bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (132)

16.07.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (132)

รับงาน ‘ร้อน’-หัวหน้าสายสืบ

พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว มาดำรงตำแหน่ง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอสิงหนคร เป็นคนแรก ส่วนหัวหน้าสถานีคนก่อนอยู่ในระดับ รอง ผกก.สภ.อ.สิงหนคร คือ พ.ต.ท.กระจ่าง สุวรรณรัตน์

พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ชื่อนี้สำคัญไฉน นอกจากจะมาเป็นผู้บังคับบัญชาของผมแล้ว ผมเคยพบมาก่อนถึง 2 ครั้ง และฝากรอยจำจนฝังใจไม่ลืม

ครั้งแรก ร.ต.ต.ชำนาญ เครือบัว เป็นผู้บังคับหมวด กองร้อยที่ 1 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และปกครอง นรต.รุ่น 35 ขณะนั้นผมยังเป็นนักเรียนใหม่ ความทุกข์ทรมานที่ผมได้รับจากการทำโทษ และถูกกักบริเวณไม่ได้ออกจากโรงเรียน ผมไม่เคยมีวันลืมได้ลงเลย

จนผมไปฝึกหัดปฏิบัติราชการเมื่ออยู่ชั้นปีที่ 4 ที่ สน.ชนะสงคราม คราวนี้ ร.ต.ท.ชำนาญ เครือบัว รอง สวป.สน.ชนะสงคราม ไม่จวกพวกผมเหมือนเป็นนักเรียนใหม่แล้ว แต่ผมยังรู้สึกเข็ดขยาดอยู่

ในการพบกันครั้งที่ 2 ชั่วเวลาสั้นๆ เพียงเดือนเศษๆ และหายไปนานเกือบ 15 ปี แล้วได้มาทำงานร่วมกัน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทุกคนกลายเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่กันแล้ว

พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว อดีต สวญ.สน.ดอนเมือง มาดำรงตำแหน่งครั้งนี้ควบ 2 หน้าที่เลย คือ เป็นทั้งผู้กำกับการสถานีตำรวจ และเป็นหัวหน้าสำนักงาน ของ พล.ต.ท.กิตติโชค แสงนิล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9

ตอนเช้าผู้กำกับชำนาญไปทำงานที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ฝั่งอำเภอเมืองสงขลา ตอนบ่ายข้ามฝั่งมาโรงพักสิงหนคร

การทำหน้าที่จึงต้องแบ่งมอบให้รองผู้กำกับและสารวัตรช่วยรับภาระ

และวันแรก พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว มาในชุดที่แปลกตาเมื่ออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวผูกไทสีสดใส ในมาดนักธุรกิจ เพราะในยุคนั้นเป็นยุคกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ ความทันสมัย ทันโลก ที่ต้องหมุนตามให้ทัน เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญกันมาก ที่ทำงานของตำรวจหลายแห่ง จึงปรับเปลี่ยนลุกซ์ใหม่ ให้ดูทันสมัย หันมาสวมเชิ้ตขาวผูกไท แทนเครื่องแบบ เท่ไปอีกแบบ

ผู้กำกับชำนาญเรียกประชุมนายตำรวจทันที ซึ่งมีไม่มากนัก เพราะสิงหนครไม่ใช่โรงพักที่ใหญ่โตอะไร

1. พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.

2. พ.ต.ท.ธเนศ ธนนิมิต รอง ผกก. (ป.)

3. พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผกก. (สส.)

4. พ.ต.ท.มนัส ยุทธการกำธร สวส.

5. พ.ต.ท.สัมบูรณ์ บัวสิงห์ สวป.

6. ร.ต.อ.เจริญ อินทรศรี รอง สวป.

7. ร.ต.อ.วิเชียร สรรพพันธ์ รอง สวป.

8. ร.ต.อ.สนั่น คีรินทร์ รอง สวป.

9. ร.ต.อ.บัญชา อุ่นเสียม รอง สว.ธร.

10. ร.ต.อ.คณิต รัตนมณี รอง สวส.

11. ร.ต.อ.สมพร ขัติยะ รอง สวส.

12. ร.ต.ท.อภิชัย กรอบเพชร รอง สวส.

การประชุมก็มีการแนะนำ ทำความรู้จักและพูดคุยกันถึงข้อมูลปัญหาต่างๆ ในสิ่งที่ควรจะต้องประชุมกัน ซึ่งผมไม่พูดถึง แต่เรื่องที่สำคัญของผมมาถึง เมื่อผู้กำกับชำนาญสอบถามว่า ใครจะเป็นหัวหน้าสายสืบของโรงพักสิงหนคร ซึ่งควรจะเป็นระดับรองสารวัตร

แต่เมื่อชี้ไปที่ใครคนไหนก็ปฏิเสธไม่มีใครรับสักคน จนมาถึงระดับสารวัตร สารวัตรมนัสปฏิเสธ รวมทั้งสารวัตรสัมบูรณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของผมและตามกันมาจากโรงพักเมืองสตูล ก็ไม่เอา ไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าสายสืบ ท่านรองธเนศก็ไม่รับแล้ว จะเกษียณอายุราชการอีกไม่กี่วัน

แล้วหวยก็มาออกที่ผม ผู้กำกับชำนาญชี้มาที่ผม “ไอ้วีณ มึงนั่นแหละเป็นหัวหน้าสายสืบ”

ทุกคนโล่งอกไปตามๆ กัน ผมปฏิเสธไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องรับ เพราะไม่มีใครแล้ว

ทำไมถึงไม่มีใครอยากเป็นหัวหน้าสายสืบโรงพัก เพราะตำรวจในพื้นที่เล่าให้ฟังว่า คนในพื้นที่นี้เป็นคนแรงมาก จะผิดหรือถูกก็ไม่เคยยอมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงขนาดนายตำรวจที่เคยเป็นอดีต สวป. กับอีกคนเคยเป็นรอง สวป. ถูกชาวบ้านรุมทำร้ายกระดูกหักมาแล้ว

เป็นข้อมูลที่ผมรับรู้มาจากตำรวจในพื้นที่ นายตำรวจที่ประจำอยู่ที่นี่รู้เรื่องนี้มาก่อน จึงไม่อยากเอาคอไปพาดเขียง

ผมจึงต้องทำหน้าที่เป็นรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ทั้งทำสำนวนการสอบสวน ตรวจสำนวนการสอบสวน และเป็นหัวหน้าสายสืบอีกตำแหน่ง สืบจับผู้ร้ายไปทีเดียวกันเลย

คำสั่งตั้งชุดสืบสวนของโรงพักจึงออกมาโดยผู้กำกับชำนาญลงนาม นับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2539

ชุดสืบสวนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำกับผมเมื่อผมอยู่สิงหนคร เป็นชุดทำงานที่เหน็ดเหนื่อยตรากตรำ ลำบากยากเข็ญมาด้วยกัน

1. นายดาบตำรวจครรชิต ศิริรัตนพันธ์

2. นายดาบตำรวจคม วรรณมาศ

3. จ่าสิบตำรวจสิงห์ทอง สิงหเดช

4. จ่าสิบตำรวจประเทือง ธรรมปัญญาสกุล

5. สิบตำรวจเอกประเสริฐ จิตรานนท์

6. สิบตำรวจตรีสุพจน์ เกษแก้ว

7. สิบตำรวจตรีบุญตา โสภา

8. สิบตำรวจตรีมานพ ด้วงเอียด

ชุดสืบสวนมีรถยนต์กระบะเป็นยานพาหนะประจำชุดที่ใช้ในการทำงาน จ.ส.ต.สิงห์ทอง สิงหเดช เป็นพลขับ ทุกครั้งที่ผมออกไปทำงานกับชุดนี้ ผมจะนั่งกระบะท้ายร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนทั้งหมด มีเพียง จ.ส.ต.สิงห์ทองขับรถอยู่ด้านหน้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

ผมไม่เคยไปนั่งด้านหน้าร่วมกับพลขับซึ่งมีแอร์เปิดเย็นฉ่ำแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าฝนจะตกจนเปียกขนาดไหน แดดจะร้อนเพียงใด หรืออากาศจะหนาวเย็น ผมก็จะนั่งอยู่กระบะท้ายทุกเวลาที่ออกทำงาน

ทำไมผมจึงต้องทำตัวให้ลำบากเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ผมเป็นนายตำรวจคนเดียวในชุดสืบสวน มียศเป็นพันตำรวจโทและเป็นรองผู้กำกับการ แต่นั่งกระบะท้ายร่วมกับตำรวจเด็กๆ ยศสิบตำรวจเอกและสิบตำรวจตรี

เหตุผลที่ผมทำเช่นนั้น เพราะผมถือว่า ตำรวจในชุดสืบสวนที่ทำงานร่วมกันเป็นตำรวจเหมือนกับผม มีความตั้งใจจะทำให้พื้นที่ตรงนี้มีความปลอดภัย ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข

ผมจึงควรทำตัวให้เหมือนกับทุกคน ยิ่งผมเป็นผู้นำ ต้องออกคำสั่งเพื่อให้งานสำเร็จ และต้องไม่มีการสูญเสียไม่ว่าจะพบวิกฤตแค่ไหน นั่นเป็นเป้าหมายที่เชื่อว่าทุกคนต้องการ

ผมต้องไม่เอาเปรียบลูกน้องในทุกกรณี และต้องเสียสละเสมอ ความสบายเล็กๆ น้อยๆ

ผมไม่ต้องการ การเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่างและไม่มีอยู่ในหัวของผมเลย ผมต้องเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับลูกน้อง เป็นเนื้อเดียวกับลูกน้อง และดูแลทุกคนให้ทำงานอย่างมีความสุข สนุกกับการทำหน้าที่ ไม่ต้องอึดอัดระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ปกติตำรวจก็ต้องเกรงใจผมอยู่แล้ว

ผมต้องการตัดช่องว่างออกไปให้เหลือน้อยที่สุดจนไม่มี ทุกคนจึงทำงานสนุก อยากทำงาน และทำอย่างเต็มกำลังความสามารถ มีความสบายใจ และสุขใจที่ได้ไปทำงาน

ชุดสืบสวนของผมทำงานทุกวัน แทบจะไม่มีวันหยุด ไม่รู้ว่าวันไหนวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ตี 5 ทุกเช้าจะนัดออกไปตรวจค้นจับกุม จับผู้ต้องหาได้ทั้งอาวุธปืน มีดปลายแหลม สนับมือ เฮโรอีน กัญชา แก๊งลักรถ หรือจับผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้างเก่า บางครั้งจับผู้ต้องหาได้จนร้อยมาเป็นพวงตั้งแต่ 2-3 คน หรือเป็นสิบคน มาส่งที่โรงพักให้ร้อยเวรดำเนินคดี

ลงมือทำงานตั้งแต่เช้ามืด จนเสร็จภารกิจเมื่อช่วงสายๆ ผมจะพาชุดสืบสวนนี้ไปกินกาแฟ ปาท่องโก๋ อาหารเช้า แล้วแยกย้ายกลับที่พักไปอาบน้ำเพื่อแต่งเครื่องแบบมาทำงานที่โรงพัก เลิกงานตอนเย็น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย