โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
ไทยในพลวัตภูมิรัฐศาสตร์เอเชีย
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาที่กำลังดำเนินอยู่นี้สร้างความเสียหายหลายประการต่อทั้งสองฝ่าย ทั้งเรื่องชีวิตผู้คนและเรื่องเศรษฐกิจ
เรื่องเศรษฐกิจ ด้วยทั้งไทยและกัมพูชามีระบบเศรษฐกิจที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว หลายคนมองเฉพาะมูลค้าการค้าที่ไทยได้ดุลจากกัมพูชานับ 30,000 ล้านบาทต่อปี เท่ากับเศรษฐกิจไทยเสียรายได้
ในขณะที่เมื่อสู้รบกันทำให้สินค้าไทยส่งเข้ากัมพูชาไม่ได้ พ่อค้ากัมพูชาไม่มีสินค้า ส่วนคนกัมพูชาก็ขาดแคลนสินค้า
ในเวลาเดียวกัน การพัฒนาประเทศของกัมพูชาและมีเสถียรภาพทางการเมือง ย่อมเสริมสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยได้ด้วย
แนวโน้มที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจกัมพูชาไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันเท่านั้น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ รวมทั้งญี่ปุ่นก็ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกัมพูชา
ความสัมพันธ์ทั้งการค้าและการลงทุนของไทยในกัมพูชาเหล่านี้ จึงอาจกล่าวได้ว่า ทั้งไทยและกัมพูชามีระบบเศรษฐกิจที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน (interdependence)
หมายความว่า ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเป็นภาคส่วนสำคัญโดยที่ไม่ใช่มีแค่ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ไม่ใช่มีแต่ความไม่พอใจต่อกันในปัญหาชายแดน เรื่องราวในอดีตที่ยังโต้แย้งระหว่างกันเรื่องดินแดน เรื่องมรดกทางวัฒนธรรมทั้งโบราณสถาน ประเภทอาหาร ท่ารำ การแต่งกาย
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาครั้งนี้ยังเปิดเผยเรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ ต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทยด้วย
ซึ่งบทความสั้นนี้จะทดลองนำเสนอมุมเหล่านี้
พลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์
ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาได้เปิดพื้นที่ให้ชาติมหาอำนาจภายนอก ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีน
จีน
จีนก้าวเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ต่อความขัดแย้งของทั้งสองในหลายลักษณะ ก่อนความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาล่าสุด กล่าวได้ว่า จีนเป็นชาติมหาอำนาจภายนอกที่มีบทบาทอย่างสำคัญในกัมพูชา
จีนคือตลาดใหญ่ของกัมพูชา จีนคือผู้ลงทุนรายใหญ่ของกัมพูชา นักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดของกัมพูชา
ในเวลาเดียวกัน กัมพูชาเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์ของจีน จีนเป็นแหล่งอาวุธสำคัญของกัมพูชา จีนทั้งให้เปล่า และขายอาวุธต่างๆ แก่กัมพูชา
ทั้งจีนและกัมพูชามีการฝึกผสมทางทหารทั้งทางบก ทางทะเลทั้งที่กัมพูชาและที่เมืองสำคัญบางเมืองของจีนอย่างต่อเนื่อง
หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียมีการฝึกทางทหารสำคัญกับสหรัฐคือ Cobra Gold ตั้งแต่ยุคสงครามเย็นตราบจนถึงปัจจุบัน
แต่กัมพูชาเป็นประเทศพันธมิตรทางทหารกับจีนและได้ร่วมฝึกซ้อมทางทหารกับจีนคือ Dragon Gold อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไม่มีภารกิจทางทหารเช่นนี้แบบที่กัมพูชามี
ในการเมืองภูมิภาค จีนเป็นชาติมหาอำนาจภายนอกที่ทำหน้าที่คล้าย หลักประกันทางการเมืองให้กับการเมืองภายในกัมพูชาต่อเนื่อง ยาวนานและเปิดเผย
ช่วงสงครามกลางเมืองในกัมพูชา (1988-1991) จีนให้การสนับสนุนเขมรแดงทั้งด้านอาวุธและหลักประกันทางการเมือง ทั้งนี้ไม่ว่า พอล พต และเขียว สัมพันธ์ ผู้นำสูงสุดของเขมรแดงในยุคนั้น รวมทั้งชาวนาที่กลายมาเป็นนักรบผู้นำทหารป่าและเคยต่อสู้กับเขมรแดงคือ ฮุน เซน ล้วนได้รับการสนับสนุนโดยเปิดเผยจากจีน
ในช่วงการแผ่อิทธิพลทางการเมืองและการทหารของเวียดนามในอินโดจีน รวมทั้งช่วงที่กองทัพเวียดนามบุกและรุกรานกัมพูชา จนกระทั่งทำสงครามถึงขั้นกองทัพเวียดนามเคลื่อนตัวเข้าไปบริเวณชายแดนกัมพูชาและไทย ซึ่งต่อมามีการสถาปนาสันติภาพในกัมพูชาภายใต้การแทรกแซงของนานาชาติในปี ค.ศ.1993 โดยอาเซียนและกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งองค์การสหประชาชาติ สืบต่อช่วงการฟื้นฟูประเทศภายใต้การนำของผู้นำกัมพูชา
จีนก็ไม่เคยทิ้งบทบาทพันธมิตรหลักและผู้ให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูประเทศกัมพูชาเลย

สหรัฐอเมริกา
สำรวจความผูกพันสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ความน่าสนใจของการสำรวจความผูกพันสหรัฐต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จะ…ข้างต้น แม้เป็นแค่การสำรวจความน่าสนใจ ลองสรุปออกมาคือ
ลดลง เพิ่ม
ไทย 32.7% 5.1%
กัมพูชา 16.3% 9.3%
สปป.ลาว 14.6% 18.5%
เมียนมา 18.6 % 11.3%
เวียดนาม 18.7% 11.%
ที่ผู้เขียนให้ความสนใจกับข้อมูลการสำรวจความผูกพันของสหรัฐต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานสำคัญหน่วยไหนของรัฐบาลอเมริกัน เราจะเห็นการสำรวจความผูกพันในมุมมองที่มาจากทางการสหรัฐเอง แล้วผู้เขียนเน้นที่ความผูกพันของสหรัฐต่อไทยเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านของเราในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ผู้เขียนเห็นว่า รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ลดความผูกพันหรือไม่ให้ความสำคัญต่อไทยมากที่สุดในประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงคือ ลดความผูกพันต่อไทยมากถึง 32.7% มากกว่าเวียดนาม สปป.ลาว
ที่น่าแปลกกับ สปป.ลาว ซึ่งเป็นประเทศเล็กและแทบไม่มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ความมั่นคงมากนัก แต่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ยังมีแนวโน้มลดความผูกพันต่อ สปป.ลาวน้อยกว่าไทยคือ เพียง 14.6%
ที่น่าแปลกใจมากๆ คือ รัฐบาลทรัมป์ 2.0 สำรวจแนวโน้มลดความผูกพันต่อเมียนมา ประเทศที่รัฐบาลสหรัฐโจมตีและวิจารณ์การปกครองแบบเผด็จการทหาร และละเมิดสิทธิมนุษยชนสูงมาก แต่ลดความผูกพันเพียง 18.6% น้อยกว่าไทยเสียอีก
เป็นไปได้ว่า สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวสรรเสริญไทยว่า เป็นต้นแบบประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ไทยมีภาคประชาสังคม (Civil Society) ที่เข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ความมั่นคงเพื่อสหรัฐโดยแท้ แล้วยังปลอบประโลมใจเหล่าชนชั้นนำไทยอีกด้วย
เครือข่ายจีน
ซื้อเรือดำน้ำจีน
ส่งชาวอุยกูร์กลับจีน
หนุนรัฐบาลทหารเมียนมา
ไทยย้อนแย้งกับความสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์เอเชียไปแล้วหรือ
ประเด็นเหล่านี้อาจเป็นรูปธรรมให้สหรัฐลดความผูกพันกับไทยดังการสำรวจที่กล่าวข้างต้น
รูปธรรมเหล่านี้คือ พฤติกรรมลบของรัฐบาลไทยในมุมมองของชาติมหาอำนาจ กล่าวคือ รัฐบาลไทยกำลังทำให้สถานะประเทศต่ำลงในสายตาสหรัฐ และต่ำลงในสายตาประชาคมโลกไปพร้อมๆ กัน
รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ขึ้นมาพร้อมกับคำประกาศว่าจะฟื้นฟูสถานะไทยในเวทีโลก แต่นโยบายบังคับส่งชาวอุยกูร์กลับจีนทำให้ไทยถูกมองว่าเดินตามจีนเหมือนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ทำแบบเดียวกัน
วันนี้นอกจากจีนจะทำกับไทยเหมือนเป็นเมืองขึ้นแล้ว รัฐสภายุโรปและรัฐบาลสหรัฐยังมีมาตรการลงโทษรัฐบาลไทยเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการส่งกลับชาวอุยกูร์ไปจีน
รัฐสภายุโรปเสนอให้ยุโรปชะลอการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย ข้อตกลงนี้ไทยได้ประโยชน์ ไทยพยายามหาทางเจรจากับเขามาตลอดหลังจากถูกระงับเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำรัฐประหาร แล้วนโยบายส่งชาวอุยกูร์กระทบชื่อเสียงของไทย
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ การค้าขายเสียหายขนาดไหน การส่งออก การจ้างงานจะกระทบอย่างไรจากพฤติกรรมคล้อยตามจีน วันนี้สหรัฐระงับวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยที่เกี่ยวข้องกับการบังคับส่งอุยกูร์กลับจีน คำว่าเจ้าหน้าที่ครอบคลุมถึงรัฐบาลได้ด้วย ไม่ใช่แค่ข้าราชการ
ส่วน Freedom House ลดอันดับเสรีภาพเราไประดับเขมร-จีน-พม่า-ลาว-เวียดนาม ในกรณีสหรัฐให้ระวังมาตรการลงโทษทางภาษีที่มีโอกาสตามมาแน่ๆ เช่นเดียวกับในกรณียุโรปที่เราเสี่ยงต่อการเสียโอกาสค้าขายในทวีปนั้นต่อไป
ส่วนกรณี Freedom House นักท่องเที่ยวที่ไหนอยากมาเที่ยวประเทศที่ระดับเสรีภาพต่ำเท่าเมียนมา-จีน-กัมพูชา-เวียดนาม ในเรื่องต่างประเทศคือ เอาผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง แต่ผลประโยชน์นั้นต้องไม่ขัดกับหลักสากล เพราะจะทำให้ผลประโยชน์ประเทศเสียหายไปด้วย
รัฐบาลแพทองธารชอบพูดคำว่า Geo-Politics หรือคำว่าภูมิรัฐศาสตร์ คิดว่ารัฐบาลไม่รู้จักคำนี้จริงๆ และคนไทยทั้งประเทศเตรียมตัวรับผลจากรัฐบาลแบบนี้ไว้ได้เลย1
เครือข่ายจีน
ซื้อเรือดำน้ำจีน
ส่งชาวอุยกูร์กลับจีน
หนุนรัฐบาลทหารเมียนมา
เหล่านี้เป็นพฤติกรรมเชิงลบของไทยในสายตาชาติมหาอำนาจและนานาชาติ แล้วยังเป็นต้นเหตุการณ์ลดความผูกพันต่อไทยจากรัฐบาลทรัมป์ 2.0 แล้วบทบาทไทยในความขัดแย้งไทย-กัมพูชาล่าสุดได้เพิ่มความซับซ้อนในภูมิภาคอันส่งผลต่อท่าทีและนโยบายของรัฐบาลแพทองธารอีกด้วย
ทั้งหมดคือ ความท้าทายของรัฐบาลไทยอย่างมาก
1 ศิโรตน์ คล้ามไพบูลย์ https://x.com/sirotek/status/1900820936687010160?s=58&t=NMCFvexv6ZT2nsySlBxWnw 16 March 16, 2025
