กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น
จริงหรือที่ว่าเด็กรุ่นใหม่
‘หันขวา’ มากขึ้น?
วันก่อน ตั้งวงคุยกับคน “Gen Y” เรื่องอนาคตการเมืองของประเทศ
หนึ่งในประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาร่วมกันวิเคราะห์คือ : จริงไหมว่าคนรุ่นใหม่ (ทั้งไทยและประเทศอื่น) ทุกวันนี้ “หันขวา” มากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน (เช่น เบบี้บูมเมอร์อย่างรุ่นผม)
นำไปสู่การถกแถลงด้วยคำถามชุดใหญ่ว่า
เด็กยุคใหม่ขวาแล้วไง? ขวาแบบไหน? ขวาทำไม? แล้วไทยจะเอาไงต่อดี?
เมื่อก่อน ถ้าพูดถึง “วัยรุ่น” ใครๆ ก็คงนึกถึงกลุ่มคนหัวร้อน ชอบต่อต้านรัฐ ไล่เผารูปผู้นำ รักประชาธิปไตย กรี๊ดใส่เสรีภาพ และพร้อมจะไล่ “อำนาจนิยม” แบบไม่มีพัก
เกิดข้อสังเกตว่าอะไรๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างน่าสังเกต
เพราะเด็กยุคใหม่ไม่ใช่เด็กซ้ายอีกต่อไป
แต่กำลังหันขวาแบบ “เต็มพิกัด”!
วัยรุ่นขวา? หูฝาดหรือเปล่า?
ไม่ผิดหรอก! นักวิจัยสังคมบางสำนักบอกว่าวัยรุ่นยุคดิจิทัลในหลายประเทศ-รวมถึงบ้านเรา-กำลังหลงรักแนวคิด “ขวาๆ” กันแบบแอบๆ บ้าง ออกนอกหน้าบ้าง
หรือบางคนก็บอกตรงๆ ว่า “กูขวา แล้วไงล่ะ?”
และต้องถามต่อว่าถ้าจริงมันคือขวาแบบไหน?
หนึ่งในวงสนทนาบอกว่า “ที่แน่ๆ คือมันไม่ใช่ขวาแบบลุงๆ อีกต่อไป”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลาใครพูดคำว่า “ขวา” ก็จะคิดถึงค่านิยมเรื่องศีลธรรม เชื่อเรื่องบุญบารมี
และที่สำคัญคือต้องเชื่อว่าคนดีต้องปกครองบ้านเมือง
อ้าว แล้วมันไม่ถูกต้องตรงไหน
ยิ่งคุยต่อยิ่งเผ็ดร้อน
บางคนบอกว่ายุคนี้ “ขวาเก่า” กลายเป็นของตกยุค ส่วน “ขวาใหม่” โผล่ขึ้นมาพร้อมแววตาที่มั่นใจ กดมือถือไถฟีด TikTok ไป บ่นเรื่องปัญหาพม่า ลาว เขมรไปพร้อมๆ กันด้วย
พวกเขาไม่อินกับศาสนา ไม่สนคณะสงฆ์ แต่ก็ไม่เอารัฐประหารด้วย
แถมยังพูดว่า “ประชาธิปไตยสิครับพี่น้อง” แต่ก็หมายถึงประชาธิปไตยแบบ “เสียงข้างมากต้องชนะเท่านั้น ใครแพ้ก็เงียบไป”
นั่นแหละ… ขวายุคใหม่ ใช่หรือเปล่า?
โลกเปลี่ยน โควิดอาละวาด, ทรัมป์ขึ้นภาษีทั่วโลก, สงครามยูเครนไม่ยอมเลิก
เด็กรุ่นใหม่เบื่อ “โลกสวย”
ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้มีแค่ในไทย
ในอเมริกา วัยรุ่น GOP กำลังสร้างคลื่นลูกใหม่ด้วยมุขตลกแสบๆ คันๆ ใน TikTok
ที่เกาหลีใต้ เด็กผู้ชายหลายคนก็ “หันขวา” หนีแนวคิดเฟมินิสต์แบบไม่แคร์สายตาใคร
อินเดียก็มีคลื่นเยาวชนฮินดูสุดโต่งพุ่งแรงในมหาวิทยาลัย
แม้แต่ในอังกฤษ พรรคอนุรักษนิยมก็หันมาใส่เสื้อฮู้ดทำคอนเทนต์ให้วัยรุ่น!
วัยรุ่นทั่วโลกกำลังตั้งคำถามว่า…
“เสรีภาพ? เท่าเทียม? รัฐสวัสดิการ? ฟังดูดี… แต่ทำไมเรายังจนอยู่ดี?”
พอซ้ายพูดถึงความหลากหลาย บางคนก็รู้สึกว่า “แล้วเราล่ะ? ใครเห็นหัวพวกเราบ้าง?”
พอขวาเสนอคำตอบแบบชัดๆ สั้นๆ เช่น
“กลับไปหาชาติ ศาสนา ครอบครัว”
“ทำงานหนักแล้วจะได้ดี”
“คนอ่อนแอก็ต้องพ่ายแพ้”
อีกคนในวงเสวนาโพล่งขึ้นมาว่าขวาใหม่ในไทย… แรงกว่าเดิม แต่หน้าเด็ก
ขวาไทยรุ่นใหม่ไม่นับถือพระ ไม่เคารพผ้าเหลือง แต่ถือความภูมิใจใน “ความเป็นไทย” แบบสุดหัวใจ
เชียร์การเลือกตั้ง แต่เกลียดฝ่ายค้าน
รักประชาธิปไตย แต่รำคาญ NGO
รังเกียจคอร์รัปชั่น แต่ไม่ไว้ใจนักข่าวที่ตั้งคำถามตรงๆ แรงๆ
ชอบอิสราเอล เชียร์ทรัมป์ หมั่นไส้จีน
อยากให้ไทยเป็นเจ้าโลก หรืออย่างน้อยก็เป็น Middle Power หรือ “พี่ใหญ่ของอาเซียน”
นี่ไม่ใช่ขวาแบบคุณลุงที่ดูข่าวเจ็ดสี แต่เป็นขวาแบบเด็กเนิร์ดสายดิจิทัล ที่สร้าง meme เชียร์ขวาแบบฮาๆ แต่จริงจังน่ากลัวอย่างเหลือเชื่อ
แล้วรัฐไทยทำอะไรอยู่?
เสียงจากแถวหลังของวงสนทนาบอกขอสปอยล์หน่อย : ยังไม่พร้อมเลยสักอย่าง
ไม่มีนโยบายชัดเจนเรื่อง “ค่านิยมของรัฐไทย” คืออะไร
ไม่มีกฎหมายจัดการอาชญากรรมจากความเกลียดชัง
กระบวนการยุติธรรมหลายส่วนยังแอบเลือกข้าง หรือบางทีก็ทำกันอย่างโจ่งแจ้ง ไม่กลัวกรรมตามทัน
แถมบางทีรัฐเองก็เป็นคนปลุกปั่นเสียเอง
มีคนตั้งคำถามว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะทำอะไรได้บ้าง?
จะห้ามเด็กคิดขวา ไม่ว่าจะขวาน้อยขวามาก ก็คงไม่ไหว เพราะทุกคนมีสิทธิ์คิด
ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นกลางวงว่า “สิ่งที่เราทำได้คือ…
คุยกันแบบไม่ชี้หน้าด่ากัน”
ชวนกันตั้งคำถามว่า “ขวาแบบไหนถึงจะอยู่ด้วยกันได้?”
ไม่ให้ความเกลียดชังกลายเป็นเทรนด์
ทำให้คนรู้สึกว่า “การอยู่ร่วมกับความต่าง” ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นพลัง
และที่สำคัญ… อย่าปล่อยให้ใครใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องมือการเมืองอีกต่อไป
ถ้าอย่างนั้น…ใครอีกคนหนึ่งสวนขึ้นกลางวง : “สรุปว่าขวาก็เท่ได้ แต่อย่าขวาแบบเหวี่ยงแห ใช่ไหม?”
ทุกคนมีสิทธิ์จะขวา จะซ้าย จะกลาง หรือจะงง
แต่สังคมไทยจะอยู่รอดได้ ต้องไม่ปล่อยให้ “ความขวา” ในความหมายคับแคบกลายเป็นใบเบิกทางให้ความเกลียด ความกลัว และความรุนแรง
ประเทศไทยเคยมีเสน่ห์เพราะความหลากหลาย
อย่าให้เรากลายเป็นประเทศที่ใครเห็นต่างนิดเดียวแล้วโดนหาว่า “ไม่รักชาติ”
ขวาหรือซ้ายก็มีเฉดสีมากมายหลายเฉด
ทำไมประเทศไทยซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการออกกฎหมายรับรองความหลากหลายทางเพศที่ก้าวหน้าที่สุดของโลกได้
แต่ไฉนจึงยอมรับเฉดสีความเห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวาไม่ได้
ช่วยบอกกันต่อๆ ไปนะว่าอนาคตของชาติ ไม่ได้อยู่ที่ใครขวากว่าใครหรือใครซ้ายกว่าใคร
แต่อยู่ที่ว่า เราอยู่ร่วมกันอย่างไร โดยไม่ฆ่ากันด้วย meme และ hate speech
คนอายุน้อยที่สุดในกลุ่มตะโกนขึ้นว่า
“คิดดูละกันนะ…ก่อนที่ “ประเทศไทย” จะเหลือแค่ meme ในหนังสารคดีต่างชาติ!”
ทําให้ผมคิดถึงประโยคยอดนิยมตอนผมยังเป็นวัยรุ่น
If You Are Not a Liberal at 25, You Have No Heart. If You Are Not a Conservative at 35 You Have No Brain.
“ถ้าคุณไม่เป็นเสรีนิยมตอนอายุ 25 แปลว่าคุณไม่มีหัวใจ
ถ้าคุณไม่เป็นอนุรักษนิยมตอนอายุ 35 แปลว่าคุณไม่มีสมอง”
ใครเป็นคนพูดประโยคยอดนิยมในยุค 60’s นี้? ผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ ยังเถียงกันไม่จบ
คำคมอมตะพันปีนี้…ก็เหมือนข้าวเหนียวหมูปิ้งตอนเช้า – ใครๆ ก็ชอบ แต่ไม่รู้ใครเป็นคนทำคนแรก
แปลคร่าวๆ อย่างนี้ได้ไหม :
ตอนคุณยังหนุ่มสาว อายุประมาณ 25 คุณควรเต็มไปด้วยอุดมการณ์สุดบรรเจิด – อยากช่วยโลกร้อน กอดต้นไม้ ต่อต้านทุนนิยม ร่วมชุมนุมการเมืองทุกครั้งโดยไม่พลาด
แต่พอคุณอายุ 35…เอาล่ะ คุณเริ่มเช็กภาษีรายได้ สนใจค่าผ่อนบ้าน กดไลก์เพจ “คนกรุงเทพฯ ไม่เอาม็อบ” และเริ่มบ่นเรื่องเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักคำว่าอดทน
มันเป็นคำพูดของคนวัยกลางคนที่เคยใส่เสื้อเช กูวารา ตอนนี้หันมาชอบใส่เสื้อโปโลเดินเล่นในห้าง
ถ้าคุณยัง “เสรีนิยม” อยู่ตอนอายุเกิน 35 ก็แปลว่าคุณอาจยังอยู่หอพัก กินมาม่า และด่าเผด็จการใน X
แต่ถ้าคุณเป็น “อนุรักษนิยม” ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ… ก็อาจแปลว่าคุณเกิดมาพร้อมพอร์ตลงทุน มีหุ้นตั้งแต่มัธยม และรู้จักคำว่า “รัฐสวัสดิการ” ว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยของคนขี้เกียจ
แต่ขอเตือนก่อนด้วยความหวังดี…ไม่ว่าคุณจะอายุ 25, 35 หรือ 85 ถ้าคุณเอาหัวข้อนี้ไปเถียงกันในวงข้าวแกงหรือโต๊ะจีน ก็เตรียมตัวแพ้ตั้งแต่ยังไม่ยกช้อน
เพราะความฉลาดที่แท้จริงคือการรู้จักหัวเราะใส่ตัวเอง (พร้อมกระซิบ “เอ็งทำเป็นหล่อทุกเรื่องไม่ได้นะโว้ย”)
แต่ถ้าอยากจะมีเรื่องเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนให้ไวรัล ก็ลองเอาหัวข้อนี้ขึ้นในกลุ่มไลน์รุ่นตัวเอง, รุ่นพ่อ และคุณปู่
รับรองทั้งลุงทั้งป้าทั้งหลานมีเถียงแน่นอน!
