bg-single

STRAW | ‘ฟางเส้นสุดท้าย’

27.07.2025

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

Straw ชวนให้นึกถึงหนังปี 1975 ที่ได้รับเสียงชื่นชมมากคือ Dog Day Afternoon (ซิดนีย์ ลูเม็ต กำกับ และอัล ปาชิโน นำแสดง) ซึ่งเป็นเรื่องการจู่โจมเข้าปล้นธนาคารจนแปรไปสู่สถานการณ์จับตัวประกัน และการเจรจาต่อรองอันยืดเยื้อเครียดขมึงเข้มข้นกับตำรวจที่ตรึงกำลังแน่นหนา และตกเป็นข่าวสดออกสื่อ เรียกร้องความสนใจจากสาธารณชน

เหตุจูงใจในเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเรื่องจริงของความต้องการเงินก้อนใหญ่ไปให้แฟนหนุ่มจิตตกเอาไปผ่าตัดแปลงเพศ

แต่สำหรับ Straw มีเหตุจูงใจที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เป็นความรักลูกของแม่ที่สิ้นคิด แถมยังมีจุดบิดผันซึ่งพลิกมุมมองของเรื่องไปคนละทางเลยในตอนจบ

จาไนยาห์ วิลต์กินสัน (ทาราจิ พี. เฮนสัน) เป็นหญิงผิวดำที่กระเสือกกระสนใช้ชีวิตของชนชั้นล่าง เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ทำงานตัวเป็นเกลียวหาเงินเลี้ยงดูลูกสาวที่เกิดมาพร้อมด้วยโรคสารพัดรุมเร้าจนต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลมชัก ลูกสาวป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลไปหาหมออยู่บ่อยๆ ทั้งที่ไม่มีประกันสังคม

วันเกิดเหตุ จาไนยาห์ตื่นเช้ามาปลุกลูกสาวให้เตรียมตัวไปโรงเรียน อาริยาอยากอาบน้ำเอง แต่แม่ไม่ยอม ด้วยเหตุว่าหนก่อนที่อาริยาอาบน้ำเอง แม่หนูลื่นล้มในอ่างจนฟกช้ำดำเขียว

อาริยาบอกแม่ว่าครูประจำชั้นประกาศในห้องเรียนให้แม่เธอนำเงินไปจ่ายเป็นค่าอาหารกลางวันที่โรงเรียน จาไนยาห์กล้ำกลืนความเจ็บปวดที่ได้รู้ว่าลูกสาวต้องอับอายเพื่อนทั้งห้องจากการถูกประจานในชั้นเรียน

เธอสัญญาว่าจะนำเงินค่าอาหารไปจ่ายให้ครูในเช้าวันนั้น หลังจากได้รับค่าแรงในการทำงานเป็นพนักงานเก็บเงินในซูเปอร์มาร์เก็ต

แต่โชคร้ายดูจะกระหน่ำซัดจาไนยาห์ไปเสียทุกเรื่อง

ตั้งแต่เจ้าของห้องเช่าทวงค่าเช่าที่ติดค้างและยื่นคำขาดว่าถ้าไม่เอาเงินไปจ่ายให้เช้าวันนั้น จะไล่สองแม่ลูกออกไป

เมื่อเธอเข้าทำงานสายเพราะไปส่งลูกที่โรงเรียน หัวหน้างานก็เข้มงวดคาดโทษ เอาแต่ดุด่าว่ากล่าวอย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลย แถมยังโดนลูกค้าอารมณ์เสียเข้าใส่เพราะเธอไม่ยอมรับบัตรสวัสดิการที่ไม่เข้าข่ายจะนำมาซื้อของในร้านได้ จนขว้างปาข้าวของแตกกระจายใส่เธอ

เธอได้รับโทรศัพท์จากโรงเรียนให้ไปจ่ายเงินค่าอาหารให้ลูก แต่ก็โดนหัวหน้างานดุด่าอย่างไม่ไว้หน้า ที่สุดก็อนุญาตให้ลาออกมาได้แค่ครึ่งชั่วโมง มิไยที่จาไนยาห์จะทักท้วงว่าไม่มีทางที่จะกลับไปได้ทันภายในสามสิบนาที

จาไนยาห์แวะไปถอนเงินในบัญชีที่ธนาคารก็ไม่สำเร็จ เพราะต้องเข้าคิวยาวเหยียด

ที่โรงเรียน นักสังคมสงเคราะห์มาพรากลูกสาวไปจากเธอ เพราะอาริยามีรอยแผลฟกช้ำตามตัว จาไนยาห์ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่ที่ไม่เหมาะสมจะเลี้ยงดูลูกสาว

มิไยที่จาไนยาห์จะพยายามอธิบาย ทักท้วง อ้อนวอน ร้องขอความเห็นใจอย่างไรก็ตาม

หนำซ้ำตอนขับรถกลับไปทำงาน รถก็โดนชน คนชนเป็นตำรวจที่หมายหัวเธอไว้ และรถถูกยึดเพราะป้ายทะเบียนหมดอายุเนื่องจากเธอยังไม่มีเงินไปต่อทะเบียน

จาไนยาห์กลับไปถึงที่ทำงาน ก็โดนหัวหน้าตะคอกใส่และไล่ออก เธอก้มหน้าก้มตารับ เพียงแค่ขอค่าแรงในสัปดาห์นั้น เขาก็บอกให้รอไปก่อน โดยจะส่งเช็คไปให้ทางไปรษณีย์

กลับไปห้องเช่าช้ากว่ากำหนดผ่อนผันค่าเช่า เธอก็พบเสื้อผ้าข้าวของถูกโยนทิ้งเกลื่อนอยู่บนสนามข้างถนน

หมดท่าเข้า เธอก็บากหน้ากลับไปหาหัวหน้างานเพื่อขอให้จ่ายค่าแรงให้โดยไม่ต้องรอรับทางไปรษณีย์

จนในที่สุด ก็เกิดเหตุร้ายแรงที่ทำให้เธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีปล้นและฆาตกรรม

มีนักสืบชายหญิงผิวดำสองคนมาติดตามคดีนี้

จาไนยาห์เอาเช็คค่าแรงของเธอไปเบิกเงินที่ธนาคาร ก็โดนปฏิเสธ เนื่องจากเธอไม่มีบัตรประจำตัวไปแสดงตัวตนว่าเป็นเจ้าของเช็ค

นั่นเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึง

ต่อเมื่อจาไนยาห์สติแตกและควักปืนออกมาขู่นั่นแหละ พนักงานธนาคารจึงตัวสั่นขวัญแขวนตกใจคิดว่าเป็นการปล้นธนาคาร แถมยังเห็นสิ่งผิดสังเกตในเป้ที่เธอพกมาด้วย ชวนให้สงสัยว่าเป็นระเบิด

เข้าใจผิดไปใหญ่โตเรื่องผู้หญิงที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการปล้นร้านค้าและฆาตกรรม ลุกลามมาสู่การปล้นธนาคาร พร้อมการขู่ด้วยระเบิด

เท่านั้นเองรถตำรวจก็เปิดไซเรนดาหน้ามาดักรอกันเต็มหน้าอาคารภายนอก กลายเป็นสถานการณ์จับตัวประกันไปเสียฉิบ โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย

ด้วยเนื้อหาของการวิพากษ์สังคม อคติต่อสีผิว ความอยุติธรรมต่อชนชาติ และอิทธิพลของสื่อต่อข่าวที่เกิดขึ้นสดๆ ต่อหน้าต่อตาคนดู หนังน่าจะทำได้ดีกว่านี้มาก

เสียแต่ว่าตัวละครโดยรอบถูกทำให้เป็นสเตอริโอไทป์ หรือมีลักษณะตายตัวชัดเจนแบบที่ตัดสินชี้ผิดชี้ถูกไว้ล่วงหน้าแล้ว คือเลวเป็นเลว ดีเป็นดี ขาดความละเอียดอ่อนและรอบด้านของจิตใจมนุษย์

เลยทำให้ “ดราม่า” กลายเป็น “เมโลดราม่า” ที่ไม่มีอะไรชวนสะกิดใจให้คิดต่อ

ในฐานะความบันเทิง หนังก็ดูสนุก บีบหัวใจคนดูจนชวนลุ้นชวนเชียร์ตัวเอกอยู่หรอกค่ะ แต่ประเด็นในการวิพากษ์สังคมขาดน้ำหนัก เพราะนำเสนอตัวละครแบบขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ตามสูตรสำเร็จที่เล่นกับอารมณ์คนดู

ที่ต้องชมคือทาราจี พี. เฮนสัน ซึ่งแสดงเป็นจาไนยาห์ เล่นอย่างได้ใจคนดูและชวนให้ติดตามเรื่องราวแบบไม่กะพริบตาทีเดียว

หาดูได้ทางเน็ตฟลิกซ์นะคะ

STRAW

กำกับ

Tyler Perry

นำแสดง

Taraji P. Henson

Sherri Shepherd

Teyana Taylor

Sinbad



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ