เปลี่ยนม้ากลางศึก ศึกนอก ซ้อนศึกใน ‘บิ๊กปู’ จัดทัพ เบ็ดเสร็จ ตท.26 ยึดทัพอีสาน? ‘เสธ.เฟื่อง’ แรง แซงโค้ง ในวงล้อม ตท.25
รายงานพิเศษ
เปลี่ยนม้ากลางศึก
ศึกนอก ซ้อนศึกใน
‘บิ๊กปู’ จัดทัพ เบ็ดเสร็จ ตท.26 ยึดทัพอีสาน?
‘เสธ.เฟื่อง’ แรง แซงโค้ง ในวงล้อม ตท.25
การเปลี่ยนม้ากลางศึก ไม่ได้จะเกิดขึ้นแค่ในกองทัพภาค 2 ที่ต้องเปลี่ยนแม่ทัพภาค 2 คนใหม่มาแทน แม่ทัพกุ้ง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่จะเกษียณราชการเท่านั้น แต่เปลี่ยนม้ากลางศึกทั้งกองทัพเลยทีเดียว
เพราะทั้ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ต่างก็จะเกษียณราชการพร้อมกัน 30 กันยายนนี้ รวมถึงปลัดกระทรวงกลาโหม
คงเหลือแต่ บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่ยังคงมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570 ยังสามารถนั่งคุมกำลังรบสำคัญของกองทัพได้ต่ออีก 2 ปี ในช่วงระหว่างกรำศึกกับกัมพูชา
แต่ก็ไม่กระทบในภาพรวมของกองทัพบกมากนัก เพราะ พล.อ.พนา ยังคงทำหน้าที่ ผบ.ทบ. และเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในการสู้รบกับกัมพูชา
อีกทั้งคาดการณ์ว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลที่จะเสร็จสิ้นราวต้นเดือนกันยายนนี้ พล.อ.พนาจะจัดทัพให้เข้าที่มากขึ้น

บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ,พล.ท.บุญสิน พาดกลาง
ทั้งการดึง รองเสธ.ปู พล.ท.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก เพื่อนรักเตรียมทหาร 26 ขึ้นมาเป็นเสนาธิการทหารบกคู่ใจ
คาดกันว่าจะดึง รองเติ่ง พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ รองแม่ทัพภาค 2 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ขึ้นมาเป็น แม่ทัพภาค 2 คนใหม่ แบบไร้คู่แข่ง
เพราะแม้จะมี รองยูร พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค 2 เพื่อนร่วมรุ่นอีกคนเป็นแคนดิเดตก็ตาม แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ พล.ต.วีระยุทธ ซึ่งเติบโตมาในอีสานใต้ในกองพลทหารราบที่ 6 กองกำลังสุรนารี จนขึ้นมาเป็น ผบ.พล.ร.6 และ ผบ.กองกำลังสุรนารี รู้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาแบบทะลุปรุโปร่ง จะได้เปรียบกว่า พล.ต.นรธิป ที่เติบโตมาจากกองพลทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี อีสานตอนบน
แต่อยู่ที่ว่า พล.อ.พนา จะยึดทั้งกองทัพภาค 2 เลยหรือไม่ ด้วยการให้ พล.ต.นรธิป ขึ้นนั่งแม่ทัพน้อย 2 ติดยศพลโท เหมือน พล.ต.วีระยุทธ ก็จะทำให้ทั้งแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพน้อยเป็นเตรียมทหาร 26 ทั้งคู่
ขณะที่ พล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาค 2 ซึ่งเป็นที่รู้จักและถือเป็นทหารคนดังในกองทัพภาค 2 แม้จะเป็นคนเก่งและรู้พื้นที่ และร่วมทำการสู้รบกับกัมพูชามาตลอดกว่า 20 ปี จนเป็นที่เกรงใจของทหารเขมร แต่ที่ผ่านมาบทบาทที่โดดเด่นของ พล.ต.ณัฏฐ์ ทั้งในการเจรจาที่ทำให้เขมรยอมถอนกำลังออกไปจากแนวต้นพญาสัตบรรณที่ช่องบก และการออกสื่อ กลับทำให้ไม่เป็นที่พอใจของรุ่นพี่
อีกทั้งปัญหาระหว่างเตรียมทหารรุ่น 26 กับเตรียมทหารรุ่น 27 ก็ส่งผลต่อการตัดสินใจของ พล.อ.พนาในการเลือกแม่ทัพใหญ่และแม่ทัพน้อย 2
ทั้งนี้ นอกจากสื่อมวลชนแล้ว ประชาชนในพื้นที่ก็ยังสนับสนุน พล.ต.ณัฏฐ์ ให้ได้เป็นแม่ทัพอย่างน้อยก็เป็นแม่ทัพน้อย 2 จะได้ทำงานเคียงคู่กับ พล.ต.วีระยุทธ ที่เติบโตไล่ตามกันมาและร่วมรบในสมรภูมิเขาพระวิหารเมื่อปี 2554 มาด้วยกัน
หาก พล.ต.วีระยุทธเป็นแม่ทัพภาค 2 และ พล.ต.ณัฏฐ์ เป็นแม่ทัพน้อย 2 จะถือว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะ พล.ต.วีระยุทธเป็นนายทหารเงียบๆ พูดน้อย แต่มีความเฉียบคม ภายใต้ความนิ่ง
ขณะที่ พล.ต.ณัฏฐ์ ซึ่งเป็นสายบู๊และแสดงความคิดเห็นแสดงออกมาเสริมความแข็งแกร่งของทีมทัพภาค 2 ได้อีกแรงหนึ่ง
แต่ พล.อ.พนา ก็คงต้องฝ่าพลังของเพื่อนเตรียมทหาร 26 ที่คงไม่สนับสนุนให้ดึง พล.ต.ณัฏฐ์ รุ่นน้องเตรียมทหาร 27 ขึ้นมาเป็นแม่ทัพน้อย 2 เว้นแต่เสียว่า พล.อ.พนาจะเอาเรื่องของกองทัพและชาติบ้านเมืองมาเป็นหลักมากกว่าเรื่องเพื่อนร่วมรุ่น
เพราะ พล.ต.ณัฏฐ์ เติบโตมาจากอีสานใต้ผ่านมาทุกตำแหน่งทั้งผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรมทั้งทหารราบ ทหารลาย และทหารพรานชุดดำ ก่อนขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.6 และ ผบ.กองกำลังสุรนารีต่อจาก พล.ต.วีระยุทธ อีกทั้งยังพูดภาษาเขมรได้ ที่ผ่านมาจึงรับหน้าที่ในการเจรจากับเขมรตามสไตล์ทหาร

ทั้งนี้ พล.อ.พนาไม่ได้มีแนวคิดที่จะต่ออายุราชการ พล.ท.บุญสิน เช่นที่มีกลุ่มมวลชนเสนอเนื่องจากกระแสความนิยมในตัว พล.ท.บุญสิน อีกทั้งธรรมเนียมการต่ออายุราชการทหารได้ยกเลิกไปในห้วง 20 ปีมานี้ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม พล.ท.บุญสินจะไม่ไปไหนเพราะเมื่อเกษียณราชการก็จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของแม่ทัพภาค 2 และ ผอ.รมน.ภาค 2 คนใหม่ สานงานต่อในห้วงการเปลี่ยนผ่าน เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับ พล.ต.วีระยุทธอยู่แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมา พล.ต.วีระยุทธเป็นกำลังหลักในการบัญชาการการรบกับกัมพูชา อยู่หน้าแนวด้วยตนเองเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี รุ่นน้องเตรียมทหาร 30 ที่ตามเส้นทางรับราชการแล้วในการโยกย้ายครั้งนี้จะต้องขึ้นมาเป็นรองแม่ทัพภาค 2
แต่ก็มีกระแสข่าวว่าจะขอให้ พล.ต.สมภพทำหน้าที่ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีต่อไป ส่วน พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ก็คงต้องรอไปก่อน
ขณะที่ในส่วนของกองทัพแม้จะมีการเปลี่ยนม้ากลางศึกแต่ก็มีการสานต่อการทำงานกันไว้แล้ว

เช่น ในส่วนปลัดกระทรวงกลาโหม บิ๊กหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ได้วางตัวรองหนุ่ย พล.ต.ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกลาโหม เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ให้ขึ้นแทนไว้แล้ว
ขณะที่ ผบ.อ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก็วางตัวและสานต่องานให้กับรองหยอย พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 24 ไว้แล้วเช่นกัน
ขณะที่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ อาจจะเกิดพลิกความคาดหมาย เพราะความเปลี่ยนแปลงบางประการในกองทัพเรือในยุคของบิ๊กแมว พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร.
เพราะจากที่คาดการณ์ว่า พล.ร.อ.จิรพลจะต้องสานต่อการวางตัวทายาท ตามที่บิ๊กดุง พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. คนก่อนได้วางตัว ผบ.เดี่ยว พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ รุ่นน้องเตรียมทหาร 25 ให้ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.คนใหม่
แต่กลับมีกระแสข่าวสะพัดกองทัพเรือว่า พล.ร.อ.จิรพลจะตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่ได้ยึดตามที่ พล.ร.อ.อะดุงได้วางตัวเอาไว้ แม้ภาพลักษณ์ของ พล.ร.อ.จิรพลจะถูกมองว่าเป็นหนี้บุญคุณ พล.ร.อ.อะดุง ที่สนับสนุนให้ขึ้น ผบ.ทร. ก็ตาม
แต่ห้วงที่ผ่านมา พล.ร.อ.จิรพลก็ให้ความเคารพและฟังคำแนะนำของ พล.ร.อ.อะดุง เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 23 ผู้มีพระคุณมาตลอดหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ขึ้นเป็นผู้นำกองทัพเรือแล้วก็ย่อมต้องการที่จะมีความเป็นตัวของตัวเองและตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง
จึงทำให้มีกระแสข่าวสะพัดในกองทัพเรือว่า พล.ร.อ.จิรพลจะสนับสนุนบิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เสนาธิการทหารเรือรุ่นน้องเตรียมทหาร 24 ขึ้นเป็น ผบ.ทร. คนใหม่

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์
ทั้งนี้ พลังของเตรียมทหารรุ่น 24 ในกองทัพยังคงอยู่
เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่บางคนหลังการโยกย้ายตุลาคม 2568 นี้จะยังคงเป็นเตรียมทหารรุ่น 24 อยู่
เป็นที่คาดกันว่าก่อนที่จะเกษียณราชการบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นเตรียมทหารรุ่น 24 ย่อมต้องช่วยกันผลักดันให้เพื่อนร่วมรุ่นได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพสานภารกิจต่อ
มีรายงานข่าวว่า พล.ร.อ.จิรพลแฮปปี้ไนสไตล์การทำงานของ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เพราะการเป็นเสนาธิการทหารเรือได้รับผิดชอบงานสำคัญต่างๆ รวมถึงโครงการจัดซื้อจัดหาต่างๆ และร่วมในการแก้ไขปัญหาโครงการเรือดำน้ำจีน การผลักดันในการต่อเรือฟริเกต และการเคลียร์โครงการต่างๆ ที่ค้างคาอยู่
นอกจากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ยังมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดกับแกนนำเตรียมทหารรุ่น 23 ที่สนิทสนมกับ พล.ร.อ.จิรพลเป็นอย่างมาก
จึงทำให้ชื่อของเสธ.เฟื่องกำลังมาแรง
หาก พล.ร.อ.ไพโรจน์ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทร.คนใหม่ก็จะถือว่าเป็นสายบุ๋น ที่โตมามาจากฝ่ายอำนวยการ เพราะนอกจากเป็นผู้บังคับการเรือตรวจการ ต.19 แล้ว พล.ร.อ.ไพโรจน์ก็เติบโตมาในฝ่ายอำนวยการ ในกรมยุทธการทหารเรือจนขึ้นเป็น ผู้อำนวยการกองแผน กรมยุทธการทหารเรือ และผ่านหลายตำแหน่ง เช่น ผู้อำนวยการกองการฝึกยุทธการทหารเรือ ผู้อำนวยการกองยุทธการ รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน รองผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ
ประการสำคัญยังเคยเป็น ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ กลับมาเป็น รองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
และเป็น รองเจ้ากรมข่าวทหารเรือ เจ้ากรมข่าวทหารเรือ รองเสนาธิการทหารเรือ
ก่อนขึ้นเป็นเสนาธิการทหารเรือ และเป็นหนึ่งในแคนดิเดต ผบ.ทร.
ขณะที่ พล.ร.อ.ณัฏฐพล อีกหนึ่งในแคนดิเดตซึ่งเป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร 25 นั้นเคยเป็น ผู้บังคับการเรือหลวงอ่างทอง กองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการกองทัพเรือ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กรมข่าวทหารเรือ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมข่าวทหารเรือ เสนาธิการกองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ รองผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ
ก่อนที่จะถูกส่งไปเติบโตในกองบัญชาการกองทัพไทยในตำแหน่งแลกเปลี่ยน เช่น ผู้อำนวยการสำนักการข่าว กรมข่าวทหารเรือ รองเจ้ากรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และกลับมาเป็น รองเจ้ากรมข่าวทหารเรือ และเจ้ากรมข่าวทหารเรือ
ก่อนขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการคุมกำลังรบทางเรือตำแหน่งที่ พล.ร.อ.อะดุง เคยนั่งมาก่อนที่จะเป็น ผบ.ทร.
อย่างไรก็ตาม ยังมีแคนดิเดต ผบ.ทร.ที่ไม่อาจมองข้าม คือ บิ๊กจิต พล.ร.อ.พิจิตต์ ศรีรุ่งเรือง ผู้ช่วย ผบ.ทร. จากเตรียมทหารรุ่น 25 ซึ่งเติบโตมาในสายกำลังรบทางเรือ เคยเป็นผู้บังคับการเรือหลวงพระทอง ผู้อำนวยการกองยุทธการ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ผู้อำนวยการกองกำลังพล กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ผู้อำนวยการกองข่าว กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เสนาธิการกองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 2 รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 2 รองผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 2 รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ก่อนขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทร.
อย่างไรก็ตาม ทั้ง พล.ร.อ.ไพโรจน์ พล.ร.อ.ณัฏฐพล และ พล.ร.อ.พิจิตต์ ต่างเป็นแคนดิเดตที่มีอายุราชการเหลือ 1 ปีเท่านั้น คือจะเกษียณตุลาคม 2569 นี้แล้ว
คงมีเพียง บิ๊กอ๋อย พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ จากเตรียมทหารรุ่น 25 มีอายุราชการเหลือ 2 ปีจากเกษียณตุลาคม 2570
ที่น่าจับตามองคือเป็น ประธานกรรมการบริหารเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก คุมสนามบินอู่ตะเภา และเป็นตำแหน่งที่ พล.ร.อ.จิรพลเคยนั่งมาก่อนที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทร. เมื่อโยกย้ายครั้งที่แล้ว
พล.ร.อ.สุชาติเติบโตมาในกองเรือยุทธการ ตั้งแต่เป็น ผู้บังคับการเรือหลวงพะงัน ผู้บังคับการเรือหลวงสุรินทร์ และเติบโตในกองเรือยกพลขึ้นบก
คุมทัพเรือภาค 3 ฝั่งอันดามัน จนขึ้นเป็น ผบ.ทัพเรือภาค 3 และขึ้นเป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ
จะเห็นได้ว่าในแคนดิเดตทั้ง 4 คนนี้ เป็นเตรียมทหารรุ่น 25 ถึง 3 คน และเตรียมทหาร 24 อีก 1 คน จึงต้องมีการวัดพลังกันไม่น้อย
แต่ท้ายที่สุดอยู่ที่ตัว พล.ร.อ.จิรพล ซึ่งมีประสบการณ์จากการโยกย้ายครั้งที่ผ่านมาที่ทำให้รู้ว่าฝ่ายการเมืองทั้งนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมจะไม่สามารถแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ เพราะต้องยึดตามมติของคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหมหรือบอร์ด 7 เสือกลาโหม
แม้ว่าในการโยกย้ายครั้งนี้จะแตกต่างเพราะไม่มี รมว.กลาโหม มีแต่บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการ รมว.กลาโหมในการนำจัดโผทหารเท่านั้น จึงเป็นแค่บอร์ด 6 เสือกลาโหม
แต่อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวในกองทัพเรือยังคงเป็นชื่อของ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เป็นเต็งหนึ่งและจะอยู่ในโผที่ พล.ร.อ.จิรพล จะเสนอกระทรวงกลาโหมในกลางเดือนสิงหาคมนี้

ขณะที่กองทัพอากาศ แม้จะเดาใจ บิ๊กไก่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ได้ยากว่าจะเลือกใครขึ้นมาแทน ระหว่าง บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.พนา
กับเสธ.แอน พล.อ.อ.วชิรพล เมืองน้อย เสนาธิการทหารอากาศ รุ่นน้องเตรียมทหาร 27
แต่หากดูจากการมอบหมายงานและการชงงานสำคัญต่างๆ ให้ ในกองทัพอากาศก็ยังคาดการณ์ว่า พล.อ.อ.เสกสรร จะขึ้นเป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ และจะแท็กทีมกับ พล.อ.พนา ผบ.ทบ. ในการกรำศึกเขมร กันได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ
ดังนั้น แม้กองทัพจะเกิดภาวการณ์ เปลี่ยนม้ากลางศึก ท่ามกลางการสู้รบกับกัมพูชาที่แม้จะหยุดยิงแต่ก็ทำสงครามในด้านอื่นต่อเนื่องกันในระยะยาว ในฐานะที่กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศไทยไปแล้ว
แต่ผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่และแม่ทัพภาค 2 คนใหม่ ที่จะขึ้นมาดูแลกองทัพและแก้ปัญหาชายแดนต่อจากนี้ล้วนถือว่าไม่ธรรมดา และไม่ทำให้ภาพการทำงานหรือการสู้ศึกเขมรจะสะดุดชะงักแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามอาจจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
