นพมาส แววหงส์
Flow เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นอิสระจากฝีมือของนักสร้างการ์ตูนหนุ่มชาวลัตเวีย ไม่ได้สังกัดค่ายการ์ตูนใหญ่ใดๆ ซึ่งปีหนึ่งๆ ทุ่มทุนสร้างหนังการ์ตูนด้วยงบหลายร้อยล้านดอลลาร์เพื่อป้อนตลาดหนังการ์ตูน
แต่ด้วยงบเพียงสามล้านเหรียญเศษๆ-หรือเสี้ยวนิดเดียวของงบสร้าง ทีมงานนับร้อยนับพันและเทคโนโลยีล้ำยุคทั้งหลายทั้งปวง Flow ซึ่งใช้ทีมงานเพียงหยิบมือเดียวและซอฟต์แวร์ฟรี ชื่อ Blender ในการสร้างภาพและการเคลื่อนไหว
พลิกวงการหนังการ์ตูนแบบตีลังกาสามตลบ ด้วยการเอาชนะหนังแอนิเมชั่นของค่ายยักษ์ใหญ่อย่างดิสนีย์ โซนี ดรีมเวิร์กส์ หรือ พิกซาร์ ซึ่งครองตลาดหนังการ์ตูนแบบอลังการงานสร้างมายาวนาน

Flow ได้รับเสียงชื่นชอบชื่นชมแทบทุกวงการ ทั้งจากนักวิจารณ์และคนดูทั่วไป และกวาดรางวัลจากสถาบันใหญ่ ๆ ไป ทั้งลูกโลกทองคำ และออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น แถมยังเป็นหนึ่งในหนังเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศโดยเป็นตัวแทนของประเทศลัตเวีย
ที่สำคัญและชวนพิศวง คือ Flow เล่าเรื่องราวการผจญภัยของแมวดำตัวน้อยที่โดนกระแสน้ำหลากพัดพาให้ไหลไปที่ใดก็สุดรู้ได้อย่างมีสีสันและระทึกใจ…โดยไม่ต้องอาศัยบทพูดเลยแม้แต่คำเดียว!
ผิดกับหนังการ์ตูนทั่วไปที่มักเล่าเรื่องราวของสัตว์พูดได้โดยใส่ลักษณะของความเป็นมนุษย์ลงไปในตัวละครสัตว์ หรือที่เรียกว่า anthropomorphism อย่างเช่น The Lion King เป็นต้น
ในขณะที่สัตว์ต่างๆ ใน Flow มีกิริยาอาการตามธรรมชาติของสัตว์จริงๆ และไม่ใช่สัตว์ที่พูดภาษามนุษย์ได้ ได้แต่ส่งเสียงร้องตามประสาสัตว์ไปตามสถานการณ์ต่างๆ
อย่างไรก็ดี จะเรียกว่าไม่ได้ใส่ลักษณะแปลงสัตว์ให้เป็นแบบมนุษย์เสียทีเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ก็อาจพูดได้ไม่เต็มปาก นั่นหมายความว่า การนำเสนอหนังเพื่อความเข้าใจเยี่ยงมนุษย์ เราก็ยังต้องมองดูโลกของสัตว์ด้วยสายตาและมุมมองของมนุษย์อยู่ดีนั่นแหละ

ตัวละครหลักในเรื่อง ประกอบด้วย
“แมวดำปลอด” ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง
“สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์” นิสัยดีและเป็นมิตร ผิดกับพรรคพวก “หมาหมู่” อื่นๆ
“แคพีบารา” (capybara) สัตว์ในตระกูลหนู ซึ่งนับเป็นหนูตัวโตที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก นิสัยดี รักสงบและชอบแบ่งปัน
“ลิงลมหางห่วง” (ring-tailed lemur) สัตว์จำพวกลิงที่มีหางยาวสลับสีขาวดำเหมือนมีห่วงเรียงต่อกัน นิสัยขี้งก ชอบสะสมของ และไม่ค่อยยอมแบ่งปันให้ใคร
“นกเซเครตแทรี” (secretarybird) นกล่าเหยื่อตัวโตในแอฟริกา ขายาวสูงสง่า บินเหินฟ้าอย่างสง่างามดุจดังปักษาสวรรค์
นอกจากฝูงปลาที่แหวกว่ายในกระแสน้ำและถูกจับกินเป็นอาหาร ก็ยังมีสัตว์อื่นๆ เช่น ฝูงกวาง กระต่าย และวาฬยักษ์ ที่ “แมว” ได้พบเห็นเจอะเจอระหว่างการผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอดในท่ามกลางธรรมชาติอันกระหน่ำซัดแบบไม่เลือกที่รักมักที่ชัง

เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่เราจะได้เจอกับแมวน้อยโดดเดี่ยวตัวนี้ เราก็ไม่อาจทราบได้ ทว่าเมื่อหนังเปิดขึ้นนั้น โลกปราศจากมนุษยชาติอยู่อาศัยแล้ว มนุษย์หายไปไหนก็สุดรู้ แม้จะทิ้งร่องรอยของอารยธรรมมนุษย์หลงเหลืออยู่ให้ประจักษ์แก่ตา
อาทิ บ้านร้างกลางป่า ซึ่ง “แมว” เข้าออกและพำนักพักพิงอย่างคุ้นเคย ก็มีร่องรอยว่าเคยมีผู้อยู่อาศัย ซึ่งวาดภาพแมวทิ้งไว้บนกระดาษ แถมยังสร้างรูปสลักแมวขนาดต่างๆ รายล้อมบริเวณไว้
แมวโดดเดี่ยวที่น่ารักตัวนี้เพ่นพ่านไปในป่ารอบบริเวณบ้านที่มนุษย์ผู้เคยเป็นเจ้าของทิ้งร้างไว้ แอบดูฝูงหมาทะเลาะกันเพราะแย่งปลาตัวเดียวที่จับได้ และทำตัวเป็นแมวขโมยแอบคาบปลาไปเสียเฉิบ หวังจะเขมือบกินให้อิ่มท้องโดยไม่ต้องลงน้ำไปจับเสียเอง
เอาละสิ ทีนี้ฝูงหมาก็เลยแท็กทีมพากันวิ่งไล่แมวตัวเดียว จวนเจียนจะกระโจนขม้ำแบบหมาหมู่เสียแล้ว
ให้เผอิญมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พลิกเรื่องไปอีกทางหนึ่ง คือฝูงหมาไปเจอเข้ากับสิ่งที่ผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกไล่เสียเอง
แมวน้อยแอบดูอยู่อย่างพิศวงว่าอะไรเป็นสิ่งที่ฝูงหมาพากันวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต รวมทั้งฝูงกวางที่วิ่งหนีบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวมา
สิ่งนั้นคือมวลน้ำมหาศาลที่ท่วมท้นไหลกวาดพัดพามาแบบตั้งตัวไม่ทัน

อภิมหาอุทกภัยในระดับเดียวกับที่เล่าไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ลกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาแมวน้อย
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโลกที่มีแต่น้ำ น้ำ น้ำ ไหลบ่าพัดพาท่วมท้นป่าทั้งป่าและเมืองทั้งเมืองให้จมอยู่ใต้กระแสชล
และความพยายามในการเอาตัวรอดท่ามกลางภัยธรรมชาติที่ใหญ่หลวง
และการเล่าเรื่องด้วยภาพและเสียง โดยไม่ต้องอาศัยบทพูดบทเจรจา หรือแม้แต่เสียงบรรยายใดๆ
ซึ่งเป็นความสำเร็จอันน่าทึ่งของผู้สร้างหนังแอนิเมชั่นที่ตรึงคนดูให้อยู่กับเรื่องราวได้ตลอดความยาว 1 ชม. 25 นาที ด้วยเรื่องราวที่สะท้อนความเป็นไปและความเป็นไปได้ในโลกที่เราอยู่อาศัยนี้ ในยุคที่ภาวะโลกร้อนกำลังคุกคามการสูญพันธุ์และความอยู่รอดของโลกที่เราอยู่อาศัยนี้
ด้วยแก่นเรื่องที่มีความสลักสำคัญและชวนคิด Flow เล่าเรื่องที่มีความคิดและคนทั่วไปควรตระหนักและตื่นรู้ ด้วยเทคนิคดีเยี่ยมในการเล่า รวมทั้งการใช้สัญลักษณ์อันชาญฉลาด

ที่ชอบมากคือหนังเริ่มและจบด้วยการที่แมวมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนผิวน้ำ ตอนเปิดเรื่องนั้นแมวเห็นภาพตัวเองลำพัง แต่ตอนจบ สัตว์สี่ตัวที่กลายมาเป็นเพื่อนผูกพันกันได้เพราะความร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือเกื้อกูลโดยไม่ทิ้งกันและกันในยามยาก ยืนอยู่ด้วยกันริมน้ำที่มองเห็นเงาสะท้อนบนผิวน้ำ
และยังมีช่วงซีเควนซ์การเล่าเรื่อง “เหนือจริง” หลังจากน้ำลดแล้ว ซึ่ง “ปักษาสวรรค์” ปีกหักที่ร่วงหล่นสู่พื้นโลก กลับคืนสู่สวรรค์ชั้นฟ้าท่ามกลางภาพเขาวงกตอันสลับซับซ้อน ทิ้งให้สัตว์โลกที่รอดชีวิตมาได้กลับมาดำรงชีวิตอยู่บนพื้นโลกต่อไป
ได้อิทธิพลทางความคิดจากโน่นนิดนี่หน่อย เก็บเล็กผสมน้อย จากเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ลและปกรณัมปรัมปราของอารยธรรมโบราณ เอามาประมวลไว้ให้คนดูที่ชอบคิดได้ใช้จินตนาการต่อไปอีก
มีฉายในเน็ตฟลิกซ์แล้วนะคะ
สร้างและกำกับ Gints Zilbalodis
