| สุจิตต์ วงษ์เทศ
ในอุษาคเนย์โบราณมีเรื่องเล่าสะท้อนความเชื่อว่าภูมิภาคอุษาคเนย์ทุกคนเป็นพี่น้องท้องแม่เดียวกัน
กำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้า เป็นเรื่องเล่าแพร่หลายในกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์ทางลุ่มน้ำโขง โดยไม่พบหลักฐานว่าเริ่มบอกเล่ากันมาตั้งแต่เมื่อไร?
ต่อมาอีกนานเรื่องเล่ากำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในพงศาวดารล้านช้าง แล้วยังพบในเอกสารของไทดำ เมืองแถน (เดียนเบียนฟู) ในเวียดนาม
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นหลักฐานยืนยันว่าคำบอกเล่าหรือเรื่องเล่าเป็นวัฒนธรรมร่วมของนานาชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานอยู่บริเวณลุ่มน้ำโขงและแพร่หลายลงไปลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ไม่รู้ว่าเรื่องเล่านี้เริ่มมีเมื่อไร? มาจากไหน?
คนเกิดจากน้ำเต้าเป็นเรื่องเล่ากำเนิดมนุษย์
ส่วนผู้เป็นเจ้าคือผีฟ้า (เป็นใหญ่อยู่บนฟ้า) ไม่ได้เกิดจากน้ำเต้า
ต่อจากนั้นผู้เป็นเจ้าส่งทายาทคนหนึ่งมีอำนาจเป็นใหญ่ควบคุมคนที่เกิดจากน้ำเต้า
กำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าเป็นความเชื่อหลายพันปีมาแล้วของคนหลายชาติพันธุ์ เพราะพบภาชนะดินเผามีฝาปิดและมีคอคอด (รูปร่างเหมือนน้ำเต้า) ใช้บรรจุกระดูกมนุษย์ไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีขุดพบในแหล่งขุดค้นเขตทุ่งกุลาร้องไห้ (อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด)
ผลน้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์ของการเกิด เพราะมีรูปร่างคล้ายมดลูกซึ่งเป็นอวัยวะภายในของเพศหญิงที่มีช่องหรือทางให้กำเนิดทารกอันเรียกว่าช่องคลอด
ส่วนลักษณะทรงกลมป่องของน้ำเต้าเหมือนท้องของแม่ที่มีทารกอยู่ข้างใน และเมล็ดน้ำเต้าซึ่งมีจำนวนมากสอดคล้องกับความต้องการของคนหลายพันปีมาแล้วที่ต้องการมีลูกจำนวนมากๆ เพื่อเป็นกำลังทำการผลิตพืชผลทางกสิกรรม น้ำเต้าจึงเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ของคนเกือบทั้งโลก โดยเฉพาะในวัฒนธรรมอินเดีย, จีน และอุษาคเนย์
การบรรจุกระดูกคนตายไว้ในน้ำเต้ายังหมายถึงการกลับสู่ถิ่นเดิมที่เกิดมาคือน้ำเต้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของครรภ์มารดาหรือท้องของแม่
หลักฐานโบราณคดีพบอย่างนี้เท่ากับเป็นพยานว่าเรื่องกำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าเป็นความเชื่อมีจริงและมีเรื่องเล่าอยู่จริงในสังคมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว และยังเชื่อสืบเนื่องต่อมาจนปัจจุบัน
แต่รูปแบบภาชนะเปลี่ยนไปเป็นโกศ (สำหรับชนชั้นนำ), หม้อดิน (สำหรับชาวบ้าน) เป็นต้น

เรื่องเล่าน้ำเต้ากำเนิดมนุษย์
“คนทั้งหลายก็เกิดมาอาศัยซึ่งหมากน้ำ—-คนทั้งหลายฝูงเกิดในผลหมากน้ำเต้า ฝูงนั้นก็ร้องก้องนี่นั่นมากนักในหมากน้ำนั้นแล
ปู่ลางเชิงจึงเผาเหล็กชีแดงชีหมากน้ำนั้น คนทั้งหลายจึงบุเบียดกันออกมาทางฮูที่ชีนั้น —-
ขุนคานจึงเอาสิ่วไปสิ่วฮู ให้เป็นฮูแควนใหญ่แควนกว้าง คนทั้งหลายก็ลุไหลออกมานานประมาณ 3 วัน 3 คืนจึงหมด—-
คนทั้งหลายฝูงออกมาทางฮูชีนั้นแบ่งเป็น 2 หมู่ๆ หนึ่งเรียกชื่อไทยลม หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยลี ผู้ออกทางฮูสิ่วนั้นแบ่งเป็น 3 หมู่ๆ หนึ่งเรียกชื่อไทยเลิง หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยลอ หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยควางแล” [พงศาวดารล้านช้าง]
คำบอกเล่ากำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าปุง ว่ามีคน 5 พี่น้องแบ่งเป็น 2 หมู่ คือ ผิวคล้ำกับผิวไม่คล้ำ
หมู่ผิวคล้ำ เพราะออกทาง ฮูชี หรือรูอันเกิดจากเหล็กเผาไฟร้อนแดง ถูกไฟลวกเผา ทำให้คนออกมาผิวคล้ำ เรียกชื่อว่า ชาว (ไทย) ลม ชาว (ไทย) ลี่
น่าจะหมายถึงคนในตระกูลมอญ-เขมร และมาเลย์-จาม
หมู่ผิวไม่คล้ำ เพราะออกทาง ฮูลิ่ว ไม่ถูกไฟลวก เรียกชื่อว่า ชาว (ไทย) เลิง ชาว (ไทย) ลอ ชาว (ไทย) ควาง
น่าจะหมายถึงคนในตระกูลม้ง-เมี่ยน, เวียด-มวง, ไท-ไต
ไทย-ไท-ไต หมายถึงคน หรือชาว

[วาดโดย สุรเดช แก้วท่าไม้ อยู่ในห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ]
คําบอกเล่าอย่างนี้ ไม่มีตอนจบแน่นอนหรือตายตัว แต่จะต่อเติมเสริมแต่งได้ตามความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชนเผ่าพันธุ์นั้นๆ ดังนั้น ด้วยคำบอกเล่าอย่างนี้เองเป็นเหตุให้ผู้คนตระกูลไท-ไต และตระกูลอื่นๆ เคารพยำเกรงแถน แล้วมีความทรงจำเรื่องแถนมาตราบถึงทุกวันนี้
คำว่าไทย-ไท-ไต ในเอกสารโบราณ มีความหมายเดียวกันว่าคน หรือชาว จึงไม่ได้หมายถึงคนไทย ในสังกัดรัฐชาติไทยอย่างปัจจุบัน (คนอีสานรวมสองฝั่งโขงยังใช้ไท ไต ในความหมายว่า คน หรือ ชาว จนทุกวันนี้ เช่น ไทบ้านได๋ หมายความว่า เป็นคนที่ไหน ชาวอะไร ฯลฯ)
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
