ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
ผมจะทำอะไรกับประกันสังคม
หากมีอำนาจเป็นรัฐบาลสักสามเดือน
อย่างที่ทุกท่านทราบกันว่าการผลักดันวาระในประกันสังคมไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
เพราะหากเทียบแล้วการบริหารประกันสังคม นอกจาก “บอร์ด”-ที่มีถึงสามฝ่าย ยังมีข้าราชการประจำที่ทำงานเต็มเวลาหลายพันชีวิต ทำงานในระบบเดิมมากว่าสามสิบปี
และยังไม่นับบทบาทของรัฐมนตรีแรงงานที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐบาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนี้แม้จะไม่ได้มีบทบาทโดยตรงในบอร์ดประกันสังคม แต่การแต่งตั้งคณะกรรมการการแพทย์ที่คุมงบฯ มากกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี ก็มาจากการแต่งตั้งโดยตรงของรัฐมนตรี
การแก้ไขกฎกระทรวงที่เกี่ยวกับเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ก็มาจากรัฐมนตรี
ยิ่งกว่านั้น สำหรับ ม.40 ซึ่งเป็นเงินสมทบสองฝ่ายระหว่างรัฐกับผู้ประกันตน อันนี้แค่แก้ไขค่าเดินทางไปหาหมอของผู้ประกันตน ม.40 ก็ต้องให้เห็นชอบในระดับมติคณะรัฐมนตรี
ในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาในฐานะคณะกรรมการจากการเลือกตั้ง แม้ใช้พลังเต็มที่แต่เราผลักดันได้เพียงแค่การแก้ไขในโครงสร้างเดิม และหลายอย่างแม้ผ่านบอร์ดไปแล้วก็ยังเกินอำนาจบอร์ดในการเร่งรัดให้รวดเร็ว
ในจังหวะการเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล อย่างน้อยตอนนี้ผมพอเห็นภาพแล้วว่าใน 3-6 เดือนนี้คงไม่มีการยุบสภาซึ่งก็เป็นช่วง 6 เดือนสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งของบอร์ดจากการเลือกตั้งพอดี เรื่องเร่งด่วนและสำคัญหากผมตื่นขึ้นมาและมีอำนาจในระดับรัฐบาลส่วนที่อยากแก้ไขในมิติประกันสังคมที่ทำได้ทันที
หากได้รับโอกาสในการกำหนดนโยบายในช่วงเวลาสามเดือนที่มีอำนาจเต็มที่ สิ่งที่ผมจะเร่งดำเนินการในทันทีคือการแก้ไขปัญหาใน 4 ประเด็นหลักที่สะสมมาเป็นเวลานาน
เรื่องแรก คือการสอบสวนกรณีสินทรัพย์ตึก Skyy9 ที่ถูกจัดอยู่ในกรอบ “สินทรัพย์โลก” ซึ่งมีมูลค่าลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท จากกรอบการลงทุน อสังหาฯ โลกนอกตลาด 10,000 ล้าน ในขณะที่ผลการสอบสวนพบว่าอาคารนี้มีมูลค่าต่ำกว่าราคาที่ซื้อไปถึง 40%
ความสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นในระบบ หากเปรียบเทียบกับกรณีนอร์เวย์ซึ่งมีการลงทุนผ่าน Government Pension Fund Global ที่มีมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์
ประเทศไทยจึงต้องมีมาตรฐาน ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
การตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยอดีตรัฐมนตรีได้ลงนามดำเนินการสอบสวนแล้ว จำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเยียวยาความเชื่อมั่นและสร้างเกณฑ์ใหม่ที่ป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำ
เรื่องที่สอง คือการเร่งรัดการปฏิรูปสูตรบำนาญใหม่ ซึ่งเป็นการปฏิรูปสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ์ในการรับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น 400,000-600,000 คน
ในมิติของการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมด้านบำนาญ เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของ ILO Social Security Convention 102 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ประเทศไทยให้สัตยาบัน ประเทศอย่างเยอรมนีและสวีเดนมีการปฏิรูประบบบำนาญเพื่อสร้างความยั่งยืนที่จะช่วยให้ระบบบำนาญสมดุลกันระหว่างผู้รับผลประโยชน์กับผู้จ่ายเงินสมทบ
สูตรบำนาญใหม่ของไทยจึงต้องเป็นไปในทิศทางที่ครอบคลุมทั้งมาตรา 33-39 เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมที่ยั่งยืน
เรื่องที่สาม คือการสร้างกรอบบริหารความเสี่ยงใหม่สำหรับสินทรัพย์นอกตลาด เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นกรณีตึก Skyy9 ไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
ในระดับสากล กองทุนเกษียณอายุขนาดใหญ่อย่าง Canada Pension Plan Investment Board (CPPIB) และ Ontario Teachers’ Pension Plan มีการบริหารจัดการเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (alternative investment) ที่มีความเสี่ยงสูงผ่านกรอบที่เข้มงวดมาก
ทั้งในเรื่อง การตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ คือการศึกษาข้อมูลทางการเงิน ความเสี่ยง และรายละเอียดต่างๆ ของสินทรัพย์ที่จะลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
การประเมินมูลค่าโดยผู้ประเมินอิสระ การให้บุคคลหรือบริษัทที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้ประเมินราคาสินทรัพย์ เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นกลางและเป็นธรรม
กรอบการบริหารความเสี่ยง คือระบบและกระบวนการที่ใช้ในการระบุ ประเมิน ควบคุม และติดตามความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนที่ได้รับการสอบทานโดยบุคคลที่สาม
การลดการใช้ดุลยพินิจในการลงทุนและใช้กรอบมาตรฐานสากลของกองทุนระดับสากลจึงเป็นสิ่งจำเป็น
เรื่องที่สี่ คือการสอบสวนปัญหาการทุจริตในโครงการ IT ขนาดใหญ่ โครงการ mainframe application มูลค่า 850 ล้านบาท ที่มีการส่งมอบล่าช้าและยังไม่สามารถดำเนินการส่งมอบพร้อมค่าปรับได้ มีค่าปรับสูงกว่า 850,000 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพการบริการ
การทำรายงานถอดบทเรียนจึงต้องครอบคลุมทั้งระดับระบบ
ตั้งแต่ปัญหาการจัดทำ TOR ที่ไม่ชัดเจน
ปัญหาการเหมาช่วงงาน
และค่าเสียโอกาสที่เกิดขึ้นจากความล่าช้า
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำในอนาคต
สี่ประเด็นนี้หากดำเนินการสำเร็จในช่วงเวลาสามเดือน จะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการประกันสังคมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกันตนอย่างเป็นรูปธรรม ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างแท้จริง
ในช่วงเวลาสามเดือนหากมีอำนาจเต็มรูปแบบ การปฏิรูปประกันสังคมจะเริ่มต้นจากการแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว
ทั้งการสอบสวนการลงทุนที่น่าสงสัย การปฏิรูปสูตรบำนาญที่เป็นธรรม การสร้างกรอบบริหารความเสี่ยงที่โปร่งใส และการป้องกันการทุจริตในโครงการขนาดใหญ่
ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ แต่เป็นการซ่อมแซมสิ่งที่เสียหาย เพื่อให้ประกันสังคมกลับมาเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของคนทำงาน
เพราะการปฏิรูปที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการกอบกู้ความเชื่อมั่นที่สูญหายไป
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
