จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร
วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์หลายเรื่องกล่าวถึงทหารต่างชาติต่างภาษาที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพไทยในอดีต ดังจะเห็นได้จากบทละครรำเรื่อง “อิเหนา” รัชกาลที่ 2 ทรงบรรยายถึงการจัดเตรียมทัพของเมืองกาหลัง ดังนี้
“๏ บัดนั้น เสนากาหลังทั้งสี่
มาจัดพลเร่งรัดสัสดี ยื่นบาญชีมีชื่อไพร่นาย
พวกพิการแก่ชราลาบวช หมู่หมวดกรมไหนให้จำหน่าย
ใครจะหักบาญชีหนีตาย เอาตัวนายมานั่งยั่งยืน
๏ ไพร่หลวงสมกำลังทั้งนั้น ล้วนฉกรรจ์สรรได้สิบห้าหมื่น
สารวัตรจัดกองในกลางคืน จ่ายปืนหมวกเสื้อสำหรับรบ
ทั้งมลายูหมู่ชวาอาสาจาม ตั้งกองท้องสนามตามขนบ
เกณฑ์เข้าในกระบวนถ้วนครบ สมทบทัพปันหยีอุณากรรณ”
ในบรรดาทหารเมืองกาหลังที่ถูกเกณฑ์มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย ดังข้อความว่า ‘ทั้งมลายูหมู่ชวาอาสาจาม ตั้งกองท้องสนามตามขนบ’ บรรดาทหารต่างชาติเหล่านี้เกณฑ์มาเพื่อสมทบกับทัพของปันหยีและอุณากรรณ เหตุการณ์ก่อนหน้าที่กลายเป็นชนวนสงคราม คือ ท้าวกาหลังไม่ยอมยกพระธิดาให้ท้าวจะมาหรา (พ่อหม้ายเมียตาย) ทูตท้าวจะมาหราประกาศสงคราม ปันหยีจึงอาสาป้องกันเมืองกาหลัง ทั้งยังชวนอุณากรรณออกรบ จึงเกิดการเกณฑ์ทหารข้างต้น
แม้ในตอนท้ายๆ ของบทละครรำเรื่อง “อิเหนา” กษัตริย์วงศ์เทวาทั้งสี่ คือ กุเรปัน ดาหา กาหลัง สิงหัดส่าหรี อยู่พร้อมหน้าที่เมืองกาหลังเพื่อจัดงานวิวาห์ให้อิเหนา และนางบุษบา โดยให้นางจินตะหรามาเข้าพิธีด้วย ก่อนที่ท้าวหมันหยาจะพานางเดินทางไปเมืองกาหลัง
รัชกาลที่ 2 ทรงบรรยายถึงการจัดเตรียมขบวนเสด็จว่า
“บ้างเทียมรถรัตน์อัสดร กุญชรนอกในซ้ายขวา
ประดับเครื่องเรืองระยับรจนา ล้วนจินดากุดั่นพรรณราย
อันรถประเทียบก็จัดสรร รถสนมกำนัลทั้งหลาย
ทั้งทหารอาสามามากมาย บ้างแต่งกายโอ่อวดประกวดกัน
ทั้งเหล่าฝรั่งอังกฤษ บรเทศมุหงิดมักกะสัน
จีนจามญี่ปุ่นครบครัน มลายูวิลันดาตานี
พรั่งพร้อมทุกหมู่เป็นขนัด สารวัตรตรวจตราอยู่อึงมี่
เข้ากระบวนถ้วนครบตามบัญชี คอยเสด็จภูมีจะคลาไคล”
จะเห็นได้ว่าในขบวนเสด็จของท้าวหมันหยามีรายชื่อทหารอาสาต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวกแขก เช่น มลายู ชวา มุหงิด มักกะสัน พวกจีน จาม ญี่ปุ่น ไปจนถึงพวกยุโรป อาทิ ฝรั่ง อังกฤษ วิลันดา
ข้อความว่า ‘บรเทศมุหงิดมักกะสัน’ คำว่า ‘บรเทศ’ ในที่นี้หมายถึง ต่างประเทศ คำว่า ‘บร’ มีความหมายว่า ฝ่ายอื่น บรเทศ จึงหมายถึง ดินแดน หรือประเทศที่มิใช่ของตนเอง ‘มุหงิด’ คือ ชื่อชนชาติชวามลายูในเกาะเซลีเบส ‘มักกะสัน’ เป็นชื่อชนชาติชาวอินโดนีเซียในมากัสซาร์ตอนใต้ของเกาะเซลีเบส
ส่วน ‘แขกจาม’ หรือ ‘จาม’ ในข้อความว่า ‘จีนจามญี่ปุ่นครบครัน’ เป็นชื่อชนชาติโบราณ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเวียดนามและกัมพูชา ‘วิลันดา’ ก็คือ ชาวดัตช์ หรือชาวฮอลันดานั่นเอง
แม้มีการอ้างถึงทหารต่างชาติในบทละครรำเรื่อง “อิเหนา” ซึ่งเป็นวรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ทหารอาสาเหล่านี้มีมาก่อนหน้านั้นแล้ว ดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายถึงแนวทางเกณฑ์ทหารต่างชาติ ไว้ในพระนิพนธ์เรื่อง “ตำนานการเกณฑ์ทหาร” เกี่ยวกับบุคคลที่ต้องเป็นทหารว่า
“การเกณฑ์ทหารแต่โบราณกำหนดบุคคลเปน ๓ พวก คือ ไทยพวก ๑ นักบวชพวก ๑ คนต่างชาติพวก ๑ ทาสพวก ๑” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)
ในส่วนการเกณฑ์ชาวต่างชาติมาเป็นทหารนั้น ทรงให้รายละเอียดว่า
“คนต่างประเทศแต่โบราณกำหนดเปน ๓ จำพวก คือ (๑) จำพวกที่ไปมาค้าขายชั่วคราว เปนแต่เรียกใช้ฤาเรียกเงินแทนแรงเปนครั้งเปนคราวไม่เกณฑ์เปนทหาร (๒) จำพวกที่มาตั้งภูมิลำเนาอยู่ประจำในพระนครถ้าใครสมัคก็ยอมรับเปนทหารอาสา (๓) จำพวกลูกหลานเชื้อสายของชาวต่างประเทศอันเกิดในเมืองไทย (เช่นพวกเชื้อสายโปร์ตุเกศที่อยู่กุฎีจีน) เกณฑ์เหมือนกับไทย
คนที่เปนทาสเปนเชลยนั้น จะเปนไทยฤาเปนคนชาติอื่นก็ตาม ถือว่าเปนคนชั้นเลวคล้ายกับปสุสัตว์ สำหรับแต่จะเปนบ่าวไพร่จึงเปนแต่เกณฑ์ใช้แรง ไม่ให้มีศักดิ์เปนทหาร” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)
เมื่อพิจารณาเกณฑ์ข้างต้น จะเห็นได้ว่าชาวต่างชาติที่เป็นทหารในกองทัพไทยสมัยโบราณล้วนเป็นโดยสมัครใจ ทั้งยังต้องเป็นเสรีชน เป็นไทแก่ตัว มิได้เป็นเชลยหรือเป็นทาสใคร จึงจะสามารถเป็นทหารได้
น่าสังเกตว่าทหารอาสาต่างชาติในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีหน้าที่เฉพาะต้องปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จากบทความเรื่อง “ทหารม้ารักษาพระองค์ต่างชาติของสมเด็จพระนารายณ์” จาก facebook เพจ ‘วิพากษ์ประวัติศาสตร์’
“ชาวต่างประเทศหลายชาติที่มีความสามารถทางการรบมาตั้งเป็นหน่วยราชการระดับกรม เรียกว่า ‘กรมอาสา’ เพื่อทำหน้าที่เป็นทหารรักษาพระองค์และออกรบในศึกสงคราม เช่น กรมอาสาจาม กรมอาสามอญ กรมอาสาญี่ปุ่น กรมเกณฑ์หัดอย่างฝรั่ง กรมฝรั่งแม่นปืน ฯลฯ บางชาติอาจมีการเพียงตั้งขึ้นเป็นกองทหาร ไม่ได้เป็นกรม แต่ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มีความพิเศษคือพบหลักฐานว่าจ้างชาวต่างชาติมาเป็นกองทหารม้ารักษาพระองค์โดยเฉพาะ”
มาถึงตรงนี้ทำให้นึกไปถึงบทละครรำเรื่อง “อิเหนา” ตอนพิธีแห่สระสนาน นอกจากมีกระบวนช้างแล้ว ยังมีกระบวนม้า
“๏ ขุนนางกรมม้าขี่พาชี ล้วนมีสัปทนคนกั้น
ม้าแขกฝรั่งเรียงเคียงกัน ม้าพม่ารามัญเป็นหลั่นมา”
ในที่นี้ ‘ม้าแขก ม้าฝรั่ง ม้าพม่า ม้ารามัญ’ มากันครบ หมายถึง ‘ม้า’ หรือ ‘คน’ ? ติดตามฉบับหน้า
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
