bg-single

คำถาม/ปัญหา ของ ครอบครัวชินวัตร

29.07.2025

โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์

คำถาม/ปัญหา

ของ ครอบครัวชินวัตร

วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พุทธศาสนิกชนกว่า 3,000 คน ได้เข้าร่วมพิธีเททอง หลวงพ่อคูณ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ที่น่าสนใจ แขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมในพิธีอันเป็นมหามงคลนี้ประกอบด้วย นายทักษิณ ชินวัตร นายสุวัจน์ ลิมปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายเทวัญ ลิมปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา1

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน พร้อมด้วยบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ บรรดานักการเมืองคนสำคัญของประเทศได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ รวมทั้งนายทักษิณ ชินวัตร หลังจากได้แสดงปาฐกถาครั้งสำคัญเรื่อง ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก ที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ อสมท เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี่เอง

จะด้วยจิตใจสูงส่งต่อพระพุทธศาสนา หรือจะด้วยการเคลื่อนไหวทางการเมืองของบรรดานักการเมืองชั้นแนวหน้า นับว่าการทำบุญใหญ่ครั้งดังกล่าวและการแสดงปาฐกถาครั้งนี้ก็มีค่าควรแสวงหาความหมายทางพัฒนาการการเมืองไทยพร้อมกันไป

ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก

ท่ามกลางการจับจ้องของผู้คนจำนวนมาก การแสดงปาฐกถาเรื่อง ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤตโลก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ทั้งพอใจและไม่พอใจ การแสดงปาฐกถาครั้งนี้ได้ถูกตีความ ค้นหาความหมายต่างๆ นานา

ทั้งนี้ เพราะผู้แสดงปาฐกถานำเป็นทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีผู้มากความสามารถและอยู่ในวงการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศไทย ภูมิภาค และของโลกยาวนานกว่านายกรัฐมนตรีพลเรือนไทยคนอื่นๆ นับตั้งแต่ปึ 2001

และว่ากันตามจริง นายทักษิณ ชินวัตร ได้ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองและเป็นผู้นำทางการเมืองไทยนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1995 ในยุคของรัฐบาลชวน หลีกภัย

ด้วยว่านายทักษิณ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศในโควต้าของพรรคพลังธรรม ที่นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ได้เข้าร่วมทำงานกับรัฐบาลชวน หลีกภัย สมัยนั้น

ปลดล็อกอะไรกันแน่

แค่อวด คุย โม้

และเพื่อครอบครัวชินวัตร

ในการแสดงปาฐกถาของนายทักษิณ ชินวัตร พอสรุปได้ว่าตัวเขาแค่อวดตัวเอง นายทักษิณ ชินวัตร ทำเป็นพูดเรื่องเพื่อนชาวสิงคโปร์ที่บอกว่า กลัวทักษิณกลับมาพัฒนาประเทศแข่งกับสิงคโปร์ อันนี้เป็นเพียงมุขการเมือง ที่นักการเมืองไทยชอบเปรียบเทียบกับการเมืองสิงคโปร์ที่มีพรรคการเมืองเด่นเพียงพรรคเดียว แล้วบริหารประเทศด้วยตระกูลลี เพียงตระกูลเดียว

จริงอยู่การพัฒนาประเทศของสิงคโปร์เกิดขึ้นจริง แต่ด้วยการบังคับกฎหมายเข้มงวดมาก โดยเฉพาะการปราบปรามคอร์รัปชั่น รวมทั้งคนในตระกูลลี และพวกพ้องก็ไม่เว้น ดังเห็นได้จากการซักฟอกนักการเมืองและรัฐมนตรีชั้นนำทั้งในรัฐสภา และการวิจารณ์รัฐบาลและผลงานในสื่อมวลชนต่างๆ

นายทักษิณ ชินวัตร ยังอวดตัวเองเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แล้วไปเชื่อมโยงการแก้ปัญหาบ่อนการพนัน กาสิโน แล้วเขาก็มั่วๆ กับตัวเลขการโยกย้ายเงินที่ไหลเข้าไหลออก จนงงกันไปทั่ว

นายทักษิณ ชินวัตร ยังอวดลูก ว่าเป็น DNA ของเขา หรือคือ เก่งเหมือนพ่อ แต่ปัจจุบันรัฐบาลที่นำโดยลูกสาวไม่มีผลงานอะไรเป็นรูปธรรมเลย จนทำให้นายทักษิณต้องออกมาทำงานช่วยลูกสาว

รัฐบาลมีปัญหาภายในตลอดเพราะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไร้ความสามารถ ตอนนี้ปรับคณะรัฐมนตรีก็แค่เอากระเป๋าเงิน เข้ามาเพิ่มและแก้ปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

ตอนนี้และวันข้างหน้า ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชา ที่ความยุ่งยากส่วนหนึ่งก่อตัวจากคลิปลุงอังเคิลเอง คงรู้นะครับว่าเป็นบทสนทนาของใครกับใคร

คราวนี้เรามาดูการเคลื่อนไหวการเมืองของนายทักษิณว่าที่ผ่านมาเขาทำอะไรและเพื่อใครกันแน่ ได้แก่

ทักษิณปิ๊กบ้าน 22 สิงหาคม พ.ศ.2567

ทักษิณ ชินวัตร กลับไทยหลังลี้ภัยทางการเมืองนาน 17 ปี

แล้วเขาก็เร่งฟื้นฟูความนิยมทางการเมืองในตัวเขาเพื่อนำไปสู่ความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่กำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ

แต่อาจส่งผลในด้านกลับต่อพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้

ที่เลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี “ทักษิณ” ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้า “เพื่อไทย” กวาด ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง

“ทักษิณ” ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี ประกาศนโยบายรัฐบาล เตรียมขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท และ 700 บาท เงินเดือนข้าราชการจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท ประชาชนผ่อนบ้านเดือนละ 4,000 บาท ลั่นเลือกตั้งครั้งหน้า “เพื่อไทย” กวาด ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง

ช่วงเย็นวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2567 ที่สนามทุ่งสีเมือง อ.ทุ่งสีเมือง จ.อุดรธานี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายศราวุธ เพชรพนมพร ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี ในนามพรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีประชาชนมาฟังการปราศรัยกว่า 20,000 คน

นายทักษิณกล่าวตอนหนึ่งว่า คนไทยเป็นหนี้กันเยอะ เพราะรายได้ต่ำ รายจ่ายสูง วันนี้รัฐบาลจะทำให้หนี้ประชาชนเบาลง คนไทยทุกคนทุกครอบครัว ถ้ามีงานทำต้องมีบ้านอยู่ได้ทุกคน เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างบ้านให้คนไทยอยู่ทุกคน

ถ้าเราทำเศรษฐกิจให้ดี ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท และ 700 บาท ในโอกาสต่อไป ปรับเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาท ในโอกาสต่อไป ในตอนนั้น ใครอยากมีบ้านก็ไม่ต้องดาวน์ผ่อนเดือนละ 4,000 บาท สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นและเห็นได้ในรัฐบาลนี้

นับจากการปราศรัยหาเสียงที่อุดรธานีเมื่อปีที่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับที่ปราศรัยหาเสียงไหม?

นายทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยหาเสียงเพื่อพรรคเพื่อไทย และเพื่อรัฐบาลที่นำโดยแพทองธาร ชินวัตร ส่วนหนึ่งเพราะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไม่มีความสามารถทางการเมืองมากกว่า

วิเคราะห์

หากวิเคราะห์โดยนำบริบทและกรอบคิดมาช่วยวิเคราะห์ เราจะพบว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ.2540 แต่ความจริง นับจากวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 ส่วนประกอบอำนาจ (Power Composition) เปิดช่องให้ กลุ่มเงินใหม่ (New Money) เข้ามาท้าทายอำนาจและแย่งพื้นที่การเมืองของ กลุ่มเงินเก่า (Old Money) ในเชิงรูปธรรมของการเคลื่อนไหวทางการเมือง ตัวแทนของ

กลุ่มเงินใหม่คือ พรรคไทยรักไทย และทักษิณ ชินวัตร ปรากฏตัว เคลื่อนไหว และเกาะกุมแกนของเศรษฐกิจการเมืองไทย

นโยบายประชานิยม บุคลิกภาพ เงินทุน ผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของทักษิณ ชินวัตร และพวกพ้องได้เปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ไทยไปด้วย

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไป ความยาวนานและความต่อเนื่องของพลังอำนาจในเศรษฐกิจการเมืองไทยยาวนานกว่า 2 ทศวรรษก็จริง คือไทยมีนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร ที่เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยต่อเนื่อง

กลับแสดงถึงการเมืองครอบครัว (Family Politics) แสดงการเมืองแบบ กลุ่มเงินเก่าคือ เงินเพื่อการเมือง และการเมืองเพื่อเงิน มากกว่า กลุ่มเงินใหม่ ที่ปฏิรูปการเมืองและท้าทายกลุ่ม establishment ในสังคมการเมืองไทย ดังที่คุยและโม้เอาไว้

ช่วงท้ายๆ ของครอบครัว ชินวัตร

จริงอยู่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนักการเมืองพลเรือนที่เด่นและมีความสามารถมากช่วงเวลานี้

เขาครอบงำการเมืองและเศรษฐกิจยาวนาน 25 ปี

แต่พลังอำนาจของเขาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เขาคุมและช่วยพรรคเพื่อไทยอะไรไม่ได้

ไม่ใช่เขาไม่พยายามและไม่ใช่กฎหมายห้าม

รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยจึงเผชิญอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ มีความวุ่นวายทางการเมือง พันธมิตรกลายเป็นศัตรูทางการเมือง รัฐบาลก็ไม่ได้แนบแน่นกับผู้นำเหล่าทัพ ความนิยมของประชาชนก็ลดลง

ผลงานอันน้อยนิดจะเรียกโก้ๆ ว่า ประชานิยม ก็ไม่กล้าเรียกเสียเอง

ปัจจัยที่สำคัญมาก แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีไร้ความสามารถทั้งทางการบริหารและทางการเมือง

แพทองธาร ชินวัตร อาจเป็นนักการเมืองคนสุดท้ายของครอบครัวชินวัตร

พ่อก็ช่างพูด โอ้อวด โม้ ลูกก็ไม่สามารถเสียด้วย

1 “พิธีเททองหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ที่สุดในโลก!” เดลินิวส์ 19 กรกฎาคม 2025



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี