bg-single

สงครามไม่ได้แก้ปัญหาเส้นเขตแดน

17.08.2025

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon

สงครามไม่ได้แก้ปัญหาเส้นเขตแดน

ความไม่ลงรอยระหว่างกองทัพกับรัฐบาลเป็นเรื่องที่คนไทยรู้มานาน ถึงแม้รัฐบาลจะแถลงว่ากองทัพกับรัฐบาลเป็นเอกภาพ และนายพลที่โดนรัฐบาลบังคับให้ยืนแถลงจะพูดแบบเดียวกันด้วย ความไม่ลงรอยระหว่างกองทัพกับรัฐบาลก็มีอยู่จริงๆ ถึงอมบ้านจันทร์ส่องหล้ามาพูดว่าไม่มีก็ไม่มีใครเชื่อเลย

คำพูดคุณแพทองธาร ชินวัตร กับ “อังเคิล” ว่าแม่ทัพภาค 2 เป็น “ฝ่ายตรงข้าม” เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีวันลบทิ้งได้

เช่นเดียวกับคำแก้ตัวของพ่อนายกฯ ว่า “ฝ่ายตรงข้าม” หมายถึง “ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง” ก็ยิ่งตอกย้ำความไม่ลงรอยของกองทัพกับรัฐบาลมากขึ้น จนไม่รู้ว่าจะพูดไปทำไม

ล่าสุด กองทัพภาค 2 โพสต์ขอรับบริจาครั้วลวดหนามกั้น 4 จังหวัดชายแดน รักษาการนายกฯ ก็ตอบโต้ว่าไม่ต้องโพสต์ อยากได้อะไรให้ขอรัฐบาลมา เดี๋ยวประชาชนจะด่ารัฐบาลว่าไม่ให้เงิน ส่วน พล.ต.วินธัย สุวารี ก็โต้กลับว่าเงินน่ะมี แต่ซื้อแบบปกติต้องรอ 1 เดือน ซึ่งก็ยิ่งทำให้คนวิพากษ์ความเชื่องช้าของรัฐบาล

เพื่อตอกย้ำความไม่ลงรอยกับรัฐบาลให้ชัดเจนขึ้น กองทัพภาค 2 โพสต์เฟซบุ๊กขอรับบริจาครั้วลวดหนามอีกหลังจากที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” ห้าม โดยกองทัพระบุว่าลวดหนามขาดตลาด เป็นของจำเป็นต่อชีวิตและความปลอดภัยของกำลังพล

หรือพูดตรงๆ คือตบหน้ารัฐบาลว่าไม่สนใจความปลอดภัยกำลังพลเลย

ทั้งหมดนี้เป็นความสัมพันธ์ที่ผิดปกติแน่ๆ เพราะตามกฎหมายแล้วรัฐบาลคือผู้บังคับบัญชาของกองทัพ

แต่ทันทีที่รัฐบาลซึ่งผลงานแย่อยู่แล้วทำผิดเรื่องคลิปลับอังเคิล กองทัพก็ค่อยๆ ประกาศเอกราชจากรัฐบาลแทบทุกเรื่อง

ส่วนรัฐบาลไม่มีแม้แต่รัฐมนตรีกลาโหมเพื่อควบคุมกองทัพโดยตรง

ปัญหามีอยู่ว่า แล้วกองทัพกับรัฐบาลจะเอาอย่างไรกับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาดี

นายพลทหารอินฟลูฯ คนหนึ่งพูดทันทีที่ไทยกับกัมพูชาหยุดยิงว่าทหารอยากรบต่ออีก 7 วัน มิหนำซ้ำยังท้ากัมพูชาด้วยว่าแน่จริงมายิงกันไหม รอบนี้เอาให้จบๆ ใครได้ดินแดนแค่ไหนเอาแค่นั้น และทันที่พลทหารกับจ่าเหยียบกับระเบิดขาขาด นายพลอินฟลูฯ คนเดิมก็อัดคลิปว่าถึงเวลารบให้เด็ดขาดสักที

นอกจากนายพลจะแสดงออกว่าอยากรบทั้งที่ไม่ได้ไปรบเอง สื่อ, อินฟลูฯ และเครือข่าย IO กองทัพก็สร้างวาทกรรมว่าหยุดยิงทำให้กัมพูชาได้เปรียบ, สหรัฐให้หยุดยิงเพราะเข้าข้างกัมพูชา, F-16 พร้อมถล่ม, ไทยรอยึดปราสาทตาควาย ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนสร้างวาทกรรมให้เลิกข้อตกลงหยุดยิงทันที

ประเด็นคือ แน่ใจหรือว่าการเลิกข้อตกลงหยุดยิงจะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จริงๆ

ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดจาก “ความขัดแย้งทางโครงสร้าง” ที่ข้อพิพาทเส้นเขตแดนซึ่งมีเป็นร้อยปี (Borderline Dispute) ยกระดับเป็นข้อพิพาทชายแดน (Border Dispute) และลามไปสู่การปะทะชายแดน (Border Clash) จนจบที่การปะทะข้ามพรมแดน (Cross-border Clash) ในปัจจุบัน

ตรรกะของการเลิกหยุดยิงคือยิงแล้วไทยชนะจนได้เขตแดนที่เป็นปัญหาคืนมา แต่การได้เขตแดนในโลกสมัยใหม่ไม่มีกรณีไหนที่ได้มาโดยนำกองทัพข้ามพรมแดนไปยึดดินแดนเหมือนยุคเจงกีสข่าน, บุเรงนอง หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะข้อพิพาทเขตแดนทุกกรณีล้วนจบที่โต๊ะเจรจา

ข้อพิพาทเส้นเขตแดนคือปัญหาอมตะที่ฝรั่งเศสยุคอาณานิคมทิ้งให้ไทยกับกัมพูชาเหมือนหลายประเทศ เส้นสมมุติที่เรียกว่า “เขตแดน” ถูกเขียนเป็นแผนที่ด้วยเทคโนโลยียุค ร.5 ซึ่งโทรเลขยังเป็นเรื่องล้ำยุค

ผลก็คือ “เขตแดน” บนแผนที่ไม่มีทางตรงกับ “ชายแดน” บนผืนดินจริงในภูมิศาสตร์โลกเลย

ตรงข้ามกับความเข้าใจง่ายๆ ว่า “เส้นเขตแดน” บนแผนที่บอกว่าไทยอยูที่ไหน “ชายแดน” บนผืนดินจริงก็เป็นไปตามนั้น เพราะ “เส้นเขตแดน” ไม่ตรงเป๊ะกับ “ชายแดน” ข้อพิพาทเรื่องชายแดนทั่วโลกจึงต้องจบที่ถึงมีการปะทะก็ต้องจบที่เจรจา ไม่ใช่ส่งทหารไปยึดเมืองหลวงเหมือนยุคบุเรงนอง

ถ้าเทียบ “ชายแดน” เป็นที่ดิน ข้อพิพาทชายแดนก็เหมือนที่ดินซึ่งโฉนดแปลงเดียวกันมีเจ้าของซ้อนกัน 2 คน

ทางแก้ไม่ใช่เจ้าของคนหนึ่งยึดที่ดินจากอีกคนแล้วจบ เพราะยึดที่ดินได้ก็ไม่ได้แปลว่าได้สิทธิเหนือโฉนดไปด้วย วันไหนอีกฝ่ายยึดกลับก็จบ เผลอๆ ถึงศาลแล้วถูกตัดสินว่าผิดทั้งคู่ไปเลย

ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตอนนี้ สิ่งที่ประเทศไทยต้องแก้มีอยู่ 4 เรื่องด้วยกัน

ข้อแรก การปะทะทางทหารข้ามพรมแดนที่กัมพูชามีการโจมตีพื้นที่พลเรือนจนมีเด็ก, ผู้หญิง และพลเรือนเสียชีวิต ทางแก้เรื่องนี้คือรัฐบาลต้องเป็นเจ้าภาพดำเนินคดีผ่านศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ด้วยกลไกต่างๆ เช่น อัยการหรือคณะมนตรีความมั่นคง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ง่าย แต่ต้องทำ

นักวิชาการบางคนบอกว่าการทำแบบนี้อาจกระทบต่อการเจรจาหยุดยิงกับกัมพูชา แต่การไม่ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้กัมพูชายิงพื้นที่พลเรือนโดยไม่ต้องสนใจความผิดยิ่งขึ้น เรื่องนี้จึงไม่ทำไม่ได้

เช่นเดียวกับการอายัดทรัพย์สินของผู้นำกัมพูชาในไทยเพื่อชดเชยความสูญเสียที่เกิดกับประชาชนไทย

ข้อสอง การปะทะตามแนวชายแดนที่กัมพูชามีการวางทุ่นระเบิด ทางแก้คือรัฐบาลต้องฟ้องกัมพูชาต่อกรรมการอนุสัญญาออตตาวาที่จะประชุมปลายปีนี้ ถึงอนุสัญญาจะไม่มีบทลงโทษทางเศรษฐกิจหรือกำลังทหาร แต่จะถูกประณามหรือสูญเสียความช่วยเหลือจากประชาคมโลกอย่างรุนแรง

เรื่องนี้เป็นงานของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งรัฐมนตรีและผู้ช่วยไม่กระตือรือร้นเลย

ถ้าถามว่าน้อยขนาดไหน ก็น้อยระดับคุณเศรษฐา ทวีสิน จากเพื่อไทยต้องโพสต์ว่ารัฐมนตรีและผู้ช่วยจากเพื่อไทยทำเรื่องนี้น้อยเกินไป ถึงแม้สื่อ, พรรคประชาชน และนักวิชาการจะพูดเรื่องนี้มานานแล้วก็ตาม

ข้อสาม ข้อพิพาทตามแนวชายแดน ทางแก้คือรัฐบาลจะต้องทำให้ชายแดนหยุดยิงให้ได้ ปัญหาคือตอนนี้การจัดการชายแดนทั้งไทยและกัมพูชาล้วนอยู่ใต้อิทธิพลทหาร และผู้นำทหารทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีวาระเรื่องหยุดยิงเท่ากับยิงกันต่อ เพราะการยิงทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์กว่าหยุดยิง

พูดง่ายๆ การหยุดยิงรอบที่ผ่านมาเกิดจากแรงกดดันจากมหาอำนาจทั้งด้านเศรษฐกิจและการทูต ทหารไทยและกัมพูชาไม่ได้หยุดยิงเพราะรบกันจนถึงสถานการณ์ที่มี “ทางตันจากความเจ็บปวดร่วม” (Mutually Hurting Stalemate) ทั้งไทยและกัมพูชาจึงไม่ได้มีความตั้งใจที่แท้จริงที่จะหยุดยิงเลย

ในแง่นี้ การหยุดยิงเป็นกลยุทธ์ในการซื้อเวลาที่ไทยและกัมพูชาจำยอมเพื่อให้แต่ละฝ่ายฟื้นฟูความพร้อมด้านอาวุธและกำลังพล คำประกาศของทหารไทยจึงพูดตลอดว่าพร้อมรบและท้าให้กัมพูชารบอีกครั้ง ขณะที่กัมพูชาเองก็ยั่วยุให้ไทยโจมตีกลับเพื่อรอโอกาสปะทะกันอีกรอบด้วยเช่นกัน

ถ้ารัฐบาลคุมกองทัพไม่ได้ โอกาสที่การหยุดยิงจะเกิดย่อมยากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เพราะกองทัพยังไม่แสดงความเต็มใจหยุดยิงมากเท่ากับความต้องการยิงอีกที

ข้อสี่ ข้อพิพาทเรื่องเส้นเขตแดน ไม่ว่าไทยกับกัมพูชาจะยิงกันต่อหรือไม่ และต่อให้ไทยบุกกัมพูชาแบบที่กลุ่มขวาจัดทั้งในและนอกกองทัพพูดถึงขั้น “ถล่มพนมเปญ” ทั้งสองประเทศก็ต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจาเพื่อแก้ปัญหาเส้นเขตแดนอยู่ดี เพราะไทยไม่มีทางถล่มหรือยึดพนมเปญได้ตลอดกาล

ในจินตนาการหรือ “วาทกรรม” ที่กลุ่มสุดโต่งบางกลุ่มพูดกัน ไทยควรใช้กำลังรบปลดอาวุธกองทัพกัมพูชาไปเลย แต่การปลดอาวุธหรือ Demilitarization เป็นเรื่องใหญ่ระดับสหรัฐปลดอาวุธญี่ปุ่น, สหประชาชาติปลดอาวุธอัฟกานิสถาน ฯลฯ ซึ่งไทยไม่มีทางมีศักยภาพทำแบบนั้นได้เลย

แม้เวลานี้การพูดถึงการหยุดยิงอย่างถาวรจะดูไกลเกินไป

แต่สังคมไทยควรตระหนักว่าการยิงไม่ได้แก้ปัญหาเขตแดนหรือชายแดน

ยิ่งยิงยิ่งมีคนกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้งที่ประเทศอยู่ในสภาวะ ” กึ่งสงคราม”

และในที่สุดปัญหาเส้นเขตแดนและชายแดนก็ต้องวนกลับไปโต๊ะเจรจา

สังคมไทยต้องแก้ปัญหาเรื่องเส้นเขตแดน แต่สงครามไม่เคยเป็นหลักประกันของชัยชนะด้านเส้นเขตแดน ซ้ำล้มหยุดยิงจะยิ่งทำให้การเจรจาเรื่องเขตแดนยากขึ้นกว่าที่ผ่านมา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space