ผ่าปฏิบัติการล่า ‘ก๊ก อาน’ นักธุรกิจ-ส.ว.สนิท ‘ฮุน เซน’ หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปปง.ลุยยึดทรัพย์พันล้าน
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
ผ่าปฏิบัติการล่า ‘ก๊ก อาน’
นักธุรกิจ-ส.ว.สนิท ‘ฮุน เซน’
หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปปง.ลุยยึดทรัพย์พันล้าน
ภายหลัง UN ออกรายงานที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก ว่ากัมพูชากำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ระดับโลก สอดรับกับที่รัฐบาลไทยประกาศตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกับนานาชาติ ในการทลายศูนย์กลางโจรไซเบอร์โลกอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์
จากข้อมูลระบุว่า ตึก 25 ชั้นและ 18 ชั้น กลางเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคนี้
เช้าวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 สนธิกำลังเปิดยุทธการ “ปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร” ปิดล้อมตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี
เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 77 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 15 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ เพื่อติดตามจับกุมนายก๊ก อาน (MR. Kok An) เจ้าของธุรกิจกาสิโน เครือ crown casino resort นักธุรกิจคนใกล้ชิดฮุน เซน ประธานพฤฒสภากัมพูชา (วุฒิสภากัมพูชา)
ที่สำคัญ นายก๊ก อาน คือเจ้าของตึก 25 ชั้น กับตึก 18 ชั้น กลางเมืองปอยเปต ที่ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ จนถูกศาลไทยออกหมายจับ ข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ แหล่งฟอกเงิน” เบื้องต้นพบผู้ดูแลบ้านจึงตรวจยึดรถยนต์หรู 2 คัน และเอกสารสำคัญหลายรายการ
นอกจากนี้ ยังตรวจค้นบ้านพัก 3 หลังในหมู่บ้านหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ของ น.ส.จูรี คล่องกิจกล หรือเชอร์รี่ ลูกสาวของนายก๊ก อาน เบื้องต้นพบคนจีนและผู้ดูแลอยู่ที่บ้านทั้งสามหลังจึงคุมตัวไว้สอบสวน ทั้งนี้ จากการตรวจค้นทั้งหมด 19 จุด เบื้องต้นสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูจำนวนหลายคัน สุราและบุหรี่ต่างประเทศไม่เสียภาษีจำนวนมาก
พร้อมกันนี้ยังยึดอายัดเงินสดจำนวน 27 ล้านบาท

พล.ต.ท.ไตรรงค์แถลงผลปฏิบัติการที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)หรือตำรวจไซเบอร์ เมืองทองธานีว่า สืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายก๊ก อาน สัญชาติกัมพูชา ในความผิดมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นการออกหมายจับหลังเจ้าหน้าที่ขยายผลเพิ่มเติมจากคดีต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นคดีกาสิโน ผู้เสียหายถูกหลอกให้ลงทุนสูญเสียเงินไป 300 กว่าล้าน, น.ส.ชาล็อต ออสติน นางงาม ถูกมิจฉาชีพหลอกเงินเป็นจำนวน 4 ล้านบาท, คดีแพทย์ใน จ.เชียงราย ถูกหลอกลวงไป 30 กว่าล้าน
การสืบสวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ และรับสารภาพแบบเดียวกันว่าไปสแกนใบหน้าที่ตึก 25 ชั้น, ตึก 18 ชั้น อาคาร HISO และอาคาร Crown Casino ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานต่างๆ เป็นหลักฐานขออนุญาตศาลออกหมายจับนายก๊ก อาน ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารทั้งหมด
สำหรับปฏิบัติการข้างต้น เจ้าหน้าที่ตรวจค้นทั้งหมด 19 จุด 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชลบุรี และสมุทรปราการ พบผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นเจ้าของสถานที่ 19 จุดที่ตรวจค้น แต่ยังไม่สามารถแจงรายละเอียดได้ เนื่องจากบางหลังมีคนอยู่มีคนดูแล บางหลังไม่มีคนดูแลเป็นบ้านที่เพิ่งซื้อ โดยขณะที่บ้านเลขที่ 77 ย่านสวนหลวง พบเพียงคนดูแลบ้าน ไม่พบตัวของนางจูรี หรือเชอร์รี่ ที่คาดว่าเป็นเจ้าของบ้าน
“การปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายหรือธงว่าจะต้องออกหมายจับบุคคลดังกล่าวที่มีความใกล้ชิดกับผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นปฏิบัติการที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องนานแล้ว เราต้องการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนสนับสนุนส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่มาก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย และเป็นอาชญากรรมอันดับหนึ่ง ที่สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย” พล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของตำรวจดำเนินการ ทั้งนี้ เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ บัญชีม้า มีผู้กระทำผิดในคดีเหล่านี้เป็นจำนวนสูงมาก เรามีผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีประมาณ 80,000 คน
กรณีของผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า บางส่วนอาจจะถือว่าเป็นเหยื่อได้ ต้องสืบสวนผู้หาตัวผู้บงการ ขณะที่เรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในส่วนที่อยู่ในประเทศไทย เราสามารถดำเนินการปราบปรามได้ แต่มีส่วนที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติครอบคลุมทั้งปัญหายาเสพติด แก๊งอาชญากรรมออนไลน์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติต้องยกให้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ทำตามกฎหมาย และอาจจะมีการขยายผลไปถึงคดีอื่นๆ ตามมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับนายก๊ก อาน ถือเป็นการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ เพราะมีรายงานว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดของสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาประเทศกัมพูชา พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ไม่มี เรามีข้อมูลเยอะ เราไม่สามารถแก้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือการหลอกลวงซึ่งคล้ายยาเสพติดที่มีฐานอยู่ต่างประเทศ ย้ำว่าเราทำตามพยานหลักฐาน ดูตามหลักฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายก๊ก อาน หรือนายฟู ก๊ก อาน วัย 71 ปี เกิดเมื่อปี พ.ศ.2497 (ค.ศ.1954) มีเชื้อสายจีน-กัมพูชา เริ่มต้นจากนักธุรกิจพื้นถิ่นใน จ.เกาะกง ก่อนก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีระดับต้นของประเทศ ด้วยอาณาจักรธุรกิจกลุ่มบริษัท Anco Brothers ที่มีกิจการครอบคลุมทั้งโรงแรม กาสิโน ตึกพักอาศัย ธุรกิจบุหรี่ ประมง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกในพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) และเป็นบุคคลใกล้ชิด ‘ฮุน เซน’
โดยหนึ่งในธุรกิจที่สร้างผลกำไรให้มหาศาลคือ “Crown Casino” และอาคารสูงในปอยเปตที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ถูกปล่อยให้นายทุนจีนเทาเช่าใช้เป็นศูนย์บัญชาการกลุ่มคอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนันที่หลอกลวงคนไทยและทั่วโลก

ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วยนายสุทธิศักดิ์ สุมน ผอ.กองกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมหารือแนวทางการดำเนินการต่อไป
พล.ต.ท.ไตรรงค์เปิดเผยว่า สั่งชุดพนักงานสอบสวนตำรวจไซเบอร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดบ้านอีกหนึ่งหลัง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับก๊ก อาน เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นกรุงเทพฯ แต่เมื่อเข้าค้นกลับพบล็อกประตูปิดเงียบ คาดข่าวรั่ว ไหวตัวทัน โดยเบื้องต้นมีรายงานว่าทั้งก๊ก อาน และลูกสาว เดินทางไปไต้หวันตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน
ผลการตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ตำรวจสามารถควบคุมผู้ต้องหาความผิดตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว ได้ทั้งหมด 17 คน แบ่งเป็นคนจีน 10 คน เมียนมา 4 กัมพูชา 2 คน และไร้สัญชาติ 1 คน ส่วนกรณีนายก๊ก อาน มอบหมายให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์เป็นหัวหน้าคณะ ทำรายงานไปยังตำรวจกองการต่างประเทศ (ตท.) เพื่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานตำรวจอินเตอร์โพล ประกาศหมายแดงออกหมายจับ และร่วมกับ ปปง. เสนออัยการสูงสุดในการทำคดีนอกราชอาณาจักร
ขณะที่เรื่องการสวมบัตรประชาชนของนางจุรี หรือเชอร์รี่ ลูกสาวก๊ก อาน ผบช.สอท.ระบุว่า พบว่ามีความขัดแย้ง ข้อมูลไม่ตรงกับทางกรมการปกครอง จึงเตรียมประสานงานกรมการปกครองตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอีกครั้ง
ด้านนายสุทธิศักดิ์เปิดเผยว่า หลังมีการตั้งพนักงานสืบสวน จากการตรวจสอบทรัพย์สินและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของนายก๊ก อาน พบว่ามีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และยังเชื่อว่ามีทรัพย์สินอื่นๆ ที่ยังต้องสืบทรัพย์อีกจำนวนมาก
รวมถึงทรัพย์สินที่เป็นสกุลเงินดิจิทัล และทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่ง ปปง.ก็มีอำนาจในการตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินส่วนนี้มาขายทอดตลาด และคืนทรัพย์สินให้ผู้เสียหาย
ส่วนเรื่องทรัพย์สินของกลางที่ตรวจยึดได้ ข้อมูลเบื้องต้นจากโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะสรุปรายงานไปยัง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ต่อไป
การปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นเรื่องที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกัน การบุกตรวจค้นจับกุมเครือข่ายก๊ก อานของตำรวจในครั้งนี้ จึงเป็นการหยุดยั้งภัยร้ายแห่งยุคสมัย ไม่ควรมองเพียงแค่ประเด็นทางการเมือง!



