วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com

เหตุการณ์สำคัญบางอย่าง กระตุ้นให้ย้อนกลับไปมองช่วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านมา ว่าด้วยอิทธิพลและความผันแปร

จำได้ว่าครั้งแรก เริ่มนำเสนอเรื่องราวในฐานะคอลัมนิสต์ “มติชนสุดสัปดาห์” เมื่อราว 15 ปีที่แล้ว “ผมมาที่นี่เพื่อตั้งคำถามพร้อมๆ กับแสวงหาคำตอบ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบที่ถูกต้อง หากควรเป็นที่เข้าใจได้ ในฐานะคอลัมนิสต์ โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ข้อเขียนทุกชิ้นมีความพยายามตอบคำถามต่างๆ บางระดับอยู่ด้วย”

เรื่องราวที่นำเสนอ ประหนึ่งเป็นการตั้งวงเสวนา โดยตั้งใจไว้แต่แรก “ขอขีดวง มองการเคลื่อนไหว ว่าด้วยสถานการณ์ เกี่ยวข้องสังคมธุรกิจไทย”

ทุกเรื่องมีความสัมพันธ์กับบริบท นำเสนอภาพเชื่อมโยงกับสังคมไทยยุคสมัย ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ “ตั้งแต่ยุคแห่งการคลี่คลายในปี 2475 มายุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน ให้เป็น ‘ภาพเคลื่อนไหว’ มีสีสันและน่าตื่นเต้น”

ภาพดังกล่าว มีมิติความสัมพันธ์ ระหว่างระบบเศรษฐกิจ เหตุการณ์ ความคิด และผู้คน

ทั้งนี้ ให้ความสำคัญอ้างอิงถึงผู้คนรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะ กลุ่มที่เรียกว่า Baby Boomer ตามนิยามคนรุ่นนี้เกิดปี 2489-2507 ในปัจจุบันมีอายุ 61-79 ปี พวกเขาและเธอเกิดและเติบโตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นกลุ่มคนผู้มีประสบการณ์ชีวิตกว้างขวาง ผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายช่วงเวลา

ในตอนนั้น (ราว 15 ปีที่แล้ว) มีบางคนกล่าวไว้ว่า “เป็นรุ่นที่คงมีบทบาทในสังคม บางคนถึงขั้นเชื่อกันว่า Baby Boomer คือคนรุ่นที่ยังคุมชะตาเศรษฐกิจโลกเอาไว้”

เวลานั้นมีบทความบางชิ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลก ผู้อรรถาธิบายแนวโน้มเศรษฐกิจ เขาไม่ได้มองแค่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ หากให้ความสำคัญถึงพฤติกรรมของคนรุ่น Baby Boomer ด้วย

มีบทวิเคราะห์ทำนองว่า วงจรเศรษฐกิจโลกในกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ไม่อาจกลับมาฟื้นตัวได้รวดเร็วอย่างที่คาด เพราะกลุ่มที่มีพลังทางเศรษฐกิจ มีอายุมากแล้ว มีความระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น

มองไปแล้ว สำหรับสังคมไทยและใกล้เคียง คนรุ่นที่ว่าไม่เพียงมีบทบาททางเศรษฐกิจและธุรกิจเท่านั้น (อ้างอิงเป็นเรื่องราว จาก Forbes Thailand 50 Richest) หากรวมไปถึงมิติอื่นที่สำคัญด้วย

มีหลายเหตุการณ์ หลายกรณีที่เกิดขึ้น สะท้อนบุคลิก ความเชื่อ และประสบการณ์ อาจมองได้ว่า เป็นข้อจำกัดของคนรุ่นนี้

อีกมิติในข้อเขียนชิ้นแรกนั้น วาดภาพอย่างจริงจัง ถึงเหตุการณ์ใหญ่ 3 ช่วง เชื่อว่าได้สร้างผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งต่อพัฒนาการสังคมไทย

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี 2475

การเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร เป็นผลเชื่อมโยงโดยตรงมาจากวิกฤตการณ์ของโลก แนวคิดเศรษฐกิจชาตินิยมของคณะราษฎร ได้บั่นทอนอิทธิพลทางเศรษฐกิจอาณานิคมตะวันตก และกิจการคนไทยเชื้อสายจีนยุคแรกๆ ไปด้วย

คณะราษฎรดำเนินยุทธศาสตร์และแผนการเพื่อควบคุมระบบเศรษฐกิจไว้ แต่แผนการและกิจการในเครือข่ายดำเนินไปอย่างไม่ค่อยราบรื่น ด้วยความผันแปรทางการเมือง การบริหารอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งมีความขัดแย้งภายใน เป็นไปอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าสู่ดินแดนประเทศไทย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กดดันรัฐไทยให้ประกาศสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร ภายใต้สถานการณ์นั้น ปรากฏเป็นความซับซ้อน และความยุ่งยากอย่างมาก

ว่าในภาพรวม จากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ถึงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และผลพวง ถือเป็นช่วงเวลาที่พัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทยได้หยุดชะงัก ยาวนานถึง 2 ทศวรรษ

อย่างไรก็ดี ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีธุรกิจสำคัญได้ก่อตัวขึ้น นั่นคือ การสถาปนาระบบธนาคารพาณิชย์ไทยขึ้น อย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก โดยมีนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนเป็นแกน ส่วนใหญ่อยู่ในเครือข่ายอำนาจทางการเมืองอันทรงอิทธิพลเวลานั้น ก่อตัวขึ้นโดยกลุ่มทหาร เข้าสู่อำนาจโดยแบบแผนการรัฐประหาร

สงครามเวียดนาม (ปี 2507-2518)

สงครามใหญ่ในภูมิภาคครั้งนั้น นำพาอิทธิพลสหรัฐอเมริกาเข้ามายังประเทศไทยด้วย อิทธิพลดังกล่าวมีความหมายกว้างมากทีเดียว

มิได้จำกัดวงในเรื่องการเมือง-การทหาร หากมีผลอย่างสำคัญในการปรับโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจไทย

เริ่มต้นจากแผนพัฒนาการทางเศรษฐกิจฉบับแรก มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขนานใหญ่ มีส่วนส่งเสริมอย่างสำคัญให้ธุรกิจเอกชนไทย มีส่วนร่วม มีบทบาท ที่สำคัญมีโอกาสเติบโต กลุ่มธุรกิจไทยใหม่ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นขบวนอย่างหลากหลาย

มีกรณีตัวอย่างหนึ่งมักอ้างถึง เครือซิเมนต์ไทยหรือเอสซีจี ธุรกิจเก่าแก่ซึ่งอยู่รอด ผ่านมาหลายวิกฤตการณ์ มาอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอีกครั้ง กำลังก้าวผ่านจากยุคผูกขาด สู่ยุคใหม่ มีผู้ท้าทายมากขึ้น แผนการกู้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นผลสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐไทยเวลานั้น ได้ก่อให้เกิดพัฒนาการทางธุรกิจอีกขั้น สู่ช่วงก้าวกระโดดครั้งใหญ่

ธุรกิจอเมริกันเอง ขยายการลงทุนอย่างขนานใหญ่มายังประเทศไทย เปิดโลกอุตสาหกรรมใหม่ๆ หากว่าเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับกิจการด้าน Consumer Product แล้ว ถือเป็นภาพสะท้อนอิทธิพลอเมริกันได้ลงลึกถึงวิถีชีวิตของคนไทยนับตั้งแต่นั้นมา

ผมเองสนใจอีกมิติหนึ่งว่าด้วยการศึกษา กระแสสังคมไทยเวลานั้น นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาในสหรัฐอเมริกากันมากขึ้น ที่จริงเริ่มต้นและต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่ออิทธิพลสหรัฐในโลกมีมากขึ้น

ที่สนใจเป็นการเฉพาะ คือการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจสมัยใหม่แบบอเมริกัน นั่นคือ MBA ขณะนั้นเป็นกระแสมีอิทธิพลมากขึ้นในโลกแล้ว

พวกจบการศึกษา MBA กลุ่มแรกๆ กลุ่มหนึ่งเข้ามาเมืองไทย กลายเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่ ได้เข้ามามีอิทธิพล มีบทบาท อยู่ใจกลางสังคมธุรกิจไทย นั่นคือสังคมการเงิน โดยมีธนาคารเป็นแกน

เป็นยุคที่ผมเองเรียกว่า “ระบบธนาคารครอบครัว” แข็งแรง เติบโต ขยายอาณาจักรธุรกิจอย่างกว้างขวาง อยู่ภายใต้กฎกติกาของรัฐซึ่งถูกมองว่าปกป้อง คุ้มครอง

จึงตามมาด้วยปรากฏการณ์หนึ่ง “หน้าใหม่” ก่อกระแส และความพยายามเข้าสู่ธุรกิจธนาคาร แต่ดูไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

ในช่วงท้ายสงครามเวียดนาม มีความสั่นไหวอยู่บ้าง ธุรกิจอเมริกันบางส่วนถอนตัว แต่ส่วนใหญ่คงฝังรากลึก ในเวลาเดียวกันขบวนธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาสมทบ กลายเป็นกลุ่มทุนที่มีบทบาทอย่างมาก มีส่วนกระตุ้นให้สังคมธุรกิจไทยพัฒนาไปอย่างซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

วิกฤตการณ์การเงินปี 2540

ภาพสังคมธุรกิจไทยหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2540 เป็นภาพปริศนาพอสมควร

บทสรุปหนึ่ง “คงไม่มีช่วงใดเท่าวิกฤตครั้งนั้น ธุรกิจครอบครัวถูกบั่นทอนมากที่สุด กว้างขวางที่สุด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจมีที่มายาวนานเพียงใด โดยเฉพาะการล่มสลายของระบบธนาคารครอบครัวไทย” ผมเคยว่าไว้อ้างอิงจากหนังสือเล่มหนึ่ง (“The Fall of Thai Banking” ปี 2545 โดย วิรัตน์ แสงทองคำ)

นั่นเป็นปฏิกิริยาเชิงลบของสังคมธุรกิจไทย ต่อระบบทุนนิยมระดับโลก ต่อโลกาภิวัตน์ เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในสังคมไทย ปะทุต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540

สิ่งที่น่าสนใจต่อจากนั้น ช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ดูเหมือนสังคมธุรกิจไทยไม่ได้เผชิญสถานการณ์ครั้งใหญ่ ไม่มีผลกระทบสั่นไหวครั้งใหญ่ดังเช่นที่ผ่ามมา ขณะเดียวกัน ดูเหมือนมีภาวะขยับเขยื้อนบางสิ่งบางอย่างอยู่ด้วย

เป็นจังหวะเดียวกันกับเรื่องราวซึ่งนำเสนอ ณ ที่นี้ เกิดขึ้น ว่าไปแล้ว ข้อเขียนที่ผ่านๆ มา เป็นเพียงชิ้นส่วน เป็นไปอย่างกระจัดกระจาย ยังไม่ได้ปะติดปะต่ออย่างจริงจัง จึงไม่ได้ให้ภาพใหญ่ ภาพรวมอย่างที่ควรเป็น

เมื่อมาเผชิญปรากฏการณ์ย้อนแย้ง ย้อนยุค ดังหลายๆ เหตุการณ์ที่เป็นไป เป็นอยู่ในเวลานี้ ชวนให้ขบคิดอย่างจริงจังว่า ช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาพใหญ่ที่แท้จริงเป็นไปเช่นไร และทำไมจึงเป็นไปเช่นนั้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วิวัฒนาการที่กำกับได้ (2) : การกำกับวิวัฒนาการในหลอดทดลอง
ยุคสมัยอันว่างเปล่า เรามีชีวิตไปเพื่ออะไร
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (3)
PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)