bg-single

‘กฤษฎีกา-เพื่อไทย’ มองต่างมุม ไพ่ในมือรักษาการนายกฯ ผ่าทางตัน ‘ยุบสภา’ ได้หรือไม่ได้

11.07.2025

บทความในประเทศ

‘กฤษฎีกา-เพื่อไทย’

มองต่างมุม

ไพ่ในมือรักษาการนายกฯ

ผ่าทางตัน ‘ยุบสภา’ ได้หรือไม่ได้

พลันที่คลิปเสียงบทสนทนาทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการเจรจาปมปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่าง “นายกฯ อิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ “สมเด็จฮุน เซน” ประธานวุฒิสภากัมพูชา ถูกเผยแพร่ออกมานั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมและส่งผลให้เสถียรภาพของรัฐบาลเกิดความสั่นคลอน เนื่องจากหลายฝ่ายเกิดความไม่พอใจต่อการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีของไทย

จนทำให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ใช้เป็นเหตุผลชิงประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลไปก่อน ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รอบใหม่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีแนวโน้มสูงที่จะถูกเขี่ยพ้นรัฐบาล หลังยืนกรานไม่ยอมคืนกระทรวงมหาดไทยให้พรรคเพื่อไทย (พท.)

นอกจากนี้ ยังจุดกระแสให้ประชาชนที่ไม่พอใจ ต่างออกมาแสดงพลังรวมตัวกันเคลื่อนไหวชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง

เช่นเดียวกับฝ่ายการเมือง ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาแสดงจุดยืนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการลาออกเช่นเดียวกัน โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) มองว่า “นายกฯ สามารถแก้ปัญหาวิกฤตเสถียรภาพการเมืองตอนนี้ได้อย่างสง่างามที่สุด คือ การยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกตั้งใหม่ จะเหมาะสมมากที่สุด”

ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวนหนึ่ง ยังได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อยื่นถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) (5) ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

กระทั่ง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์สั่งรับคำร้องกรณีที่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ ขณะเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียง มีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา

จากเหตุดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้องแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการแทนชั่วคราวในช่วงที่ “นายกฯ อิ๊งค์” ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่ากระบวนการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญอาจจะใช้เวลาพิจารณาบวกลบแล้วประมาณ 2-3 เดือน

ทั้งนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องวินิจฉัยสถานะนายกรัฐมนตรี เสียงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี “ลาออก -ยุบสภา” คืนอำนาจให้ประชาชนก็เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยอ้างว่าความเชื่อมั่นของนายกฯ ที่มีต่อประชาชนและสายตาชาวโลกตกต่ำและลดน้อยลง ดังนั้น ควรรีบใช้โอกาสนี้ผ่าทางตันวิกฤตการเมือง ป้องกันมิให้เกิดสุญญากาศ

ประกอบกับสถานการณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้เสียงปริ่มน้ำ เนื่องจากมีจำนวนเสียงในมือมากกว่าฝ่ายค้านแค่หลักสิบเท่านั้น อีกทั้งในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านเปิดเกมนับองค์ประชุม ทดสอบเสียงฝั่งรัฐบาลทันที ฉะนั้น หาก ส.ส.ฝั่งรัฐบาลขาด ลา มาสาย หายจากห้องประชุมบ่อยๆ ก็สุ่มเสี่ยงทำให้สภาล่มหรือทำให้เสียงไม่เพียงพอที่จะโหวตกฎหมายให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาไปได้

แต่ทว่า การลาออก หรือประกาศยุบสภา โดย “นายกฯ อิ๊งค์” ณ เวลานี้ ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดล็อกคำสั่งถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เพื่อรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ด้วยเหตุนี้เอง จึงเกิดคำถามและข้อสงสัยตามมาว่าระหว่างรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รองนายกรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจถึงขั้นสามารถสั่งกดปุ่มยุบสภาได้หรือไม่

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากที่ประชุมมีมติเห็นชอบมอบหมายนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี

วงประชุม ครม.นัดพิเศษ ยังได้หยิบยกประเด็นอำนาจของรักษาการนายกรัฐมนตรี มาหารือว่าสามารถยุบสภาได้หรือไม่

ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า อำนาจรักษาราชการแทนนายกฯ ไม่มีอำนาจยุบสภา

เรื่องนี้รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ระบุถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า เลขาธิการกฤษฎีกาได้พูดข้อคิดเห็น และแนะนำเท่านั้น แต่ไม่ใช่ข้อบันทึกในที่ประชุม เป็นเพียงการยกตัวอย่างการปกครองในระบอบรัฐสภาแบบ Westminster ของประเทศอังกฤษ และได้มีการสอบถามว่าได้มีการพักราชการนายกฯ แบบ Westminster หรือไม่ ซึ่งไม่มี นั่นคือความเห็น วิชาการอีกแง่มุมหนึ่ง

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “ที่ประชุมมีการหารือเรื่องอำนาจของผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีจริง แต่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนความเห็นโดยไม่บันทึกเป็นทางการ”

สิ่งที่เป็นประเด็นตามมาคือ การหยิบยกเรื่องอำนาจยุบสภาของผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีมาหารือ มีนัยการเมืองใดหรือไม่

หรือเป็นการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ใดในอนาคตหรือไม่ โดยรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยโน้มเอียงไปทางที่เห็นว่ารักษาการนายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ยุบสภา ซึ่งถือเป็นไพ่สำคัญที่กุมไว้สำหรับผ่าทางตันในทางการเมืองกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

ฉะนั้น หลังจากนี้คงต้องจับตารอผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หากผลออกมาเป็นเชิงบวก นายกรัฐมนตรีสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ขับเคลื่อนบริหารประเทศ

ด้วยระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลประมาณ 2 ปีเศษ

แต่หากคำวินิจฉัยออกมาทางลบ นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง ตามกลไกกระบวนการทางรัฐสภา จะต้องเลือกบุคคลจากบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็น ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมาเป็นนายกฯ คนต่อไป

ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังมีชื่อของนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตคนที่ 3 อยู่ในบัญชีพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นอำนาจการยุบสภาถือว่ายังเป็นข้อถกเถียงที่หาข้อยุติและเคลียร์ไม่ได้ เพราะมีทั้งคนที่ออกมาแสดงความเห็นว่าผู้ทำหน้าที่รักษาการนายกฯ มีอำนาจยุบสภาได้ กับทั้งยุบสภาไม่ได้

ฉะนั้น สิ่งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่และสำคัญอย่างยิ่ง หากรัฐบาลเลือกชิงยุบสภา ท่ามกลางข้อกฎหมายที่ตีความไม่ชัดเจนเช่นนี้ก็สุ่มเสี่ยงที่พลาดได้เช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | กรณี สุรพล นิติไกรพจน์ ท่ายาก พรรคประชาชน
ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน