bg-single

เกษียร การสำรวจและตั้งคำถามต่อตนเองและสิ่งรอบตัว ผ่านศิลปะภาพถ่าย (ตัวเอง) ของ ไมเคิล เชาวนาศัย

26.08.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

โดยปกติ ศิลปะมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบันทึกสิ่งที่ตามองเห็น หรือถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ภายในตัวตนของผู้สร้างงานออกมาเป็นรูปธรรม แต่ในบางครั้ง ศิลปะก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจ ศึกษา และตั้งคำถามต่อสิ่งรอบตัวของคนเราอย่าง สังคม การเมือง วัฒนธรรม หรือแม้แต่สำรวจสภาวะของตัวเองที่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวเช่นเดียวกัน

หนึ่งในศิลปินคนสำคัญที่ทำงานในลักษณะนี้ก็คือ ไมเคิล เชาวนาศัย ศิลปินร่วมสมัยผู้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับสากล เขาเป็นศิลปินไทยที่ทำงานศิลปะที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสังคม การเมืองและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งมากที่สุดคนหนึ่ง ถ้าจะให้นิยามว่าไมเคิลเป็นศิลปินประเภทไหน ก็คงเรียกได้ว่าเขาเป็นศิลปินแบบ Multidisciplinary หรือสหสาขา ที่ทำงานในหลากสื่อหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น ภาพถ่าย, จิตรกรรม, ศิลปะแสดงสด , ภาพยนตร์, ศิลปะจัดวาง ฯลฯ

ในฐานะศิลปิน ไมเคิลมักจะใช้ตัวของเขาเองเป็นสื่อในการถ่ายทอดความคิดและทำงานศิลปะ ผลงานของเขาเป็นการสำรวจบริบททางสังคม วัตนธรรม การเมือง ไปจนถึงความเชื่อ ความศรัทธา รวมถึงบทบาทและการแสดงออกทางเพศของตนเองและคนในสังคม ด้วยการใช้ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย และร่างกายของตนเองเป็นเครื่องมือในการทำงาน ผลงานของเขาโดดเด่นที่ความดิบสด แรง จะแจ้ง จัดจ้าน เปี่ยมสีสัน ด้วยการใช้ร่างกายตัวเองเป็นวัตถุดิบทางศิลปะ และถ่ายทอดประเด็นต่างๆ ด้วยความกล้าหาญและเปี่ยมอารมณ์ขัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานของสังคมไทย หรือแม้แต่สังคมโลกก็ตามที

ล่าสุด ไมเคิลมีนิทรรศการแสดงเดี่ยวของเขาในชื่อ เกษียร (G’SEIN) ที่เป็นเหมือนบทสรุปในช่วงเวลาหนึ่งของการทำงานศิลปะตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาของเขา ด้วยการเฝ้าสังเกต สำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว และเรื่องราวที่น่าสนใจ และตอบสนองสิ่งเหล่านั้นผ่านสายตา อารมณ์ความรู้สึก และกระบวนการคิดของเขา เพื่อสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อายุขัยที่ชราขึ้น และปฏิกิริยาที่มีต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว และถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานศิลปะภาพถ่ายในนิทรรศการครั้งนี้ โดยไมเคิลกล่าวถึงกระบวนการสร้างสรรค์ของเขาว่า

“ผมใช้เวลาในแต่ละวันมองดูสิ่งต่างๆ ตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น และตั้งคำถามกับมัน ผมซึมซับข้อมูลที่หมุนวนรอบตัวผม ตอบสนองต่อมัน ย่อยมัน และปลดปล่อยมันออกมาในรูปแบบของงานศิลปะ”

ที่น่าสนใจก็คือ นิทรรศการครั้งนี้เป็นการร่วมงานระหว่างไมเคิลกับภัณฑารักษ์รุ่นใหม่ 6 คน อย่าง กูกสิณา ไอยชา กูบาฮา, ชมตะวัน เกลื่อนถนอม, นฤเบศร จักษุสุวรรณ, ปรมา เหล่าปิยะสกุล, ทศเทพ ทะทา และอมต โชติพันธุ์ ผู้ถูกเรียกขานว่าเป็น “ภัณฑารักษ์เชิงตัวบท” โดยแต่ละคนได้หยิบยกแง่มุมต่างๆ ของผลงานตลอดเส้นทางการทำงานศิลปะของไมเคิลมาถอดรหัสและตีความด้วยสายตา มุมมอง และทัศนคติเฉพาะตัวของพวกตน ซึ่งนับเป็นการผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงาน สร้างบทสนทนา ตั้งคำถาม หรือแม้แต่ท้าทายศิลปินร่วมสมัยรุ่นบุกเบิกของไทยได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้ได้มีโอกาสก้าวไปเป็นอนาคตของวงการศิลปะในภายภาคหน้าได้ ไม่มากก็น้อย สามารถอ่านบทตีความทั้งหมดของภัณฑารักษ์ได้ที่ https://linktr.ee/HOPPhotoGallery

ถึงแม้รูปลักษณ์ของผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ของไมเคิลจะมีความสุขุม ลุ่มลึก และนิ่งงันกว่าผลงานในอดีตที่ผ่านมา หากแต่นัยยะและเนื้อหาของงานก็ยังคงมีความแรง จะแจ้ง และเต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญและอารมณ์ขันอย่างยิ่งอยู่ดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราแลเห็นผลงานชิ้นแรกนับแต่วินาทีแรกที่ย่างเท้าเข้าห้องแสดงงาน อย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตของไมเคิลสวมเสื้อเชิ้ตผูกไทบนพื้นหลังสีฟ้าอร่าม ดูเผินๆ จากระยะไกลเหมือนภาพถ่ายพนักงานดีเด่นขององค์กรหรือบริษัทสักแห่ง แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่า ใบหน้าและเสื้อผ้าของพนักงานผู้นี้ (หรือตัวไมเคิลเองนั่นแหละนะ) เปรอะเปื้อนด้วยคราบของน้ำเหนียวสีขาวขุ่นไหลเยิ้มย้อยเต็มหน้า ซึ่งจะว่าไป น้ำสีขาวขุ่นที่ว่าคงไม่ใช่น้ำนม หรือ “เกษียร” แบบเดียวกับชื่อของงานดอก หากแต่ไมเคิลกลับกล่าวถึงคุณค่าของน้ำเหนียวที่ไหลหยาดย้อยบนใบหน้าของเขาว่า

“ผมเชื่อว่า ของเหลวอะไรก็ตามที่หลั่งออกมาจากตัวคนเราเป็นสิ่งที่ดีงาม ไม่ว่าจะเป็น น้ำลาย น้ำตา เลือด ปัสสาวะ น้ำอสุจิ (จะรวมน้ำนมก็ได้ แต่ผมไม่มีนะ) เพราะเป็นการปลดปล่อย หรือแสดงความปลื้มปีติออกมา แม้แต่การร้องไห้ก็เป็นความปลาบปลื้มได้ เพราะฉะนั้น ของเหลวที่ออกมาจากตัวเรา ผมถือว่าเป็น ‘เกษียร’ ได้ทั้งหมด”

“ถึงแม้ในสังคมไทยเรา จะมองคำว่า ‘อสุจิ’ แปลว่าน้ำที่ไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ เหมือนมีการกระทำที่ไม่ดีเกิดขึ้น น้ำอสุจิจึงหลั่งออกมา ผมก็สงสัยว่าคนจำนวนหลายล้านคนกระทำการมีเพศสัมพันธ์กันนั้นไม่ดีตรงไหน การมองอสุจิเป็นสิ่งไม่ดีนั้นเป็นความหมายในยุคสมัยศีลธรรมในอดีต”

“ตัวผมเองถือว่าอะไรที่ออกจากตัวเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรู้สึกที่ร่างกายของเราสร้างขึ้น และหลั่งออกมา แม้แต่อุจจาระเองเป็นสิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน แต่จะว่าไปผู้ชมสามารถตีความความหมายของ ‘เกษียร’ ในงานผมกันได้ตามสะดวก”

หรือผลงานภาพถ่ายไมเคิล ในชุดจีวรพระ ในมือถือโทรศัพท์เคสสีรุ้งสดใส ก็ทำให้เราอดนึกไปถึงคดีความพระกับสีกาที่สั่นสะเทือนวงการพระพุทธศาสนาในช่วงเวลาไม่นานมานี้ไม่ได้ (ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เราได้ยินมาว่าไมเคิลทำงานชุดนี้ก่อนที่คดีความนี้จะเป็นข่าวเสียอีกน่ะนะ) ในนิทรรศการยังมีภาพถ่ายไมเคิลในชุดจีวรพระนั่งถือตาลปัตรบดบังใบหน้าของตัวเองมิดชิด

ผลงานชุดนี้ทำให้เรานึกไปถึงผลงานอันอื้อฉาวในอดีตของไมเคิลอย่าง Portrait of a man in habits 1 (2000) ภาพถ่ายไมเคิลแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ สวมจีวรเหลืองอร่าม หากแต่แต่งหน้าแต่งตา เขียนคิ้ว กรีดอายไลเนอร์ ขนตายาวงอนเช้ง ทาปากสีแดงสด และถือผ้าเช็ดหน้าลายการ์ตูนน่ารัก ที่เป็นการตั้งคำถามถึงสิทธิและความเป็นมนุษย์ของเกย์ในร่มเงาของพุทธศาสนา ผลงานชิ้นนี้สร้างความโกรธเกรี้ยวขุ่นเคืองแก่กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ไทยเป็นอันมาก จนเกิดการร้องเรียนให้ปิดนิทรรศการแสดงของเขา และกลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

โดยไมเคิลตอบสนองดราม่านี้ด้วยการม้วนภาพเจ้าปัญหาขึ้นเก็บ และถ่ายภาพตัวเขาเองในบทบาทของทิดที่เพิ่งสึกใหม่มาติดแทน ผลงานชิ้นนี้ของเขาสร้างแรงกระเพื่อมในวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย และส่งแรงบันดาลใจให้ศิลปินภาพถ่ายรุ่นหลังในการทำงานที่สำรวจบทบาทของวงการพุทธศาสนาไทยอย่างท้าทายยิ่ง

ในนิทรรศการนี้ยังมีผลงานภาพถ่ายอันนิ่งงัน แต่แฝงเอาไว้ด้วยนัยยะจะแจ้งอื้อฉาว อย่างภาพบุคคล (ซึ่งน่าจะเป็นตัวไมเคิลเอง) ที่ห่มคลุมผ้าสีจีวรจนมิดชิดหมดทั้งตัว โดยมีเส้นเชือกสีแดงรัดรึงร่างกายและผ้าคลุมในรูปแบบของชิบาริ หรือศาสตร์การมัดเชือกแบบญี่ปุ่น ที่อาจทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงประเด็นทางพุทธศาสนากับรสนิยมทางเพศ ถึงแม้ชิบาริจะไม่ได้หมายถึงบริบทนั้นเสมอไปก็ตามที

ผลงานอันโดดเด่นอีกชุดของไมเคิลในนิทรรศการนี้คือภาพขนาดใหญ่ของเส้นขนสีขาวโพลนบนพื้นสีดำสนิท 4 ภาพ ที่เมื่อดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันน่าจะเป็นเส้นขนในที่ลับ หรือขนเพชร ของไมเคิลเองนั่นแหละ ภาพถ่ายขนเพชรหงอกสีขาวโพลนขนาดมหึมาเหล่านี้ ถึงแม้จะแสดงออกถึงวัยอันโรยราของไมเคิล แต่ก็เป็นการประกาศความชราของตนเองด้วยอารมณ์ขันอันจะแจ้งท้าทายเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเราได้อ่านถ้อยคำบรรยายสไตล์คาราโอเกะอันยียวนที่ติดอยู่บนพื้นหน้าภาพถ่าย ใจความว่า “เว็น ยอร์ พิ้วบ์ เทินท์ ไว้ท์ …ยู อาร์ เอ็กซเป็ก-เต็ท ทู โนว์ ซรรม ฌัฐ อเบ้าท์ ไล้ฟ์” (พอขนเพชรคุณเริ่มหงอก คุณก็ควรจะรู้อะไรลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตบ้างแล้วล่ะ) ก็ยิ่งขบขันเข้าไปใหญ่ ถ้อยคำบรรยายสุดแสนยียวนที่ว่านี้ยังมีติดอยู่บนพื้นและผนังทั่วนิทรรศการนี้อีกหลายประโยค หรือแม้แต่สระ (ไทย) ด้วย

ในนิทรรศการยังมีภาพถ่ายของข้าวของเล็กๆ ที่ไมเคิลสนใจอย่างพวงมาลัยทำมือเล็กๆ ของเด็กหญิงขายพวงมาลัยคนหนึ่ง ที่ถูกนำมาขยายจนมีขนาดใหญ่เท่าคนในภาพเคียงข้าง เขากล่าวว่าเขาเป็นคนชอบหยิบอะไรเล็กๆ มาขยายใหญ่ เหมือนการพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างละเอียดลออ ไม่ใช่แค่มองผ่านไปเช่นเดียวกับผู้คนในยุคสมัยใหม่ที่มองสิ่งต่างๆ อย่างฉาบฉวยบนสื่อสังคมออนไลน์

ศิลปินไมเคิลกล่าวข้อคิดแก่ผู้ชมเมื่อมาชมผลงานของเขาว่า “มีบางสิ่งที่คุณควรจำไว้ เมื่อคุณเผชิญหน้ากับผลงานของผม ผมขอแนะนำให้คุณ ‘มอง’ งานที่อยู่ตรงหน้าคุณ (อย่าแค่ ‘เห็น’ มัน) อย่างจริงจัง แต่ก็ไม่จริงจังจนเกินไป และมีอารมณ์ขัน ผมเชื่อว่า เมื่อคุณพบความสมดุลระหว่างสามสิ่งนี้ เชื่อผมเถอะ ชีวิตของคุณโดยรวมจะง่ายขึ้นมากในการดำเนินไป”

เขายังทิ้งท้ายกับผู้ชมอีกว่า “ถ้าผมทำงานออกมาแล้วคุณไม่เข้าใจ ก็เรื่องของคุณ เพราะถ้าคุณสนใจงานของผม คุณก็คงหาทางรู้ได้เองอยู่ดี เหมือนที่พ่อของผมเคยพูดกับผมว่า กูทำทุกอย่างให้มึงแล้ว ถ้าไม่ชอบ ก็เรื่องของมึงแหละนะ!”

นิทรรศการ เกษียร (G’SEIN) โดย ไมเคิล เชาวนาศัย จัดแสดง ณ HOP Hub of Photography ห้อง HOP PHOTO GALLERY ชั้น 2 แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม-21 กันยายน 2568 เปิดให้บริการทุกวัน 11.00-19.00 น.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก HOP Hub of Photography



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

”วรวงศ์“ ห่วง ไทยโดนภาษีสหรัฐฯ เพิ่ม จี้ ”ศุภจี“ ตอบให้ชัด ปิดดีลแล้วหรือยัง ชี้ ไทยโดนอัตราภาษี 12.5% แต่ทำไมบอก 19%
50 ปี 6 ตุลาฯ (1) การเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
Darecation ทุกรกิริยาในวันหยุด
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน จากปืน ความเร็วสูง ปลิดชีพ ล่าม ทะลวง รปภ.
นิทาน AI แต่งน่ะได้ …แต่ไร้คุณภาพ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (20)
E-DUANG | การแยก แตกตัว ความคิด การแยก แตกตัว การเมือง
ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง