มคิดในปัจจุบัน
คุณแพทองธารเป็นนายกฯ ที่ประชาชนไม่ไว้ใจจนไม่ควรเป็นนายกฯ ต่อไป แต่การกดดันให้คุณแพทองธารลาออกโดยไม่ยอมยุบสภาคือความจงใจสร้างวิกฤตของการหานายกฯ ไม่ได้จนไปสู่จุดหมายเรื่องใช้มาตรา 5 ซึ่งในที่สุดก็คือการรัฐประหารเงียบโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารเท่านั้นเอง
ทางออกเดียวที่จะพาประเทศออกไปจากวงจรนี้คือการยุบสภา กลุ่มไล่แพทองธารจึงกลายเป็นคนที่ต่อต้านการยุบสภาเหมือนพรรคเพื่อไทยไปในที่สุด เพราะการยุบสภาคือการผ่าทางตันโดยเซ็ตซีโร่ให้ประเทศได้ความชอบธรรมจากอำนาจการเมืองผ่านการเลือกตั้งใหม่เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ต่อไป
ปัญหาคือแนวทางรีเซ็ตประเทศกลับไปปี 2549 จะสำเร็จอย่างไร?
คำตอบง่ายๆ มีปัจจัย 2 ข้อที่ปีนี้ไม่เหมือนปี 2549 จนสร้างทางตันได้ยาก ปัจจัยแรกคือพรรคอันดับ 1 คือพรรคประชาชนซึ่งไม่ยอมรับอำนาจนอกระบบ ตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ล้มเลือกตั้งจนนำไปสู่รัฐประหารตลอดเวลา
สำหรับปัจจัยข้อ 2 ไม่ใช่เรื่องที่ควรกล่าวในตอนนี้ แต่เป็นเรื่องที่จะทำให้การหมุนประเทศกลับยากขึ้นหลายเท่าตัว
ทางออกที่คุณทักษิณจะรักษาอำนาจได้มากที่คือคุณแพทองธารไม่ลาออกไม่ยุบสภา แต่วิธีนี้จะทำให้ประเทศเสียหายที่สุด และคุณทักษิณจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการไปด้วย ทางออกที่ดีสำหรับประเทศจึงได้แก่การยุบสภาเพื่อสร้างความชอบธรรมของอำนาจรัฐใหม่ในทันที
ทั้งคุณทักษิณและฝ่ายต่อต้านคุณทักษิณกำลังกำหนดอนาคตประเทศว่าจะถอยหลังลงคลองลงไปแค่ไหนจากเดิม
