ต้องไม่ใช่”ตายแลนด์” | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่ 12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
ต้องไม่ใช่”ตายแลนด์”
“ภาษีปนาวุธ 36 ตัน” ที่ โดนัลด์ ทรัปม์ ยิงถล่มมายังไทยแลนด์ ต้องถือว่าหนักจริงๆ
แม้กลุ่มประเทศอาเซี่ยนอื่นๆ อย่าง ลาว เมียนมา จะเจอมากว่า คือถูกเรียกเก็บภาษี 40%
แต่ขนาดเศรษฐกิจและมูลค่าการค้ากับสหรัฐ น้อยกว่าไทยเยอะ
ดังนั้น ไทย ที่ถูกเรียกเก็บภาษี 36 % จึงน่าจะได้รับผลกระทบหนักสุด
ยังดี ที่กัมพูชา เจอเท่ากับไทย คือ 36 %
ไม่เช่นนั้น กัมพูชาคงบลัฟแหลก ว่าเจรจาเก่งกว่าไทย
ขอบคุณสหรัฐ(ไหม?) ที่ช่วยสร้างสมดุล(ฮา)
ส่วนประเทศอื่นในอาเซี่ยน เบากว่าไทยถ้วนหน้า
สิงคโปร์ 10% เวียตนาม 20 % ฟิลิปปินส์ 20% มาเลเซีย 25 % อินโดนีเซีย 32 %
อัตราภาษีที่ออกมาเช่นนี้ ชัดเจนว่า สหรัฐไม่ได้ใช้เงื่อนไขเศรษฐกิจเพียวๆ
แต่แฝงด้วยประเด็นการเมืองเข้าไปด้วย
โดยเฉพาะการเมืองระหว่างสหรัฐกับจีน
ประเทศที่อิงแอบกับจีนมากๆเช่นลาว กัมพูชาเจอหนัก
ส่วนฟิลิปปินส์ ที่มีปัญหากับจีนมากโดยเฉพาะความขัดแย้งเรื่องทะเลจีนใต้ เจอเบาะๆแค่ 20%
ส่วนเวียตนาม ที่ลึกๆไม่ค่อยไว้วางใจจีนนัก สหรัฐก็พยายามช่วงชิงเอาใจ ตอบรับการเจรจาอย่างเปิดกว้างอย่างที่แลเห็น
แต่ก็คุมเชิงเข้มๆโดยตั้งเงื่อนไขจะเรียกเก็บภาษี 40 % จากเวียตนาม กับสินค้าสวมสิทธิจากประเทศที่สหรัฐไม่พึงประสงค์ ซึ่งก็คงหมายถึงจีน
สะท้อนว่า สหรัฐ นำการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย
รวมถึง ประเด็นการเข้าร่วมกลุ่มบริกส์ ที่สหรัฐมองว่าตั้งขึ้นมาเพื่อลดบทบาทตนเอง
จึงประกาศจะบวกเก็บภาษีเพิ่ม 10 % สำหรับประเทศสมาชิก
ซึ่งตอนนี้ กลุ่มประเทศอาเซียนที่เข้าไปสมาชิกแล้ว คืออินโดนีเซีย
ส่วนไทย มาเลเซีย และเวียตนาม ยังไม่เป็นสมาชิกเต็มตัว อยู่ในระดับ”พาร์ตเนอร์”คือจ่อๆเป็นสมาชิก
ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่าสหรัฐจะกดดันแค่ไหน
หลายประเทศในกลุ่มอาเซี่ยนรวมถึงไทย ต้องถอนตัวออกจากบริกส์หรือไม่
ถ้าไม่ถอนจะเจอบวก10 หรือไม่ ต้องติดตามด้วยใจระทึก
ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นไทยก็ต้อง”กระอัก”เพิ่มเข้าไปอีก
ดังนั้นทุกย่างก้าวของไทย โดยเฉพาะ “ทีมไทยแลนด์” ต่อแต่นี้ จึงสำคัญ
เพราะเป้าหมายที่ต้องดิ้นรนทำให้ได้ คือ ลดภาษีจาก 36% ลงมา อย่างน้อยๆก็เท่ากับชาติอาเซี่ยนอื่นคือ20 %
ซึ่งยากมากๆ เพราะเหลือเวลาต่อรองก่อนถึง 1 สิงหาคมน้อยจริงๆ
แถมเงื่อนไขและแรงจูงใจที่จะทำให้สหรัฐเปลี่ยนใจก็มีไม่มาก
เพราะไทยไม่ได้อยู่ในสถานะ”ดาวเด่น”ที่สหรัฐจะต้องเอาใจ หรือสนใจอีกแล้ว
เราหายจากจอ”เรดาห์โลก” ในฐานะ”ตัวเล่น”ที่มีบทบาทสำคัญมาหลายปี
มิหนำซ้ำบทบาทหลายๆบทบาทยังทำให้สหรัฐเคืองตา-เคืองใจ ไม่ว่าการรัฐประหาร การแก้ปัญหาอุย์กรู ฯลฯ
ทำให้เราขาดแต้มต่อในเวทีการเมืองระหว่างประเทศไปมาก
ยิ่งกว่านั้น “ทีมไทยแลนด์” ที่ควรแข็งแรง มีเอกภาพ มีทิศทางเดียวกัน ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล
ทำให้ทีมไทยแลนด์ อยู่ในภาวะ”เป็ดง่อย”ไปด้วย
ภาพที่เกิดขึ้น ณ บ้านพิษณุโลก เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม ที่มีบิ๊กเนม มาร่วมกันถ้วนหน้า ไม่ว่า นายพิชัย ชุณหวชิร นายจตุพร บุรุษพัฒน์ นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ รวมถึงนายทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ
คงเป็นภาพท้ายๆที่ทำให้ ทีมไทยแลนด์ ดูดี แข็งแกร่งขึ้น
ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะมีข้อเสนอและทางออกที่พอมีความหวังบ้าง
ไม่ใช่นำพา”ไทยแลนด์”ไปสู่ “ตายแลนด์” อย่างที่มีการเย้ยไพกันอย่างเดียว?
————————-
