บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (135)
ปราบปราม พร้อม ‘พัฒนา’
ผมได้รับทราบทางการข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นบันทึกข้อความ ลับที่ 0519 (ขว.2)/60 ลงวันที่ 15 มกราคม 2540 ซึ่งลงนามโดย พล.ต.ท.วีระ วิสุทธกุล ผบช.ส. ที่ส่งรายงานข้อมูลไปยังกรมตำรวจ
แล้วกรมตำรวจโดย พล.ต.อ.ชุมพล อัตถศาสตร์ รอง อ.ตร.ปรท.อ.ตร.ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการ
เป็นเรื่องตำรวจสันติบาล สืบสวนพบว่า ได้มีกลุ่มคนร้ายจำนวน 7 คน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.พัทลุง และ จ.สตูล มีพฤติการณ์ก่ออาชญากรรมต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เป็นเหตุที่เกิดในพื้นที่ จ.พัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีการปิดถนนปล้นทรัพย์สิน จับตัวเรียกค่าไถ่ เขียนจดหมายเรียกค่าคุ้มครอง
ในขณะปฏิบัติการจะแต่งกายคล้ายตำรวจ มีรถยนต์กระบะเป็นพาหนะ ก่อคดีประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งภัยจากอิทธิพลมืดอยู่เนืองๆ
และมีแนวโน้มว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชน และเป็นที่หวาดวิตกต่อผู้ประกอบการธุรกิจและสุจริตชนโดยทั่วไป
ซึ่งผลตามทางการสืบสวนในชั้นนี้ พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังหรือเป็นผู้ก่อเหตุ คือ
1. นายทวี โอฬาริ (หัวหน้ากลุ่ม) ราษฎรบ้านวังปริก หมู่ที่ 8 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง ปัจจุบันไปประกอบอาชีพอยู่ที่บ้านปากคอก อ.ละงู จ.สตูล
2. นายแป้ง ไข่จันทร์ ราษฎรบ้านพังกิ่ง หมู่ที่ 2 ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง
3. นายดำ ไม่ทราบนามสกุล ราษฎรบ้านปากคอก อ.ละงู จ.สตูล
4. นายประยูร คงหนู ราษฎรบ้านหนองโต๊ะปาน หมู่ที่ 2 ต.พนมวังก์ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
5. นายสมโชค ไม่ทราบนามสกุล ราษฎรบ้านพันกิ่ง หมู่ที่ 2 ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง
6. นายสมจิตร ชายเกตุ ราษฎรบ้านโล๊ะจังกระ หมู่ที่ 6 ต.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง (นามสกุลเดียวกับนายกู้ชาติ ชายเกตุ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พัทลุง พรรคความหวังใหม่)
7. นายประสิทธิ์ เอียดสงค์ ราษฎรบ้านพันกิ่ง หมู่ที่ 4 ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง
กลุ่มบุคคลเหล่านี้มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ทราบว่ามีประวัติทางคดีอาญา บางคนเป็นมือปืน มีความชำนาญในการใช้อาวุธ อาวุธที่ใช้มีปืนเอ็ม 16, อาก้า และปืนพกขนาด .357
มีพื้นที่หลบซ่อนอยู่ในบ้านพันกิ่ง, บ้านหวัง, บ้านชรัด ต.สมหวัง อ.กงหรา จ.พัทลุง และบ้านปากคอก อ.ละงู จ.สตูล
เมื่อออกทำงานจะร่วมกันเป็นทีมโดยแต่งกายคล้ายตำรวจ มีกุญแจมือ ไฟฉาย วิทยุ โทรศัพท์มือถือ อาวุธครบมือ ใช้รถยนต์กระบะตอนครึ่งยี่ห้อมิตซูบิชิสีเขียวอ่อน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ประตูทั้ง 2 ด้านเจาะเป็นช่องสำหรับซ่อนอาวุธปืนสั้น ปืนยาวจะอยู่ใต้เบาะด้านหลัง
กระจกรถยนต์ด้านหลังเขียนข้อความว่า “ลูกส้มโอ” ออกปฏิบัติการไปตามถนนหลวงในเขตพื้นที่ จ.พัทลุง, ตรัง, สตูล และจังหวัดใกล้เคียง โดยเลือกสถานที่และช่วงเวลาที่อำนวย ตั้งจุดตรวจให้ไฟฉายแก่รถที่วิ่งผ่านไปมา ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เมื่อรถที่ได้รับสัญญาณหยุดให้ตรวจ จะแสดงตัวเป็นคนร้าย ทำการปล้นทรัพย์ผู้โดยสารหรือยึดรถไปเรียกค่าไถ่
จากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์กลุ่มบุคคลดังกล่าว น่าเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลพวกนี้ทำงานโดยมีผู้บงการและคอยให้การสนับสนุน รวมทั้งมีอาวุธร้ายแรง สามารถก่อเหตุร้ายได้ทันที เมื่อได้รับใบสั่ง
พฤติการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบสุขของประชาชน หากมิได้รับการปราบปรามหรือดำเนินการใดๆ เพื่อสกัดกั้นเสียแต่เนิ่นๆ ในภายหน้าอาจขยายตัวเป็นกลุ่มอิทธิพลมืดกลุ่มใหม่ที่มีขอบข่ายปฏิบัติการนอกกฎหมาย แผ่อิทธิพลไปในที่ต่างๆ
เห็นได้จากวงการผู้มีอิทธิพลบางรายที่มีการเลี้ยงมือปืนรับจ้าง หรือมิจฉาชีพ เพื่อดำเนินการธุรกิจผิดกฎหมาย สามารถเข้าไปมีบทบาททั้งท้องถิ่นและระดับชาติ จนยากที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขได้
เป็นข่าวสารข้อมูลที่ผมมักจะได้รับอยู่เนืองๆ และต้องนำมาเก็บไว้ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ในการทำงานสืบสวนสอบสวน
ถึงผมจะทำงานด้านการสืบสวนสอบสวนพร้อมทั้งปราบปรามจับกุมคนร้ายอย่างหนัก แต่งานทางด้านอื่นผมก็ทำไปพร้อมๆ กัน ไม่ได้ละทิ้งแต่อย่างใด คืองานพัฒนาปรับปรุงโรงพัก
เมื่อผมมาถึงโรงพักสิงหนครในวันแรกๆ สภาพของโรงพักที่ผมพบ เป็นตัวอาคาร 2 ชั้นสร้างด้วยปูน ยกพื้นสูงและมีบันไดด้านหน้าโรงพัก ตัวอาคารยังมีโครงสร้างที่ดี แต่สีภายนอกภายในดูเก่า ขาดการดูแลบำรุงรักษา สภาพจึงชำรุดทรุดโทรม
ภายในที่ทำงานไม่เป็นสัดส่วน ห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละแผนกเอาแผ่นไม้มากั้นเป็นห้อง ดูแล้วไม่เรียบร้อย ทั้งยังรกรุงรัง
ตัวอาคารของโรงพักไม่ได้สร้างติดริมถนนสายหลัก สายสงขลา-ระโนด แทนที่ถนนย่อยจะเป็นปูนซิเมนต์กลับเป็นถนนลูกรังที่ย่ำแย่มีทั้งหลุมทั้งบ่อผ่านหน้าโรงพัก และมีช่องทางเข้าออกได้ 2 ทาง เมื่อรถวิ่งผ่านหรือเวลาลมพัดแต่ละครั้งฝุ่นจากลูกรังจึงฟุ้งกระจายเข้าโรงพัก ตำรวจต้องทนสูดฝุ่นอยู่เสมอ น้ำจะท่วมขังบริเวณที่เป็นหลุมเป็นบ่อเมื่อฝนตก ทั้งรถทั้งคนก็ทุลักทุเล
กับสภาพที่เป็นเช่นนี้ ผมรู้สึกว่าทำไมสถานที่ราชการจึงเป็นเช่นนี้ ควรจะทำให้สวยงามและปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อยไว้จนเหมือนเป็นโรงพักที่ไกลปืนเที่ยง
ผมจึงตั้งใจจะพัฒนาให้ดีกว่าเดิม ติดต่อขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนทั่วไป ปรับปรุงทั้งตัวอาคารและสถานที่ใหม่ทั้งหมด ซึ่ง พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร ให้การสนับสนุน
1. จึงมีการราดยางมะตอยถนนหน้า สภ.อ.สิงหนคร และเชื่อมกับถนนใหญ่ แก้ปัญหาฝุ่นฟุ้งกระจาย และปัญหาถนนเป็นหลุมบ่อ น้ำท่วมขัง จึงหายไป
2. ทาสีตัวอาคารใหม่ทั้งหลัง จนโรงพักมีสีสันสวยงาม
3. ปรับปรุงห้องทำงานให้เป็นสัดส่วน และกั้นเป็นห้องกระจก แต่ละห้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนรู้สึกได้ทันทีว่ามีความสะดวกสบาย และยังทำให้สภาพที่ทำงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรังเป็นโรงงิ้วดังแต่ก่อน
4. เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์มากขึ้น และใช้ระบบที่ทันสมัย สามารถโอนสายติดต่อภายในได้
5. จัดทำบอร์ดปิดประกาศใหม่ทั้งหมด และมีความสวยงามผิดไปจากเดิมมาก
6. สร้างลานพักผ่อน มีโต๊ะเก้าอี้หินให้ประชาชนและข้าราชการตำรวจนั่งพักผ่อน อยู่ที่ด้านข้างของ สภ.อ.สิงหนคร ใต้ร่มทิวไผ่ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น เป็นมุมที่น่าผ่อนคลายมาก
ประมาณต้นเดือนเมษายน 2540 การพัฒนาปรับปรุงเกือบทุกด้านก็เสร็จสิ้น สภาพโรงพักกลายเป็นสถานที่ราชการที่สวยงาม และตำรวจมีความพึงพอใจ รวมทั้งประชาชนด้วย
ผมเองก็มีความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ และคิดว่านี่เป็นที่ทำงานของผม เป็นเหมือนบ้านของผม
แม้ผมจะเหน็ดเหนื่อยในการระดมหาทุนมาปรับปรุง หาเครื่องปรับอากาศมาติดตั้ง แต่ผมได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน สืบเนื่องมาจากการทำงานหนักอย่างจริงจัง เข้มข้น และไม่เคยมีใครทำมาก่อน
จึงสร้างความประทับใจให้ประชาชนในพื้นที่มากมาย
