วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
เรื่องราวเชื่อมโยงธนาคารเก่าแก่ของไทย กับบทบาทผู้นำในยุคใกล้
ว่าไปแล้วถือว่าเกือบๆ 3 ทศวรรษแล้ว ธนาคารไทยพาณิชย์ กับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงองค์กร สะท้อนความพยายามปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ ที่เป็นมา และจากนี้ไป จะเรียกว่า มี “เงา” หรือความต่อเนื่องจากผู้นำคนหนึ่งซึ่งพ้นตำแหน่งไป
ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ผู้มีบทบาทผู้บริหารยาวนาน เกือบ 25 ปี จากในวัย 54 ปี จนมาถึงวัยราว 80 ปี ถือเป็นยุคสมัยอันยาวนานของธนาคารแห่งนี้
จากตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (2542-2562) จากช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สามารถอยู่รอด ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ สู่แผนการปรับตัวครั้งใหม่ ในช่วงขึ้นเป็นนายกกรรมการ (2562-2565)
จนมาถึงวาระสุดท้ายในตำแหน่งประธานกรรมการ เอสซีบี เอกซ์ (2565-2567) องค์กรธุรกิจใหม่ซึ่งเข้ามาครอบ กับบทบาทที่กว้างขึ้น
จุดตั้งต้นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ ที่เรียกว่า Change Program มีขึ้นเมื่อกว่า 2 ทศวรรษ (ตั้งแต่ปี 2544) ขณะธุรกิจเก่าแก่ได้เดินหน้ามาไกล เข้าใกล้ศตวรรษ
จาก “Change Program” สู่แผนการ “Going Upside Down” (กลับหัวตีลังกา) ในต้นปี 2561 ดูสะดุดเล็กน้อยในระยะเปลี่ยนแปลงนามผู้ถือหุ้นใหญ่ กับการเข้ามาของกรรมการคนสำคัญหน้าใหม่ ในจังหวะนั้น วิชิต สุรพงษ์ชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกกรรมการ (เมษายน 2562) แทน อานันท์ ปันยารชุน
มาอีกระยะ (ปี 2564) จึงได้จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่อย่างจริงจัง เป็น “ยานแม่” (Mothership) ใหม่ ผ่านกระบวนการให้เป็นจริง (1 มีนาคม 2565) เมื่อบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (ซึ่งยังใช้ชื่อย่อในตลาดหุ้นเหมือนเดิม- SCB) เข้าสวมบทบาทและกลายเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) แทนธนาคารไทยพาณิชย์
“SCB ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประกอบธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ เป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก” คำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับลักษณะธุรกิจที่เป็นไป
ยุค ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ผมเองเคยมองไว้ว่า “ผู้นำซึ่งไม่ได้มาจากโมเดล และสายสัมพันธ์ดั้งเดิม” ด้วยมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจธนาคารกับการคัดสรรผู้นำใหม่ๆ สืบทอดต่อเนื่องมา ปรับเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควร เชื่อว่าเป็นไปตามบริบท และพัฒนาการสังคมธุรกิจไทย ด้วยธุรกิจใหญ่ๆ มีความสัมพันธ์กับสังคมไทย และผู้คนในวงกว้างมากขึ้น
กรณีสืบเนื่อง กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ เข้ามาเป็นกรรมการธนาคาร (ปี 2545) ในฐานะมีประสบการณ์ยาวนานเป็นผู้บริหาร Unilever ในประเทศไทย ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโถคซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อย่างที่เรียกกันว่า Fast-moving consumer goods (FMCG) เข้ามาดูแล retail banking ตามแผนการซึ่งให้ความสำคัญอย่างมากในเวลานั้น “จำได้ว่า ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย พูดว่า ถ้าคุณมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจธนาคาร เราก็ไม่จ้าง” กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ เคยกล่าวไว้ (หนังสือประวัติธนาคารไทยพาณิชย์ ภาคภาษาอังกฤษ “Century of Growth” 2007)
ในเวลาต่อมา กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ได้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (2550-2558)
อีกคน อาทิตย์ นันทวิทยา ผู้มีประสบการณ์ทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์สั้นๆ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อวิกฤตการณ์ปี 2540 จากนั้นผ่านงานบริหารธุรกิจระดับโลก ราวทศวรรษ กับ Cargill Financial Service ในตำแหน่ง Hedge Fund Manager และ Standard Chartered Bank เป็น Managing Director และ Regional Head Capital Markets, Southeast Asia เป็นตำแหน่งสุดท้าย กลับมาร่วมงานธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง (ปี 2551) ต่อมาไม่นาน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (2558-2565)
เข้าใจว่า เขาให้ความสำคัญเรื่องโครงสร้าง ระบบและกลยุทธ์ จึงมีบทบาทอย่างสำคัญในกระบวนการแปลงร่าง และสร้าง “ยานแม่” เขาสืบต่อมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX ขณะ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย มากำกับเป็นประธานกรรมการ
ในจังหวะคาบเกี่ยว ธนาคารไทยพาณิชย์ (ได้กลายเป็นธุรกิจหนึ่ง ในเครือ เอสซีบี เอกซ์) ได้มีประธานกรรมการบริหารคนใหม่- กฤษณ์ จันทโนทก (ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2565) ผู้มีโปรไฟล์คล้ายๆ อาทิตย์ นันทวิทยา อยู่ในวัยไม่เกิน 50 ปี มีการศึกษาในประเทศ กับประสบการณ์กับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าธุรกิจหลักทรัพย์ และประกัน โดยผ่านประสบการณ์การบริหารธุรกิจระดับโลกในไทยมาด้วย
เมื่อย้อนไปมองกระบวนการสร้าง “ยานแม่” ว่าด้วย “ร่องรอย” แนวคิดที่เป็นไป ได้ปรากฏบุคคลผู้โดดเด่นขึ้น
นั่นคือ กระบวนการการปรับโครงสร้างธุรกิจ สู่สิ่งที่เรียกว่า “ธุรกิจใหม่” หรือ New growth มีมาตั้งแต่ปี 2559 เปิดฉากเปิดตัวกิจการใหม่ๆ ที่สำคัญ- บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด (Digital Ventures หรือ DV)
“…หนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมธนาคารผ่านการลงทุนและการค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ” ปีต่อมา (2560) มีอีกแห่ง บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) “ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูล …เกี่ยวข้องกับ big data และ AI…”
ตามมาด้วยบริษัทใหม่ที่สำคัญจริงจัง ในปี 2563- บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) ก่อตั้งขึ้น แยกตัวเป็นอิสระออกจากระบบและแบบแผนธนาคารเดิม- “ธุรกิจลงทุนและพัฒนาธุรกิจทางการเงิน รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ ตลอดจนลงทุนในการวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน” ข้อมูลทางการอธิบายไว้สั้นๆ มีบทบาทเป็น Holding Company ใหม่ แทนบทบาทธนาคารดั้งเดิม ด้วยเข้าถือหุ้นบริษัทใหม่ที่ว่า รวมทั้ง Digital Ventures (DV) และ SCB Abacus ด้วย
รวมทั้งประกาศแต่งตั้งผู้บริหารคนสำคัญในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X นั่นคือ- ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์
มีสาระอีกบางตอนที่น่าสนใจ อรรถาธิบายไว้ในคราวนั้นด้วย “อย่าพยายามนำธุรกิจใหม่ๆ ไปอยู่ใต้โครงสร้างของธนาคาร… ด้วยแบบแผนธุรกิจที่แตกต่างกัน ธนาคาร-ธุรกิจดั้งเดิม เน้นการสร้างรายได้ และกำไรอย่างที่เป็นมา ขณะกิจการใหม่ให้ความสำคัญนวัตกรรม จะไม่สามารถทำกำไรในช่วงต้น ช่วงเวลาการลองผิดลองถูกเพื่อแสวงหาโมเดลที่ใช่ เมื่อได้จังหวะจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว อย่างที่เรียกว่า exponential growth…”
ทว่า ข้างต้นเป็นปรากฏการณ์ “คั่นจังหวะ” ก่อนมี “ยานแม่” อย่างแท้จริง
ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ เข้ามาทำงานธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่ยุค กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ในฐานะผู้ไม่มีประสบการณ์และความรู้ด้านธนาคารมาเลย ด้วยพื้นฐานการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งปริญญาตรี-โท-เอก จากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกา
หากสืบสาแหรก เขาคือทายาทคนหนึ่งของ ประมณฑ์ สุธีวงศ์ อดีตผู้บริหาร เครือซิเมนต์ไทย หรือ เอสซีจี ในยุคสำคัญอยู่ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ เริ่มมีบทบาทสำคัญมากๆ ตั้งแต่ปี 2560 (ดูข้อมูลประกอบ) เขาบุกเบิก SCB 10X ช่วงสั้นๆ ก่อนขยับบทบาทสำคัญเข้ามาอยู่ใน “ยานแม่” ใหม่- SCBX ในฐานะรองประธานกรรมการบริหาร ตั้งแต่ก่อตั้ง
ที่น่าตื่นเต้นและแตกต่าง SCBX เพิ่งประกาศ (มิถุนายน 2568) แต่งตั้งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ล่วงหน้าถึงหนึ่งปีครึ่ง- ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ จะขึ้นดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 มกราคม 2570 เวลานั้น อาทิตย์ นันทวิทยา ถือโอกาสเกษียณในวัย 60 ปี

