bg-single

เหตุที่นักท่องเที่ยว หันหลังให้ไทย

21.07.2025

เทศมองไทย

เหตุที่นักท่องเที่ยว

หันหลังให้ไทย

คีธ บี. ริชเบิร์ก คอลัมนิสต์ประจำวอชิงตัน โพสต์ เขียนบทความแสดงความคิดเห็นเอาไว้ในหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เมื่อ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมานี่เอง ด้วยหัวเรื่องที่เป็นเครื่องหมายคำถามบิ๊กเบิ้มว่า ทำไมนักท่องเที่ยวถึงหันหลังให้กับประเทศไทย ที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของโลก

ริชเบิร์กบอกว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกำลังลดน้อยถอยลงมากขึ้นทุกที ชนิดที่ทำให้รัฐบาลไทยเองเริ่มตื่นตกใจ เพราะหดหายไปจาก 17.5 ล้านคนในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 เหลือเพียง 16.6 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 5 เปอร์เซ็นต์

โดยมีสถิติลดลงมากที่สุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อมีนักท่องเที่ยวน้อยลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2024

ริชเบิร์กชี้ว่า เนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 5 ของจีดีพีไทยทั้งประเทศ ตัวเลขที่ขาดหายไปดังกล่าวจึงกลายเป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายต่อสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ริชเบิร์กระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่หายหน้าหายตาไปจากประเทศไทยแทบทั้งหมดนั้น สามารถสาวรอยย้อนกลับไปยังจีนได้แทบทั้งหมด

เพราะจีนคือแหล่งที่มาของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทยนั่นเอง

ริชเบิร์กชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากจีนมายังไทยลดลงราว 1 ใน 3 จาก 2.9 ล้านคนในปี 2024 เหลือเพียง 1.9 ล้านคนเท่านั้น

เหตุผลหนึ่งนั้นอาจเป็นปัญหาอันเนื่องมาจากสภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจในจีน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ต้นทุนการท่องเที่ยวมายังไทยสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่นอกจากนั้นแล้วยังมีปัญหาเรื่องการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวจากชาติเพื่อนบ้านในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศอย่างเวียดนาม และกัมพูชา นอกจากนี้ญี่ปุ่น ที่ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงมาก จนทำให้การท่องเที่ยวที่นั่นกลายเป็นเรื่องน่าพิสมัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนไปนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจากปัจจัยในเชิงเศรษฐศาสตร์ในทัศนะของริชเบิร์กก็คือ ปัจจัยด้านความปลอดภัย ที่เป็นหัวข้อกังวลสำคัญของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากประเทศจีน ที่ทางการไทยยังแก้ไม่ตก โดยเฉพาะกรณีของหวัง ซิง (Wang Xing) นักแสดงหนุ่มชาวจีน ที่ถูกอุ้มหายไปจากสนามบินใน กทม. เมื่อเดือนมกราคม ด้วยฝีมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือออกมาในสภาพถูกโกนหัวเกลี้ยงเกลา จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ของจีน

นั่นทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยกลายเป็นความเสี่ยง ถูกมองว่าเป็นความไม่ปลอดภัยไปในพริบตา

ริชเบิร์กบอกว่า ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยพยายามอย่างมากที่จะพลิกผันสถานการณ์ โดยพุ่งเป้าไปที่โลกออนไลน์ของจีน รวมทั้งการออกตราประทับ “ท่องเที่ยวปลอดภัย” ให้กับโรงแรม, ภัตตาคาร และช้อปปิ้ง มอลล์ทั้งหลายว่าปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

รวมทั้งความพยายามสร้างความหลากหลายให้กับตลาดการท่องเที่ยว ก็พอจะประสบผลสำเร็จอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด

นักท่องเที่ยว ไม่เฉพาะแต่ชาวจีนเท่านั้น ยังคงร้องเรียนเรื่องถูกหลอกลวงในไทย รวมทั้งกรณีถูกเท็กซี่โก่งราคา ไม่ยอมใช้มิเตอร์ หรือไม่ก็ใช้วิธีการขับวน พร้อมกันนั้นก็แสดงความไม่พอใจกับระบบเรียกเก็บค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ สองราคา โดยเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงกว่าเอามากๆ

ริชเบิร์กชี้ว่า ไทยประสบความสำเร็จไม่น้อยในการดึงนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามา

แต่นักท่องเที่ยวจากอินเดีย รวมทั้งจากชาติในเอเชียใต้อื่นๆ มักรายงานว่าพบเจอการเลือกปฏิบัติโดยอัตโนมัติในไทย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งอเมริกันผิวดำ ที่ออกมาบอกเล่าถึงการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าไปท่องเที่ยวในบาร์ หรือสถานบันเทิงต่างๆ ในขณะที่นักท่องเที่ยวเชื้อสายเอเชียหรือฝรั่งที่เป็นคนผิวขาว ได้รับการต้อนรับด้วยยินดี

ตามข้อมูลของริชเบิร์ก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากทัศนะที่มีต่อนางแบบผิวสีชาวแอฟริกัน “คนแอฟริกัน ที่มีผิวสีดำ จมูกแบนจนแทบหายใจลำบาก ถูกว่าจ้างเป็นเงินหลายล้านบาทมาเพื่อเป็นนางแบบ” ริชเบิร์กอ้างว่า ทักษิณพูดไว้อย่างนั้นในการชุมนุมหาเสียงครั้งหนึ่ง

ไม่เพียงแต่เรื่องเลือกปฏิบัติ ริชเบิร์กบอกว่า ทางการไทยยังทำร้ายการท่องเที่ยวของตนเอง โดยการยกเลิกจุดแข็งสำคัญ อย่างการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ซึ่งจ่อๆ จะกลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่านับพันล้านไป คงไว้เพียงการใช้กัญชาทางการแพทย์ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น

นอกจากนั้น รัฐบาลไทยที่พยายามผลักดันให้มีการนำกิจการกาสิโนเข้ามาให้บริการในประเทศ ก็เผชิญกับการคัดค้านจากสาธารณชน จนเกิดการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ภายใต้กระแสข่าวลือที่ว่า โครงการนี้ยังมีคนอย่างสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน คัดค้านอย่างรุนแรงรวมอยู่ด้วย

ในเวลาเดียวกัน ริชเบิร์กชี้ให้เห็นว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น เวียดนาม ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศปิด ตอนนี้กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกมองว่าปลอดภัยกว่า และมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แท้จริงให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าจะมุ่งหวังรายได้มากกว่าประเทศไทยไปแล้ว

ริชเบิร์กระบุว่า การท่องเที่ยวของไทยต้องยุติระบบสองราคา เลิกการเหยียดเชื้อชาติ และเริ่มต้นทำงานหนักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของตนได้แล้ว ก่อนที่ “รอยยิ้ม” จะเลือนหายไปจากดินแดนแห่งนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน