วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
ผู้นำคนใหม่หน่วยงานรัฐซึ่งสำคัญ เชื่อว่าจะเปิดโฉมหน้าในไม่กี่วันจากนี้
ในช่วงเวลากว่า 8 ทศวรรษตั้งแต่ก่อตั้ง (2485-ปัจจุบัน) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ มีผู้นำที่เรียกว่า ผู้ว่าการ รวมกันแล้ว 24 คน
ในลิสต์นั้นมี “คนใน” หรือลูกหม้อ เข้ามาสลับมีบทบาทเป็นช่วงๆ จำนวน 6 คน (โปรดพิจารณาข้อมูลประกอบ)
“คนใน” หรือลูกหม้อ อย่างที่เรียก พอนิยามได้ว่า เป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ต้นหรืออยู่นานที่สุดกว่าที่อื่นๆ หากว่าตามนี้ มีคนหนึ่งควรกล่าวถึง จะรวมอยู่ในลิสต์นี้ด้วย หรือไม่ก็ได้
เขาคือผู้ว่าการคนที่ 22 ประสาร ไตรรัตน์วรกุล มีประสบการณ์ในช่วงต้นกับแบงก์ชาตินานถึง 9 ปี (2526-2535) ถือเป็นจุดตั้งต้นสำคัญ เป็นบันไดให้ก้าวสู่บทบาทใหม่ๆ โดยเฉพาะการบุกเบิกก่อตั้ง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. จนเป็นเลขาธิการคนที่ 2 อยู่ที่นั่นถือว่านานกว่าทุกที่ถึง 11 ปี (2535-2546) จากนั้นเข้าสู่ภาคธุรกิจเอกชนอีกระยะหนึ่ง (2448-2553)
ก่อนมาเป็นผู้ว่าการ (1 ตุลาคม 2553-30 กันยายน 2558)
ผู้ว่าการคนแรกในลิสต์-พิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์ (16 สิงหาคม 2514-23 พฤษภาคม 2518) เรียกได้ว่าเป็นรุ่นบุกเบิกอย่างแท้จริง มาตั้งแต่ยุคเป็น สำนักงานธนาคารชาติไทย (2483-2485) ก่อนมาเป็นพนักงานชุดแรกตั้งแต่เปิดธนาคารแห่งประเทศไทย (10 ธันวาคม 2485)
“หนังสือที่ระลึกครบรอบ 30 ปี …ประวัติและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย” ปี 2515 เล่าเรื่องการก่อตั้งธนาคารกลางของไทยอย่างละเอียด และพัฒนาการในยุคแรกที่น่าสนใจ จัดทำขึ้นในยุคพิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์ เป็นผู้ว่าการนั้น เป็นเรื่องที่ถูกที่ควรอย่างยิ่ง ที่สำคัญเขามาอยู่ในตำแหน่งในจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทยในช่วงหนึ่ง เป็นช่วงปลายสงครามเวียดนาม ต่อเนื่องสงครามกลางเมืองในประเทศเพื่อนบ้านอันเข้มข้น ก่อเป็นกระแสซึ่งอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนในไทยด้วย ทั้งเผชิญความผันแปร และความขัดแย้งทางการเมืองไทย ขยายวงจากชนชั้นนำกลุ่มเล็กๆ สู่วงกว้างขึ้นโดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับขบวนการนักศึกษาปัญญาชน ดังภาพสะท้อนผ่านเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
เป็นที่น่าสังเกต ยุคผู้ว่าการ (คนใน) อีกบางช่วง อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นกัน นั่นคือช่วงยาวนานที่สุด (2533-2541) ซึ่งผู้ว่าการที่มาจากคนใน ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกัน แต่ทว่าเป็นช่วงที่มีผู้ว่าการถึง 3 คน
อย่างที่เคยกล่าวไว้ อ้างอิงเหตุการณ์สำคัญ การเปิดกิจการวิเทศธนกิจขึ้น (ปี 2536) ยุค วิจิตร สุพินิจ เป็นผู้ว่าการ (1ตุลาคม 2533-1 กรกฎาคม 2539) ในฐานะ “คนใน” และเป็นนักเรียนทุนคนแรก โดยขณะนั้น ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ (หลานชายผู้ว่าการคนในคนแรก-พิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (28 กันยายน 2535-17 กรกฎาคม 2538) ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อระบบเศรษฐกิจไทย
โดยไม่คาดคิดว่าจะเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ (ปี 2540) ต่อมาในไม่ช้า
ในอีกด้าน ว่าเฉพาะความเป็นไปของแบงก์ชาติ สะท้อนความเชื่อมั่นในทีมงานอย่างยิ่ง ในยุคหนึ่ง
นั่นคือบทบาทอันโดดเด่นของบรรดาทีมงานซึ่งถือเป็น “คนใน” กลุ่มหนึ่งซึ่งมีบทบาท ล้วนเป็นนักเรียนทุน (ริเริ่มในยุค ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ว่าการ 11 มิถุนายน 2502-15 สิงหาคม 2514) รุ่นราวคราวเดียวกัน พวกเขามีประสบการณ์อันเชี่ยวกรำ ผ่านช่วงเวลาสำคัญ โดยเฉพาะช่วงผลพวงวิกฤตการณ์น้ำมันโลกและปัญหาค่าเงินบาทในทศวรรษ 2520 เป็นรุ่นซึ่งทำงานในแบงก์ชาติมาแล้วกว่าทศวรรษ และเป็นช่วงพัฒนาการที่เร้าใจ ว่าด้วยการเติบโตของธนาคารใหญ่ๆ กับธุรกิจแวดล้อม ขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กเผชิญปัญหาเป็นระยะๆ จากการบริหาร
เวลานั้นทีมงานอันโดดเด่นของแบงก์ชาติหลายคน ก้าวไปมีบทบาทใหม่ๆ อย่างตื่นเต้น
อย่างกรณี ดร.ศุภชัย พาณิชภักดิ์ ออกไปโลดแล่นทางการเมือง
ดร.โอฬาร ไชยประวัติ เข้าบริหารธนาคารพาณิชย์ ต่อมาเป็นผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (2535-2542)
เอกกมล คีรีวัฒน์ ขณะเป็นรองผู้ว่าการ (2533-2538) ได้ไปบุกเบิกหน่วยงานกำกับตลาดหุ้น (ก.ล.ต.) และเป็นเลขาธิการ ก.ล.ต.คนแรก (2535-2538)
อีกคนหนึ่ง-ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ (2537-2540)
ผู้ว่าการในช่วงต่อเนื่อง วิจิตร สุพินิจ อยู่ในภาวะสั่นไหวแรกๆ ในช่วงปลายเทอมดำรงตำแหน่ง อีกสองคนต่อมาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างแท้จริง เผชิญแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่อย่างไม่เคยเกิดมาก่อน พวกเขาจึงอยู่ในตำแหน่งช่วงสั้นๆ จาก เริงชัย มะระกานนท์ (13 กรกฎาคม 2539-28 กรกฎาคม 2540) ถึง ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (31 กรกฎาคม 2540-4 พฤษภาคม 2541) จะว่าไป ด้วยแรงเสียดทานทางเศรษฐกิจที่รุนแรงมากๆ ย่อมมาถึงแบงก์ชาติ
และสะท้อนปัญหาผ่านบทบาทผู้ว่าการอย่างช่วยไม่ได้
ผู้ว่าการ (คนใน) คนล่าสุด-ดร.ธาริษา วัฒนเกส (8 พฤศจิกายน 2549-30 กันยายน 2553) นับเป็นผู้ว่าการหญิงคนแรกด้วย เข้ามาในจังหวะคาบเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างระบบการเงินในประเทศไทย ภายหลังวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ด้วย “แผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินไทย” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แบงก์ชาติมีบทบาท เปิดช่องให้มีการจัดตั้งธนาคารใหม่ระลอกใหญ่ (ปี 2547-2550) ห่างจากระลอกแรกกว่าครึ่งศตวรรษ
มีบทอรรถาธิบายที่น่าสนใจบางช่วงบางตอน (อ้างอิงจาก “การเปิดเสรีและเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย,” โดย ธาริษา วัฒนเกส-เอกสารงานวิจัยดีเด่นส่วนบุคคล หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชนและการเมือง รุ่นที่ 3 ประจำปีการศึกษาพุทธศักราช 2548-2549)
“ระบบการเงินของประเทศไทย มีลักษณะเป็น Bank-Based โดยธนาคารพาณิชย์ และเป็นกลุ่มที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากกว่าในระบบ Market-Based อย่างไรก็ดี สืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ประเทศไทยได้พัฒนาตลาดการเงินต่างๆ ให้มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ …บทบาทที่เพิ่มขึ้นของตลาดทุนยังเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ปรับตัวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย…”
เธอเป็นผู้ว่าการอีกคน ซึ่งประวัติอย่างเป็นทางการ (ผู้ว่าการอดีตถึงปัจจุบัน-https://www.bot.or.th/th/about-us/governors.html) ให้ความสำคัญมีประวัติเพิ่มเติมไว้ โดยมีข้อความที่สำคัญเกี่ยวเนื่องกัน “ในระหว่างปี 2546 ถึง 2547 ดร.ธาริษาดูแลการจัดทำแผนแม่บทภาคสถาบันการเงินและนำออกใช้ในเวลาต่อมา”
ส่วนคนที่ 25 จะมาถึง จะว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วยก็ได้ ส่วนจะเป็นผู้ว่าการหญิงคนที่สอง เป็น “คนใน” หรือไม่ โปรดติดตาม
ผู้ว่าการ (คนใน)
ธนาคารแห่งประเทศไทย
11 พิสุทธิ์ นิมมานเหมินท์ (2485-2518) 16 สิงหาคม 2514-23 พฤษภาคม 2518
12 ชวลิต ธนะชานันท์ (2506-2533) 6 มีนาคม 2533-30 กันยายน 2533
13 วิจิตร สุพินิจ (2509-2539) 1 ตุลาคม 2533-1 กรกฎาคม 2539
14 เริงชัย มะระกานนท์ (2514-2540) 13 กรกฎาคม 2539-28 กรกฎาคม 2540
15 ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ (2517-2541) 31 กรกฎาคม 2540-4 พฤษภาคม 2541
22 ประสาร ไตรรัตน์วรกุล (2526-2535) 1 ตุลาคม 2553-30 กันยายน 2558
21 ธาริษา วัฒนเกส (2518-2553) 8 พฤศจิกายน 2549-30 กันยายน 2553
หมายเหตุ : ตัวเลขด้านหน้าชื่อ คือลำดับ ส่วนในวงเล็บ คือช่วงเวลาทำงานใน ธปท.
ที่มา : รวบรวมจาก “จากผู้ว่าการอดีตถึงปัจจุบัน” (https://www.bot.or.th/th/about-us/governors.html)
