เขย่าสนาม | Stivie Toon
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสลัดฟ้า นั่งเครื่องราวๆ 19 ชั่วโมง จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในชีวิต
ตัวผมได้เดินทางไปยัง เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอเนียร์ โดยเป็นการเดินทางไปกับ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ร่วมกับสำนักงาน คณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อไปจัดกิจกรรม “มวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025”
สำหรับโครงการมวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025 จะเดินทางไปเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยทั้งหมด 10 ประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เดินทางไปฮ่องกง, บราซิล, อังกฤษ และสกอตแลนด์ มาแล้ว โดยสหรัฐเป็นประเทศที่ 5 ของโครงการในปีนี้
เป้าหมายหลักๆ ของกิจกรรมมวยไทย มาสเตอร์ คลาส ก็คือการเอา 3 ยอดนักชกมวยไทย ได้แก่ แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ และ เพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 มาเปิดคลาสสอนมวยไทยให้ชาวอเมริกันที่สนใจ ทั้งพื้นฐานการชกมวยไทยที่ถูกต้อง, การออกอาวุธ และเทคนิคส่วนตัวต่างๆ ของแต่ละคน
นอกจากนี้ยังมีการเดินทางไปสำรวจค่ายมวยไทยต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก โดยมี 10 ค่ายมวยที่ผ่านมาตรฐาน Standard Muaythai Gym หรือ SMG ที่ผ่านมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย

“พี่หม่อง” ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ซึ่งเปรียบเสมือนผู้นำของเราในทริปนี้ เผยที่มาของการเดินทางไปสำรวจค่ายมวยต่างๆ ว่า ทางคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาเล็งเห็นความสำคัญในการทำให้ระบบนิเวศของกีฬามวยไทยเข้มแข็ง มีรากฐานที่ดีในการโปรโมตมวยไทย อย่างในประเทศเราพยายามส่งครูมวยไปอยู่ตามค่าย เปิดสอนฟรี หรือส่งเสริมมวยไทยให้เป็นอาชีพ ขณะที่ในต่างประเทศ ค่ายมวยหรือยิมส่วนใหญ่ก็มีคนไทยเป็นเจ้าของ เราก็มีหน้าที่รับรอง มอบป้ายรับรองมาตรฐานให้เพื่อเป็นเครื่องการันตี ให้เป็นที่ยอมรับและสามารถสร้างมูลค่าได้ ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น เมื่อมีคนเรียนมากขึ้นก็สามารถนำรายได้ส่งกลับไปให้ครอบครัวที่ไทยได้
“ครูอั๋น” อมรเดช รานจันทึก ครูมวยไทยที่เคโอเอ มวยไทยยิม หนึ่งในค่ายที่ผ่านมาตรฐาน เปิดเผยว่า อยู่ที่สหรัฐมา 15-17 ปีแล้ว คนที่นี่ชื่นชอบมวยไทยมากๆ เพราะพวกเขาชอบออกกำลังกายกัน ส่วนใหญ่เป็นการต่อยแบบสมัครเล่นเพื่อออกกำลังกายหรือป้องกันตัว แต่ก็มีลูกศิษย์หลายคนที่ติดใจแล้วเดินทางไปไทยค่อนข้างเยอะ
และที่เคโอเอ มวยไทยยิม แห่งนี้ เราได้บังเอิญไปเจอกับลูกครึ่งสาวไทย-อเมริกัน อย่าง “แอนนา” ฐาปภัค บัคเลย์ ซึ่งเกิดที่เมืองไทย แต่ย้ายกลับมาอยู่สหรัฐ ซึ่งเคยเรียนมวยไทยมาตั้งแต่เด็กๆ และพอกลับมาสหรัฐก็ยังชื่นชอบอยู่และได้มาฝึก หรือออกกำลังกายที่ยิมแห่งนี้
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ามวยไทยในสหรัฐ กำลังหล่อหลอมรวมเข้าไปเป็นไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่าที่จะเป็นชนิดกีฬา หลายๆ คนเลือกต่อยมวยไทยเพื่อเป็นการออกกำลังกายมากกว่าจะพัฒนาไปเป็นนักกีฬาอาชีพ เพราะต้องไม่ลืมว่ามวยไทยเองก็คือกีฬา และกีฬามันก็คือการออกกำลังกาย ถ้าเราเห็นยูโด, คาราเต้ หรือยูยิตสู เป็นงานอดิเรกได้ มวยไทยก็คงไม่ต่างกัน
และสิ่งที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่สุดเลยก็คือใน “มวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025” ปรากฏว่ามีชาวอเมริกันที่สนใจในมวยไทย ลงทะเบียนเข้ามาเรียนมวยไทยมากเกือบ 800 คน ซึ่งนับเป็นประเทศที่มีผู้สมัครเข้าเรียนมากที่สุดตั้งแต่จัดมาเลยก็ว่าได้

“ซานฟรานซิสโก นับเป็นแห่งที่ 12 ในช่วง 1 ปี 4 เดือนที่ได้ทำกิจกรรมนี้มา และเมื่อเทียบจากหนก่อนที่สหรัฐ ที่นครลอสแองเจลิสนั้น มีผู้สนใจเข้ามาเรียนมวยไทยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จาก 350 คนเป็นเกือบ 800 คนแบบนี้ มันทำให้เห็นว่าคนที่นี่ไม่ได้มองมวยไทยเป็นแค่เรื่องของกีฬา แต่มองเป็นเรื่องของการออกกำลังกาย เป็นเทรนด์การออกกำลังกายของชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม ซึ่งก็จะกลายเป็นการช่วยเผยแพร่มวยไทยทางอ้อมให้กับประเทศไทย” ชลิตรัตน์กล่าว
แน่นอนว่าในการจัดกิจกรรม สิ่งหนึ่งที่เรานำมาเผยแพร่ด้วยก็คือการประชาสัมพันธ์ การอำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำเพื่อดำเนินการขอวีซ่าเรียนมวยไทย แบบ Non-Immigrant Visa รหัส ED 90 Day และวีซ่า Muaythai DTV (Destination Thailand Visa) 180 วัน แน่นอนว่านี่จะทำให้นักชกชาวต่างชาติที่สนใจมวยไทย ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทย สร้างเงินหมุนเวียนในประเทศอีกทาง
ต้องบอกเลยว่าในช่วง 4-5 ประเทศที่ผ่านมาที่ได้ไปจัดกิจกรรมมวยไทย มาสเตอร์ คลาส ทางหอการค้าไทย ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลชาวต่างชาติที่เรียนมวยไทยเสร็จแล้วหาโอกาสเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเรียนเพิ่มเติม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย มากกว่า 870 ล้านบาทเข้าไปแล้ว
ก็อาจจะเป็นทิศทางที่ดีสำหรับการผลักดันมวยไทย เพื่อเป็นซอฟต์เพาเวอร์ โดยที่เรากำลังเดินมาถูกทางกับการฝังหัวชาวต่างชาติให้มวยไทยเป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ ที่พวกเขาสามารถนำเอาเข้ามาผนวกกับชีวิตประจำวันได้ เพราะขนาดสหรัฐยังมีผู้ชื่นชอบมวยไทยจำนวนมากขนาดนี้
เมื่อมวยไทยสามารถหยั่งรากลึกฝังเข้าไปในอีกหลายๆ ประเทศ ทำให้ทั่วโลกรู้จักมวยไทยได้มากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน
นี่แหละคือพลังของ ซอฟต์เพาเวอร์ ที่แท้จริง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
