จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

เมื่อฉบับที่แล้วเล่าถึงทหารอาสาฝรั่งว่าชำนิชำนาญเกี่ยวกับปืน จึงได้รับมอบหมายให้เป็นทหารรักษาพระองค์และออกรบในศึกสงคราม

หน้าที่นอกเหนือจากนี้ก็มี เช่น ต้อนรับแขกเมือง ดังจะเห็นได้จากตอนที่กรุงดาหาต้อนรับทูตท้าวกะหมังกุหนิง บทละครรำเรื่อง “อิเหนา” กล่าวถึงทหารเกณฑ์หัดอย่างฝรั่ง ดังนี้

“๏ บัดนั้น ตำมะหงงดะหมังยาสา

ครั้นถึงวันแขกเมืองจะเข้ามา ก็ตรวจตราตามเคยเหมือนทุกครั้ง

ให้ผูกเครื่องม้าช้างนางพระยา เอาพานทองรองหญ้าเข้ามาตั้ง

บรรดาโรงปืนใหญ่ที่ในวัง เกณฑ์ฝรั่งอยู่ประจำรายไป”

ข้อความว่า ‘เกณฑ์ฝรั่งอยู่ประจำรายไป’ น่าจะหมายถึง ‘เกณฑ์หัดอย่างฝรั่ง’ นั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้นภายในกระบวนเสด็จของท้าวประมอตัน ทหารม้าเกราะทองก็มี ดังที่กวีบรรยายว่า

“พลม้าอาสาเกราะทองแซง พวกปืนแดงดาษดาพนาลี”

‘ทหารม้าอาสาเกราะทอง’ ข้างต้นนี้มีมาตั้งแต่โบราณ สังกัด ‘กรมม้าเกราะทอง’ นั่นเอง

ใช่จะมีเพียงฝรั่งเท่านั้นที่สังกัด ‘กรมอาสา’ หรือ ‘กรมทหารอาสาต่างประเทศ’ ยังมี อาสามอญ และอาสาญี่ปุ่น ดังที่ “ลิลิตเสด็จไปขัดทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี” พระนิพนธ์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ บรรยายกระบวนทัพเรือว่า

“แล้วถึงคู่เรือง้าว อาสาท้าวรามัญ ผูกปืนมั่นหน้าเรือ ดูงามเหลือลำทอง ฝรั่งสองประจำ…ฯลฯ…เรือเหราอีกสองคู่ กูบงามตรูสีสักหลาด ธงเขียนมาศดูแดงเหลือง มีครบเครื่องเหมือนกัน สมิงรามัญเป็นนาย พลพายมอญอาสา ปืนใหญ่หน้าจ่ารง ฝรั่งลงทั้งสี่ลำ อยู่ประจำลำละสอง คู่ชิงคลองกระบวนหน้า ศรีนาวาแปดลำ ดูไพร่นายเลิศล้ำ กลั่นกล้าราญณรงค์ ฯ”

อีกตอนหนึ่งเล่าถึง ‘อาสาญี่ปุ่น’ ว่า

“อาสาขวาสมทบทวนทอง อาสาญี่ปุ่นกองสำคัญ แสงพลพันซ้ายขวา เจ้ามหาดจ่าหุ้มแพร เนื่องอัดแอเรือในกรม”

อาสาญี่ปุ่นมิได้มีเพียงทางน้ำเท่านั้น มีในกระบวนทัพทางบกเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากตอนที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพให้จัดกระบวนทัพตามตำรับพิไชยสงครามในค่ำคืนหนึ่ง

“๏ ธ จึงตรัสสั่งให้หามา (ต้นฉบับขาด) พระยาพระหลวงขุนหมื่น ในกลางคืนพร้อมพรั่ง

ทั้งผู้รั้งกรมการ (ต้นฉบับขาด) ทั้งกองขันเขมรดง พระมณเฑียรณรงค์หลากลาว กองพุงขาวพุงดำ (ต้นฉบับขาด) แกว่นทางด่านทางลาด พร้อมธุลีบาทแออัด ดำริจัดเป็นกอง กรมทวนทองพระอนุรักษ์ ธ ให้ชักพระเมืองบรรจบ ห้าร้อยครบไว้ค่ายหน้า รักษาปีกกาต่อกัน ปีกซ้ายนั้นหลวงนเรนทร์

ชาติสังหาร(ต้นฉบับขาด) พระองค์เจ้ากำกับ บรรจบสลับดั้งทอง พัตเบิกกองมอญใหม่ รามัญไทยสี่ร้อยทัด ค่ายหนึ่งจัดแผ่ปีกกา กองปีกขวา(ต้นฉบับขาด) พระองค์หนึ่งผูกกับช่วย รามัญด้วยสมทบ (ต้นฉบับขาด) ปีกกานี้ต่อกัน ค่ายหลังนั้นอาสาญี่ปุ่น ราชเดชขุนแทรกสลับ หม่อมเจ้ากำกับองค์หนึ่ง ไทยเขมรครึ่งกึ่งพัน ปีกกามั่นรักษาด้วย มีการช่วยทั้งสี่ค่าย กองเกียกกายพระองค์เจ้า พระมณเฑียรลาวเอามา ตำรวจวังหน้าไว้ด้วย พระยาบริรักษ์ช่วยตริการ เคยชำนาญคนเก่า เจ้ายังเยาว์ศึกทำ ไทยลาวประจำค่ายนี้ สิริบาญชีหกร้อยทัด”

นอกจากทหารมอญ ทหารเขมร ทหารลาว ทหารญี่ปุ่น ยังมีทหารจีน

“๏ ยังพลเมืองเหลือไว้ เขมรทั้งลาวอีกไทยไซ้

พันแปดร้อยคน

จีนกองขนลำเลียงด้วย สมุทรสงครามฉ้วย

ไว้เท้อญอีกกอง

เป็นคนสองร้อยนี้ บรรจบไว้ที่นี่ชี้

สิริถ้วนสองทัพ ฯ”

จะเห็นได้ว่ากองทัพไทยสมัยก่อน นอกจากทหารไทย ยังมีทหารต่างชาติต่างภาษาทั้งที่เป็นชาวเอเชียด้วยกัน เช่น มอญ ลาว เขมร จีน ญี่ปุ่น และเป็นชาวยุโรป ได้แก่ พวกฝรั่งทั้งหลาย

น่าสังเกตว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพทรงเป็นทั้งนักรบและกวี มีความรู้ความสามารถด้านการรบและการประพันธ์ ทรงถ่ายทอดความเชี่ยวชาญการรบ การจัดกระบวนพลตามตำราพิไชยสงครามผ่านวรรณคดีทั้งสองเรื่อง คือ “ลิลิตเสด็จไปขัดตาทัพพม่าเมืองกาญจนบุรี” และ “พระลอนรลักษณ์”

เรื่องแรกเป็นเสมือนบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

เรื่องหลังเป็นบทละครเพื่อความรื่นรมย์

ลองเทียบการจัดกระบวนทัพระหว่างวรรณคดีสองเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าสมจริงตามตำราพิไชยสงคราม ทั้งที่เป็นกระบวนทัพไทย (ที่ยกมาข้างต้น) เมื่อครั้งพระองค์เสด็จยกกองทัพไปตั้งขัดตาทัพพม่า เมื่อ พ.ศ.2363 ขณะดำรงพระยศเป็นพระน้องยาเธอ กรมหมื่นศักดิพลเสพในรัชกาลที่ 2

และกระบวนทัพผีของปู่เจ้าสมิงพรายในบทละครเรื่อง “พระลอนรลักษณ์” ต่อไปนี้

“๏ เกณฑ์ทัพคับคั่งตั้งกระบวน หอกทวนธงทิวปลิวไสว

โล่เขนปืนผาหน้าไม้ อาวุธแกว่งไกวทั้งไพร่นาย

ถือธงตัวดีเอาผีภูต ขี่อูฐออกหน้ากล้าใจหาย

ปีกขวาผีพม่ากับทวาย ปีกซ้ายญวนเขมรเกณฑ์เข้ากัน

กองหลวงเลือกล้วนกระบวนลาว ทั้งพุงดำพุงขาวแข็งขัน

กองหลังผีฝรั่งกับรามัญ สมทบกันตามหมวดตรวจตรา”

(หมายเหตุ – ลาวพุงดำ ลาวพุงขาว ต่างกันที่ตำแหน่งการสัก ‘ลาวพุงดำ’ สักลายด้วยน้ำหมึกสีคล้ำตามตัว ตั้งแต่เอวไปจนถึงขา ‘ลาวพุงขาว’ ไม่สักลายตามตัว จะสักลายตั้งแต่เข่าจนถึงโคนขาเท่านั้น จากบทความของ คุณปดิวลดา บวรศักดิ์ “ศิลปวัฒนธรรมออนไลน์” เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568)

เห็นมั้ยล่ะกระบวนทัพไทยที่ยกมาก่อนหน้านี้กับกระบวนทัพผี นอกจากจัดทัพได้สมจริงเช่นเดียวกันแล้ว ยังมีทหารนานาชาติครือๆ กันอีกด้วย มีทหารลาวพุงดำลาวพุงขาว ทหารฝรั่ง ทหารมอญ และทหารเขมรเหมือนๆ กัน จะต่างกันอยู่บ้างก็ตรงที่เป็น ‘กองทัพคน’ กับ ‘กองทัพผี’ และมีทหารบางชาติไม่ตรงกันเท่านั้น กองทัพคนมีอาสาญี่ปุ่น กองทัพผีไม่มี มีแต่ผีพม่า ผีทวายและผีญวน ซึ่งกองทัพคนไม่มี

(ทวาย คือ ชื่อเมืองทางใต้ของประเทศพม่า เรียกชาวเมืองนั้นว่า ‘ชาวทวาย’ จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน)

ขอจบเรื่องทหารนานาชาติแต่เพียงนี้ จบที่กองทัพผีนี่แหละ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด