ดินแดง ราชปรารภ กระสุน จากปืน ความเร็วสูง ปลิดชีพ ล่าม ทะลวง รปภ.
ยุทธการแดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
กระสุน จากปืน ความเร็วสูง
ปลิดชีพ ล่าม ทะลวง รปภ.
บทความของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุต่อไปว่า สำหรับผู้หญิงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ คือ น.ส.สันธนา สรรพศรี อายุ 31 ปี เสียชีวิตเวลาประมาณ 20.20 น. เนื่องจากถูกกระสุนยิงทะลุคอจากด้านหลัง
ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณคอฉีกขาด
ข้อมูลในแบบเรื่องราวร้องทุกข์บอกให้รู้ว่า ผู้เสียชีวิตได้ซ้อนท้ายจักรยานยนต์แฟนเข้าไปในบริเวณนั้นจากทางด้านซอยหมอเหล็งจึงถูกยิงพร้อมกับแฟน แต่แฟนได้รับบาดเจ็บเป็นเพียงแผลรอยกระสุนถากที่บ่าซ้าย
ในภายหลังแฟนของ น.ส.สันธนา สรรพศรี ได้ให้สัมภาษณ์กับวอยซ์ทีวีถึงเหตุการณ์นี้
ดังปรากฏผ่านคลิป “เปิดใจเหยื่ออำมหิต กรณีผู้หญิงถูกยิงขณะกลับบ้าน_Voice TV” ว่า เขาได้ขี่จักรยานยนต์โดยมี น.ส.สันธนาซ้อนท้ายมาด้วย
และเมื่อผ่านเข้าไปในที่เกิดเหตุเพื่อกลับเข้าบ้านซึ่งไม่คิดว่าจะมีการยิงจึงได้ขับเข้าไปคันเดียว แต่ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น
เขาจึงกลับรถเพื่อจะหนี แต่ น.ส.สันธนาได้ร่วงจากรถไปแล้ว
ทั้งๆ ที่ตอนที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปเขาได้มีการยกมือและก้มตัวเป็นสัญญาณเพื่อขอผ่านทางไปแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีพยานคือ พยานลำดับที่ 048 ซึ่งสัมภาษณ์โดย “ศปช.” เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2563 โดยเป็น 1 ในผู้ร่วมชุมนุมให้การว่า
อยู่ในบริเวณเหตุการณ์หน้าโรงแรมอินทราโดยได้เข้าไปเพื่อจะเข้าร่วมกับคนที่อยู่ในราชปรระสงค์ เมื่อไปถึงทางถูกปิดกั้นตรงทางรถไฟมักกะสัน ราชปรารภก็ถูกกั้นหมด
ตำรวจห้ามไม่ให้เขา (พยาน) เข้าไป แต่เขา (พยาน) ก็เข้า
เวลาประมาณ 20.30 น. ทางผู้ชุมนุมต้องการเข้าไปแต่ถูกทหารกันไว้ จึงมีการขว้างระเบิดปิงปองใส่ทหาร ทหารได้ยิงตอบโต้กลับ
ระหว่างนั้นมีจักรยานยนต์ขี่เข้ามา 2 คัน คนขี่คันที่มีผู้หญิงซ้อนท้ายถูกยิงที่ข้อมือขวา เกือบขาด แต่สามารถหลบเข้าไปในซอยตรงข้ามก่อนถึงโรงแรมอินทราได้ มั่นใจว่าเป็นการยิงมาจากบนสะพานลอยที่มีทหารประจำการอยู่
และเห็นมีการใช้เลเซอร์สีแดงส่องลงมาบนถนนเหมือนเป็นการชี้เป้าให้ใช้ระเบิดในคืนนั้น
และเมื่อมีระเบิดลงพยานก็ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิด
ขณะที่เมื่อดูคลิป “20100514_คนถูกยิง ราชปรารภ_jonut555” ก็เห็นคนที่ขี่จักรยานยนต์ถูกยิง แต่จากความมืดและระยะทางทำให้ไม่เห็นว่าคนที่ขี่จักรยานยนต์เข้าไปในซอยตรงข้ามโรงแรมอินทราแล้วถูกยิงเป็นใคร
อย่างไรก็ตาม เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อ้างอิงรายงานอันเป็นคลิป “20100514_rettung bel Soi Moleng มีคลิปผู้หญิงเสียชีวิตถูกทหารหาม_TNN รายงาน”
เห็นได้ว่าบริเวณใต้แอร์พอร์ตลิงก์มีทหารอยู่และมีการยิงโดยไม่เลือกเป้าจนทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน และเป็นไปได้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.สันธนา สรรพศรี
น่าจะมาจากกระสุนปืนของทหารนั่นเอง
ในช่วงเวลาต่อมาพบคนเจ็บอีก 1 รายบริเวณแยกจตุรทิศ เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม พยายามขี่จักรยานยนต์เข้ามาที่ด่านทหาร
ต่อมารถได้ล้มลงระหว่างทหารได้ยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม
เมื่อสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ได้นำร่างชายคนดังกล่าวซึ่งถูกยิงที่ศีรษะส่งโรงพยาบาลพญาไท 1
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ คาดว่า ผู้เสียชีวิตคนนี้น่าจะเป็น นายมนูญ ท่าลาด อายุ 44 ปี อาชีพหัวหน้า รปภ.ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
ญาติของนายมนูญ ท่าลาด ได้แจ้งไว้ในใบรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมว่า นายมนูญเข้าไปร่วมชุมนุมที่บริเวณราชปรารภ มักกะสัน แล้วถูกยิงจากทหารที่เข้าปะทะกัน
ใบมรณบัตรของนายมนูญ ท่าลาด ออกโดยสำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตราชเทวี เลขที่ 10-1037719 ระบุสาเหตุการเสียชีวิตไว้คือ บาดแผลกระสุนปืนลูกโดดบริเวณศีรษะสมองฉีกฯ
แต่จากข่าว “เผยชีวิตเหยื่อสลายม็อบ-สดุดีลั่นงานศพ” ของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 30 พฤษภาคม 2553
โดยนางลำลอง รูปคม พี่สะใภ้ของนายมนูญ ท่าลาด ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า
ในวันเกิดเหตุเป็นช่วงที่นายมนูญ ท่าลาด ไปทำงานตามปกติ ได้ออกตรวจพื้นที่ดูแลลูกน้องที่บริเวณแยกมักกะสัน พอถูกยิงคนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ร้องตะโกนว่า “ตำรวจถูกยิง”
เพราะนึกว่านายมนูญ ท่าลาด ซึ่งแต่งเครื่องแบบ รปภ.เป็นตำรวจ
และในเช้าวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 นางผ่องใส ท่าลาด ภรรยาของนายมนูญได้โทรศัพท์มาบอกว่า นายมนูญถูกยิงเสียชีวิต จึงได้พาญาติอีกจำนวนหนึ่งเดินทางไปรับศพที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
พบว่าศพของนายมนูญ ท่าลาด ถูกยิงเข้าที่ขมับซ้าย 1 นัดขณะยังสวมเครื่องแบบ รปภ.
เมื่อเวียงรัฐ เนติโพธิ์ และศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) ตรวจสอบจากภาพถ่ายของคนที่อาจจะเป็นนายมนูญ ท่าลาด (ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นตำรวจปราบจลาจลเนื่องจากชุด รปภ.ที่เขาใส่)
ไม่ว่าจะเป็นภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553
ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากรายงาน “ทหาร-ม็อบแดง ระเบิดสงครามกลางเมือง” ของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ประสานเข้ากับรายงาน “เผยชีวิตเหยื่อสลายม็อบ-สดุดีลั่นงานศพ” ของหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ฉบับประจำวันที่ 30 พฤษภาคม 2553
ขณะถูกพาไปขึ้นรถพยาบาล (ไทยรัฐ, 16 พฤษภาคม 2553)
แต่เมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายมุมเดียวกันนี้ที่ลงในหนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” (16 พฤษภาคม 2553) บรรยายใต้ภาพไว้ว่า รปภ.ในซอยหมอเหล็ง กทม. โดนลูกหลงกระสุนยิงเจาะหัว
ขณะทหารรุกไล่เสื้อแดง
เมื่อทบทวนข้อมูลอันปรากฏในบทสรุปของหนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม” อันตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2555
โดยชัยธวัช ตุลาธน และคณะเป็นกองบรรณาธิการ
ก็จะได้รายละเอียดของ น.ส.สันธนา สรรพศรี อายุ 32 ปี อาชีพล่าม ถูกยิงเมื่อเวลา 20.20 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 บริเวณซอยหมอเหล็ง ถนนนิคมมักกะสัน
สาเหตุการเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอฉีกขาด
นายมนูญ ท่าลาด อายุ 44 ปี อาชีพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริษัทเอกชน
ถูกยิงเมื่อเวลา 20.20 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2553 ที่แยกจตุรทิศ
สาเหตุการเสียชีวิตมาจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดบริเวณศีรษะสมองฉีกขาด
คนหนึ่งเป็นล่าม คนหนึ่งเป็น รปภ.
มิได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่ว่าจะเป็น นปช. ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย
จากหลักฐานเด่นชัดอย่างยิ่งว่ามาจากกระสุนปืนของฝั่งทหารทะลุทะลวงจนเสียชีวิต
