โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
สหรัฐอเมริกาและไทย
ในบริบทใหม่
มากกว่าภาษีการค้า
แน่นอนภายใต้ทรัมป์ 2.0 ไทยซึ่งเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐอเมริกามากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ถูกกดดันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยได้ประกาศขึ้นภาษีการค้าต่อไทยเป็น 36% โดยอ้างว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐอเมริกา ทำการค้าอย่างไม่ยุติธรรม สร้างปัญหาต่อคนอเมริกันมากมาย แล้วยังก่อปัญหาด้านความมั่นคงต่อสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
แน่นอนหากอ่านจากคำประกาศ รวมถึงจดหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เขียนส่งไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ต่างก็โดนเก็บภาษีการค้าในอัตราที่สูง ประเทศเหล่านี้ต่างโดนกล่าวหาแบบเดียวกับที่ไทยโดนมาเหมือนกันทั้งสิ้น
หากเราพิจารณาอ่านจดหมายของโดนัล ทรัมป์ ดังกล่าว ทีมงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเขียนจดหมายด้วยการขาดภาษาการทูตที่สละสลวย เน้นเนื้อหาเหมือนๆ กัน เพียงเปลี่ยนชื่อประเทศเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแต่ละประเทศให้ดี แต่ละประเทศล้วนมีพื้นฐาน ตรรกะ เหตุผลของแต่ละประเทศที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเชื่อและดำเนินนโยบายแตกต่างกัน
ได้แก่ เก็บภาษีการค้าสูงมากต่อเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ภาษีการค้าที่เก็บสูงเพราะประเทศเหล่านี้เอียงมากและใกล้ชิดมากกับจีน เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย
ต่างจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมทั้งสิงคโปร์ด้วย แน่นอนไทยด้วย
ดังนั้น ผมจึงอยากฉายภาพให้สว่างกว่าไปยังภาษี 36% ที่ไทยได้รับ
ไทยในประเด็นความมั่นคงภูมิภาค
อย่างกว้างและย่นย่อ ไทยก็เหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว ที่เอียงและใกล้ชิดกับจีนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก้าวสู่อำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลนับตั้งแต่ปี ค.ศ.2013
ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ทั้งการสร้างทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ การค้า การลงทุน และการเคลื่อนย้ายของคนจีนสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งไทยด้วย เหนืออื่นใด จีนยังเป็นแหล่งอาวุธทั้งขายและให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และไทย น่าสนใจ
การซ้อมรบทางเรือ การร่วมฝึกซ้อมทางทหารในภาคพื้นทั้งในประเทศเหล่านี้และในพื้นที่ในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
การซ้อมรบขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาคือ Cobra Gold ส่วนของจีนคือที่มีชื่อเรียกขานขึ้นต้นว่า Dragon
การซ้อมรบขนานใหญ่เหล่านี้มิได้หมายถึงความร่วมมือทางทหารและการเมืองใกล้ชิดระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้เท่านั้น
แต่ในความเป็นจริงเป็นการเคลื่อนไหวทางการทหารที่เป็นจริง เพราะหากมีกองทัพเกรียงไกร แต่ไม่เคยฝึกซ้อมร่วมกันก็ไร้ความหมาย เพราะการทหารต้องฝึกซ้อมในพื้นที่จริง ด้วยอาวุธจริง และด้วยการสั่งการจริงเพื่อทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อทำการรบได้จริงๆ
แล้วงบประมาณที่ใช้จำนวนมากก็หาใช่อุปสรรคไม่ รัฐบาลของประเทศที่เข้าร่วมแต่ละครั้งทุ่มเทงบประมาณ บุคลากรฝ่ายต่างๆ อย่างไม่รีรอ
ที่สำคัญมาก ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างแลกเปลี่ยนและเรียนกิจการทหารกับจีน มีนักเรียนนายทหารเรียนจบโรงเรียนการทหารจีนมาอย่างต่อเนื่อง
นายทหารหลายคนใช้ชีวิตที่เมืองจีน พูดภาษาจีนได้ อ่านเอกสารภาษาจีนได้ ยุคสมัยของโรงเรียนนายทหารสหรัฐอเมริกาคือ เวสต์ปอยต์ และโรงเรียนเสนาธิการทหารสหรัฐอเมริกาอาจยังคงมีอยู่ แต่ด้วยเหตุผลทางวิชาการ งบประมาณ และการรบในโลกยุคใหม่ บทบาทโรงเรียนนายทหารสหรัฐอเมริกาสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดน้อยลงเรื่อยๆ
ตรงข้ามกับโรงเรียนการทหารจีน อันนี้รวมถึงนายพลไทยที่เรียนจบโรงเรียนเสนาธิการทหารจีนด้วย
ความมั่นคงไทยในยุคเปลี่ยนแปลง
ช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะเมื่อเกิดรัฐประหารปี พ.ศ.2557 ที่ล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตัดความสัมพันธ์ต่อรัฐบาลใหม่ และเรียกขานว่าเป็นการรัฐประหาร พร้อมตัดความช่วยเหลือทางการทหารทั้งหมด
ที่สำคัญ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาห้ามการขยายอาวุธทุกชนิดให้กับไทย รวมทั้งห้ามประเทศอื่นๆ ขายอาวุธให้ไทยด้วย พร้อมด้วยกดดันให้ไทยจัดการเลือกตั้งโดยด่วนและให้กลับคืนสู่ประชาธิปไตยด้วยมีรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ
ไม่ว่านายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนต้องแสวงหาความมั่นคงทางการเมืองและการทหารให้กับไทยด้วยการเดินทางไปผูกความสัมพันธ์และซื้ออาวุธจากจีน
แล้วคณะทำงานการทหารชุดต่างๆ ก็เดินทางไปเยือนและซื้ออาวุธจีน แม้อาวุธจีน ได้แก่ ปืนประจำกาย ปืนต่อสู้อากาศยาน รถถัง รถหุ้มเกราะ เหล่านี้เป็นอาวุธเบา รวมทั้งกระสุน แต่ก็เป็นอาวุธจำเป็นของไทยนับแต่นั้นมา
ดังนั้น การฝึกใช้อาวุธจีนแทนอาวุธอเมริกันซึ่งเคยซื้อและใช้โดยตรง หรือจากการจัดซื้อผ่านสิงคโปร์ก็ดำเนินเรื่อยมา
แต่ไม่ควรลืมว่า เรือดำน้ำจีนที่รัฐบาลไทยสั่งซื้อนับเป็นอาวุธที่มีมูลค่าสูงเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แล้วยังเป็น สัญลักษณ์ แห่งความร่วมมืออันดีระหว่างไทย-จีนอีกด้วย
สรุปคือ ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไทยจึงถูกมองจากประชาคมโลกรวมทั้งสหรัฐอเมริกาด้วยว่า เป็นประเทศที่เอียงและใกล้ชิดจีน เหมือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ และอาจจะล้ำลึกยิ่งกว่าด้วย
ความมั่นคงไทยช่วงทรัมป์ 2.0
ในเรื่องภาษีการค้า 36% ที่รัฐบาลทรัมป์กดดันต่อไทย ไทยกระทบหลายอย่าง
สินค้าส่งออกไปสหรัฐอเมริกาบางรายการราคาสูงขึ้น เช่น อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศ อะลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ ส่วนประกอบโทรศัพท์มือถือ
สินค้านำเข้า โดยเฉพาะภาคเกษตร ได้แก่ หมูและชิ้นส่วนหมู ที่ทางการไทยเคยกีดกันเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกาเข้าไทยมานานด้วยเหตุผลเรื่องต้นทุนหมูอเมริกันราคาถูกกว่าหมูที่เลี้ยงและผลิตในไทย
ดังนั้น การนำเข้าหมูอเมริกันจะทะลักเข้าไทย แล้วส่งผลต่อเกษตรกรไทยเป็นจำนวนร่วมหลายแสนรายถึงขั้นล่มจม หายไปจากระบบ รวมทั้งอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ใช้เลี้ยงหมู รวมถึงยาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องด้วย
นี่ด้านเกี่ยวพันกับ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ครั้งใหญ่และสำคัญที่เกิดจากผลกระทบของนโยบายการค้าของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
มีการระบุความต้องการจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ขอใช้หรือใช้คำว่าเป็น facility หมู่เกาะ ใกล้จังหวัดพังงา ทางใต้ของไทย อาจถึงขั้นเป็นการดำเนินการด้านฐานทัพเรือ ที่จะทำงานด้านความมั่นคงครอบคลุมตามนโยบาย Indo Pacific ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
พร้อมกันนี้ มีการเผยแพร่แผนงาน reset Indo Pacific ออกมาเพื่อดำเนินการด้านความมั่นคงครอบคลุมกว้างขวาง อันเห็นเป้าหมายการตั้งฐานทัพเรือที่บริเวณเกาะพังงาของไทย
ในเวลาเดียวกัน ณอน โอนิลล์ (Sean O’ Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ประจำไทยก็น่าสนใจ เขาเคยดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนเขาไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการการทูตภูมิภาค เขาทำหน้าที่รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เขาล่วงรู้และติดตามความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค และในเมียนมา
แน่นอนเขารู้อะไรๆ ในไทยมาพอสมควร เขามีภรรยาเป็นชาวญี่ปุ่น ชื่ออูโนะ ซาจิโกะ และเขาพูดได้ทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น เมียนมา และเบงกอลอีกด้วย
อ่านให้ดีๆ ในภาษีการค้า 36% มีเรื่องความมั่นคงที่ลุ่มลึกด้วย ทรัมป์ 2.0 มีนโยบายความมั่นคง มีการ reset อินโด-แปซิฟิก มีข้อเสนอทางการทหารใกล้จังหวัดพังงา รวมทั้งความเชี่ยวชาญของทูตอเมริกันประจำไทยคนใหม่ด้วย
การเมืองไทยที่อ่อนด้อยเปิดทางต่อชาติมหาอำนาจแล้ว
1 อ้างจาก รายการคุยให้คิด สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท 11 กรกฎาคม 2505 เวลา 20.30 น.
2 Samir Tata, “It’s time for a US Indo-Pacific reset” Asia Times, 10 July 2025
3 อ้างจาก สงวน คุ้มรุ่งโรจน์ https://x.com/ZhentingLiu/status/1943275364488483050
