bg-single

สหรัฐอเมริกาและไทย ในบริบทใหม่ มากกว่าภาษีการค้า

21.07.2025

โลกทรรศน์ อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

สหรัฐอเมริกาและไทย

ในบริบทใหม่

มากกว่าภาษีการค้า

แน่นอนภายใต้ทรัมป์ 2.0 ไทยซึ่งเป็นประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐอเมริกามากกว่า 3 หมื่นล้านบาท ถูกกดดันจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาโดยได้ประกาศขึ้นภาษีการค้าต่อไทยเป็น 36% โดยอ้างว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เอาเปรียบสหรัฐอเมริกา ทำการค้าอย่างไม่ยุติธรรม สร้างปัญหาต่อคนอเมริกันมากมาย แล้วยังก่อปัญหาด้านความมั่นคงต่อสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

แน่นอนหากอ่านจากคำประกาศ รวมถึงจดหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เขียนส่งไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่ต่างก็โดนเก็บภาษีการค้าในอัตราที่สูง ประเทศเหล่านี้ต่างโดนกล่าวหาแบบเดียวกับที่ไทยโดนมาเหมือนกันทั้งสิ้น

หากเราพิจารณาอ่านจดหมายของโดนัล ทรัมป์ ดังกล่าว ทีมงานของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเขียนจดหมายด้วยการขาดภาษาการทูตที่สละสลวย เน้นเนื้อหาเหมือนๆ กัน เพียงเปลี่ยนชื่อประเทศเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาแต่ละประเทศให้ดี แต่ละประเทศล้วนมีพื้นฐาน ตรรกะ เหตุผลของแต่ละประเทศที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเชื่อและดำเนินนโยบายแตกต่างกัน

ได้แก่ เก็บภาษีการค้าสูงมากต่อเมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา ภาษีการค้าที่เก็บสูงเพราะประเทศเหล่านี้เอียงมากและใกล้ชิดมากกับจีน เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย

ต่างจากมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมทั้งสิงคโปร์ด้วย แน่นอนไทยด้วย

ดังนั้น ผมจึงอยากฉายภาพให้สว่างกว่าไปยังภาษี 36% ที่ไทยได้รับ

ไทยในประเด็นความมั่นคงภูมิภาค

อย่างกว้างและย่นย่อ ไทยก็เหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว ที่เอียงและใกล้ชิดกับจีนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก้าวสู่อำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลนับตั้งแต่ปี ค.ศ.2013

ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative-BRI) ทั้งการสร้างทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ การค้า การลงทุน และการเคลื่อนย้ายของคนจีนสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งไทยด้วย เหนืออื่นใด จีนยังเป็นแหล่งอาวุธทั้งขายและให้ความช่วยเหลือแก่เมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว และไทย น่าสนใจ

การซ้อมรบทางเรือ การร่วมฝึกซ้อมทางทหารในภาคพื้นทั้งในประเทศเหล่านี้และในพื้นที่ในประเทศจีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

การซ้อมรบขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกาคือ Cobra Gold ส่วนของจีนคือที่มีชื่อเรียกขานขึ้นต้นว่า Dragon

การซ้อมรบขนานใหญ่เหล่านี้มิได้หมายถึงความร่วมมือทางทหารและการเมืองใกล้ชิดระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงเป็นการเคลื่อนไหวทางการทหารที่เป็นจริง เพราะหากมีกองทัพเกรียงไกร แต่ไม่เคยฝึกซ้อมร่วมกันก็ไร้ความหมาย เพราะการทหารต้องฝึกซ้อมในพื้นที่จริง ด้วยอาวุธจริง และด้วยการสั่งการจริงเพื่อทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อทำการรบได้จริงๆ

แล้วงบประมาณที่ใช้จำนวนมากก็หาใช่อุปสรรคไม่ รัฐบาลของประเทศที่เข้าร่วมแต่ละครั้งทุ่มเทงบประมาณ บุคลากรฝ่ายต่างๆ อย่างไม่รีรอ

ที่สำคัญมาก ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างแลกเปลี่ยนและเรียนกิจการทหารกับจีน มีนักเรียนนายทหารเรียนจบโรงเรียนการทหารจีนมาอย่างต่อเนื่อง

นายทหารหลายคนใช้ชีวิตที่เมืองจีน พูดภาษาจีนได้ อ่านเอกสารภาษาจีนได้ ยุคสมัยของโรงเรียนนายทหารสหรัฐอเมริกาคือ เวสต์ปอยต์ และโรงเรียนเสนาธิการทหารสหรัฐอเมริกาอาจยังคงมีอยู่ แต่ด้วยเหตุผลทางวิชาการ งบประมาณ และการรบในโลกยุคใหม่ บทบาทโรงเรียนนายทหารสหรัฐอเมริกาสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลดน้อยลงเรื่อยๆ

ตรงข้ามกับโรงเรียนการทหารจีน อันนี้รวมถึงนายพลไทยที่เรียนจบโรงเรียนเสนาธิการทหารจีนด้วย

ความมั่นคงไทยในยุคเปลี่ยนแปลง

ช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะเมื่อเกิดรัฐประหารปี พ.ศ.2557 ที่ล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตัดความสัมพันธ์ต่อรัฐบาลใหม่ และเรียกขานว่าเป็นการรัฐประหาร พร้อมตัดความช่วยเหลือทางการทหารทั้งหมด

ที่สำคัญ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาห้ามการขยายอาวุธทุกชนิดให้กับไทย รวมทั้งห้ามประเทศอื่นๆ ขายอาวุธให้ไทยด้วย พร้อมด้วยกดดันให้ไทยจัดการเลือกตั้งโดยด่วนและให้กลับคืนสู่ประชาธิปไตยด้วยมีรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ

ไม่ว่านายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนต้องแสวงหาความมั่นคงทางการเมืองและการทหารให้กับไทยด้วยการเดินทางไปผูกความสัมพันธ์และซื้ออาวุธจากจีน

แล้วคณะทำงานการทหารชุดต่างๆ ก็เดินทางไปเยือนและซื้ออาวุธจีน แม้อาวุธจีน ได้แก่ ปืนประจำกาย ปืนต่อสู้อากาศยาน รถถัง รถหุ้มเกราะ เหล่านี้เป็นอาวุธเบา รวมทั้งกระสุน แต่ก็เป็นอาวุธจำเป็นของไทยนับแต่นั้นมา

ดังนั้น การฝึกใช้อาวุธจีนแทนอาวุธอเมริกันซึ่งเคยซื้อและใช้โดยตรง หรือจากการจัดซื้อผ่านสิงคโปร์ก็ดำเนินเรื่อยมา

แต่ไม่ควรลืมว่า เรือดำน้ำจีนที่รัฐบาลไทยสั่งซื้อนับเป็นอาวุธที่มีมูลค่าสูงเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แล้วยังเป็น สัญลักษณ์ แห่งความร่วมมืออันดีระหว่างไทย-จีนอีกด้วย

สรุปคือ ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไทยจึงถูกมองจากประชาคมโลกรวมทั้งสหรัฐอเมริกาด้วยว่า เป็นประเทศที่เอียงและใกล้ชิดจีน เหมือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ และอาจจะล้ำลึกยิ่งกว่าด้วย

ความมั่นคงไทยช่วงทรัมป์ 2.0

ในเรื่องภาษีการค้า 36% ที่รัฐบาลทรัมป์กดดันต่อไทย ไทยกระทบหลายอย่าง

สินค้าส่งออกไปสหรัฐอเมริกาบางรายการราคาสูงขึ้น เช่น อุปกรณ์เครื่องปรับอากาศ อะลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ ส่วนประกอบโทรศัพท์มือถือ

สินค้านำเข้า โดยเฉพาะภาคเกษตร ได้แก่ หมูและชิ้นส่วนหมู ที่ทางการไทยเคยกีดกันเนื้อหมูจากสหรัฐอเมริกาเข้าไทยมานานด้วยเหตุผลเรื่องต้นทุนหมูอเมริกันราคาถูกกว่าหมูที่เลี้ยงและผลิตในไทย

ดังนั้น การนำเข้าหมูอเมริกันจะทะลักเข้าไทย แล้วส่งผลต่อเกษตรกรไทยเป็นจำนวนร่วมหลายแสนรายถึงขั้นล่มจม หายไปจากระบบ รวมทั้งอุตสาหกรรมด้านผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ที่ใช้เลี้ยงหมู รวมถึงยาและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องด้วย

นี่ด้านเกี่ยวพันกับ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ครั้งใหญ่และสำคัญที่เกิดจากผลกระทบของนโยบายการค้าของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

มีการระบุความต้องการจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ขอใช้หรือใช้คำว่าเป็น facility หมู่เกาะ ใกล้จังหวัดพังงา ทางใต้ของไทย อาจถึงขั้นเป็นการดำเนินการด้านฐานทัพเรือ ที่จะทำงานด้านความมั่นคงครอบคลุมตามนโยบาย Indo Pacific ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

พร้อมกันนี้ มีการเผยแพร่แผนงาน reset Indo Pacific ออกมาเพื่อดำเนินการด้านความมั่นคงครอบคลุมกว้างขวาง อันเห็นเป้าหมายการตั้งฐานทัพเรือที่บริเวณเกาะพังงาของไทย

ในเวลาเดียวกัน ณอน โอนิลล์ (Sean O’ Neill) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ประจำไทยก็น่าสนใจ เขาเคยดำรงตำแหน่งกงสุลใหญ่ ประจำจังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนเขาไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการการทูตภูมิภาค เขาทำหน้าที่รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ ด้านเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เขาล่วงรู้และติดตามความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค และในเมียนมา

แน่นอนเขารู้อะไรๆ ในไทยมาพอสมควร เขามีภรรยาเป็นชาวญี่ปุ่น ชื่ออูโนะ ซาจิโกะ และเขาพูดได้ทั้งภาษาจีน ญี่ปุ่น เมียนมา และเบงกอลอีกด้วย

อ่านให้ดีๆ ในภาษีการค้า 36% มีเรื่องความมั่นคงที่ลุ่มลึกด้วย ทรัมป์ 2.0 มีนโยบายความมั่นคง มีการ reset อินโด-แปซิฟิก มีข้อเสนอทางการทหารใกล้จังหวัดพังงา รวมทั้งความเชี่ยวชาญของทูตอเมริกันประจำไทยคนใหม่ด้วย

การเมืองไทยที่อ่อนด้อยเปิดทางต่อชาติมหาอำนาจแล้ว

1 อ้างจาก รายการคุยให้คิด สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท 11 กรกฎาคม 2505 เวลา 20.30 น.

2 Samir Tata, “It’s time for a US Indo-Pacific reset” Asia Times, 10 July 2025

3 อ้างจาก สงวน คุ้มรุ่งโรจน์ https://x.com/ZhentingLiu/status/1943275364488483050



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน