bg-single

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (20)

08.09.2026

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วันบันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (20)

เริ่มต้นชีวิตที่แดน 6

“น้อง… น้อง!!! ตื่นๆ ลุกมาสวดมนต์” พี่ข้างๆ สะกิดปลุก

เราลืมตาขึ้นเห็นที่นอนถูกพับเรียงเป็นระเบียบอยู่กลางห้อง เหลือแต่เพียงเราที่ยังนอนอยู่ที่เดิม ด้วยความตกใจ เรารีบลุกแล้วพับผ้าแล้ววางเรียงตามช่องที่ถูกเว้นไว้

“ผมขอโทษๆ ขอบคุณพี่นะครับที่ปลุก พี่ชื่อ…” เราไม่ทันถาม แกตอบชื่อกลับมาในทันที

“ผมเอ็มครับ ยังไงเดี๋ยวช่วยๆ กันในนี้ไม่ลำบากหรอก ลงไปเดี๋ยวเพื่อนก็มารอรับแล้วนิ สวดมนต์ก่อน” แกตอบกลับ

เพื่อน? เราก็สงสัยแต่เมื่อวานแล้ว แต่จากที่คุยกับพี่เก็ทก็พอจำได้ว่า ยังมีคดีการเมืองกระจายอยู่ในเรือนจำอีก คงต้องรอดูสินะ

บรรยากาศในห้องช่างต่างจากแดน 2 เพราะทุกคนดูเป็นระเบียบเอามากๆ ราวกับว่าอยู่มานานจนทำอะไรเป็นระบบหมดแล้ว เราทำได้แค่ทำตามคนที่ทำก่อนหน้า เขาให้สวดก็สวด เขาให้ลุกก็ต้องลุกตาม จนเพลงสรรเสริญจบลง แล้วเสียงกุญแจดังขึ้น

“น้อง 112 มานั่งตรงนี้ๆ มาๆ” พี่เอ็มสะกิดอีกครั้ง

ไม่ทันสงสัยอะไรเราก็ถูกจับวางไว้ที่หน้าผ้าปูของใครก็ไม่รู้ แล้วทุกคนในห้องก็นั่งลงประจำที่ของตัวเอง คนที่นั่งไม่ได้ก็จะเดินมายืนข้างหลังริมหน้าต่าง จนทุกคนเริ่มยืนหยุดนิ่ง

“เอี๊ยด… ตึก ตึก ตึก” เสียงประตูเล็กสนิมเขรอะดังเปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวดังเป็นจังหวะ

แสดงถึงความน่าเกรงขามของเจ้าของเสียงนั้น ที่ตอนนี้เขามายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้ว

“ทั้งหมดนิ่ง ขัดฉาก หัวแถวนับ” คนหนึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าห้องพูด

“1 2 3 4 5…” ทุกคนนับต่อกันอย่างพร้อมเพรียงเสียยิ่งกว่าตอนเราฝึก รด.อีก บรรยากาศในห้องทั้งจริงจังและกดดันเกินจะบอกใคร เราได้แต่นั่งเกร็งรอจนกว่าจะมาถึงตาเรา

“34” เรายกแขนตั้งฉากพร้อมขานเลขออกไป ลำดับยังไงไล่ต่อจนหยุดที่เสียงของหัวหน้าห้องอีกครั้ง

“45 ห้อง 1 ผู้ต้องขัง 45 คน นับได้ 45 คน ครบครับ” หัวหน้าพูด

“เลิกแถว” ผู้คุมในเงามืดพูดขึ้น

“ขอบคุณครับ” เสียงดังกึกก้องขานตอบกลับ แล้วประตูห้องก็เปิดออก

เหล่าผู้คนลุกยืนขึ้น พร้อมต่อแถวออกจากห้อง

“เราจะไปไหนกันเหรอครับ” เราถามพี่เอ็ม

“ลงล่างไง เพื่อนน้องน่าจะมารอกันแล้ว” พี่เอ็มพูดถึงเพื่อนอีกแล้ว เราก็ไม่พูดอะไร แค่เดินๆ ตามทุกคนที่ออกจากห้อง จนถึงหน้าบันไดก็มีคนสองคนที่เราเห็นแล้วคุ้นเคยในข่าวกำลังยืนรออยู่ เราจึงรีบลงไปทักทาย

“น่าจะใช่เพื่อนที่ทุกคนบอกแน่เลย”

“สวัสดี เราขนุน ใช่บั๊กใช่มั้ย เราเคยเจอกันเมื่อนานมาแล้วใช่มั้ย ส่วนอีกคน…” เรากล่าวทักทายในทันที

“เราก้อง เดี๋ยวต่อจากนี้เราอยู่ด้วยกัน ทนายบอกกับเราแล้วว่าคุณกำลังจะมา” แกพูดตอบกลับมาพร้อมเดินเข้ามากอด

ในที่สุดเราก็จะได้มีเพื่อนจริงๆ ที่รู้จักกันแล้ว ไม่โดดเดี่ยวแล้ว อย่างน้อยๆ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าของเราฝากที่หน้าแดนนิหว่าเมื่อวาน และตัวเราก็เน่ามากๆ ไม่ได้อาบน้ำเลยด้วย เริ่มจากตรงไหนก่อนดีนะ

“เอ่อ คือว่าของเราอยู่ที่หน้าแดนอะ และก็ไม่ได้อาบน้ำด้วย เราต้องทำไงบ้าง ดูทุกอย่างต่างจากแดน 2 มากเลย” เราหันไปบอกความต้องการในทันที

“เดี๋ยวเราไปหน้าแดนกันก่อน มีล็อกเกอร์ยัง ถ้ายังเดี๋ยวเอาของไปไว้ที่ห้องสมุดก่อน แล้วเดี๋ยวพี่ก้องพาไปอาบน้ำและเจอคนอื่นๆ” บั๊กพูดพร้อมพาเราเดินไปที่หน้าที่ทำการแดน

ในระหว่างทาง เราก็ได้กล่าวถึงอดีตที่เคยรู้จักกับเขา แม้อาจไม่ใช่เรื่องราวที่ดี เราจึงกล่าวขอโทษไป เพราะเราคาดการณ์แล้วว่าอาจจะต้องอยู่ในนี้ไปอีกสักพัก เราไม่อยากมีเรื่องอะไรกับใคร มีมิตรดีกว่าศัตรูอะนะ

“พี่จอน มาเอาของสิรภพจำแนกมาเมื่อวาน” บั๊กพูดกับพี่คนหนึ่งในที่ทำการแดน ก่อนแกจะก้มลงไปหยิบถุงของเราให้

“ขอบคุณครับ แล้วเดี๋ยวเราต้องยังไงต่อนะ” เราถามต่อ

“เดี๋ยวตามพี่ก้องเอาของไปวาง แล้วไปอาบน้ำ ตอนนี้พี่บูมน่าจะอยู่ร้านค้าแล้ว เดี๋ยวตามมาอาบน้ำ” บั๊กตอบกลับ

แล้วบั๊กก็เดินแยกออกไป ทำให้เราได้มีจังหวะคุยกับพี่ก้องต่อ

“ในนี้ดูต่างจากแดน 2 มากเลยนะครับ แล้วก่อนหน้าพี่ทำอะไรมานะครับ” เราสงสัย

“อ๋อ เราเป็นแกนนำราม กลุ่มทะลุราม เรียนนิติ เพิ่งเข้ามาเอง ประมาณสองเดือน แต่ก่อนหน้าเคยเข้ามาแล้วรอบหนึ่งไม่ได้ประกัน เดี๋ยวขนุนเอาของวางไว้ตรงนี้นะ มีขันยัง ถ้ายังเอาของและชุดที่จะอาบน้ำไปก่อนนะ” พี่ก้องเล่าให้ฟัง

เราที่มาพร้อมของมากมายก็เริ่มคุ้ยหาของที่ต้องใช้ เสื้อ กางเกง กางเกงใน แปรงสีฟัน สบู่ บลาๆๆ มีทุกอย่าง ยกเว้น ‘ขัน’ เจริญละ แต่ยังดีที่อย่างอื่นครบ

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวใช้ด้วยกันไปก่อน” พี่ก้องตอบ พร้อมพาเราเดินไปหลังแดน

พอถึง ‘สวนน้ำ’ (บ่ออาบน้ำ) แกก็ถอดเสื้อตรงนั้นเลย แล้วแขวนเสื้อไว้ตรงหน้าต่างใกล้ๆ เราก็ตกใจสิครับ แต่พอมองออกไป ทุกคนก็ทำแบบเดียวกัน ไอ้เราก็เขินๆ ถึงจะผ่านแดน 2 มาแล้วก็เถอะ แต่มันไม่ปกติอะที่จะแก้ผ้าต่อหน้าใคร

“ถอดเร็วๆ เดินตามมา เดี๋ยวพาไปดูจุดอาบน้ำ” พี่ก้องบอกอีกครั้ง ถึงจะอายแต่ก็ไม่มีไรจะเสียแล้ว เราก็ถอดแล้วเดินตามเข้าไป

“คนนี้ที่กำลังซักผ้าชื่อพี่อาร์ต กับพี่โล้นคนนี้พี่บูม ส่วนพี่มายด์เสร็จแล้วคงกำลังเตรียมข้าวอยู่ เดี๋ยวรีบอาบกันก่อนดีกว่า ได้ไปกินข้าวกัน ได้คุยกัน” พี่ก้องว่า

เราสวัสดีและฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนอีกครั้ง แม้จะงงๆ กับชื่อคนที่เพิ่มขึ้นมาจากที่คิด แต่ถึงจุดนี้คงไม่สนอะไรแล้ว

ขณะที่เรากำลังอาบ เมื่อหันไปมองรอบๆ เหล่าผู้คนนับร้อยต่างรวมตัวกัน ตักจ้วงน้ำในบ่ออาบกันอย่างวุ่นวาย บ้างก็ซักผ้า บ้างก็คุยเล่นกัน น้ำในบ่อจากตอนแรกที่สีใส ในตอนนี้ทั้งฟอง ทั้งคราบที่ลงไปคลุกผสมข้างในจนสีขุ่นมัวไปเสียแล้ว

เมื่อเสร็จกิจทุกอย่าง พี่ก้องก็พาเราไปลานตากผ้าที่อยู่ข้างซ้ายของแดน เป็นลานกว้างๆ ที่มีแต่ราวตากผ้าทอดยาวจนสุดถึงกำแพง ตรงนั้นบั๊กยืนตากผ้าอยู่

“ตรงนี้เป็นที่ตากผ้าของพวกเรา อย่าไปตากทับที่คนอื่นล่ะ” พี่ก้องแนะนำ ตามมาด้วยเสียงของพี่บูมและพี่อาร์ตที่ถือถุงผ้าที่ซักแล้วจะเดินตามมา

“คงยังงงๆ อยู่ใช่มั้ย เดี๋ยวรอปรับตัวไปก่อนเข้าใจกับระบบของแดน เดี๋ยวไปกินข้าวแล้วเตรียมเข้าแถวนะ” พี่ก้องพูด

เราเดินตามพี่ก้องไปต่อพร้อมกับทุกคน พี่ก้องชี้แนะนำจุดต่างๆ “ตรงนี้ร้านค้านะ” “ตรงนี้ถุงหนึ่ง” “เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายเรานั่งถุงสองนะ เดี๋ยวเห็นจานที่วางมั้ย ไปนั่งตรงนั้นก่อน” แล้วพี่ก้องก็เดินหายไป เราที่งงๆ ก็คิดว่าคงเป็นตรงนี้สินะที่พูดถึง เลยนั่งไปโดยไม่คิดอะไร

“น้องๆ ขยับหน่อย นี่บ้านพี่” เสียงหนึ่งจากข้างหลังดังขึ้น

“ขอโทษครับๆ” เราหันไปยกมือไหว้ขอโทษทันที พร้อมขยับออกมาทันที เพราะอย่างที่รู้กัน ‘ที่ในคุกมันสำคัญมาก’

แล้วพี่ก้องกับพี่ที่เดาว่าชื่อมายด์ก็ตามมา พร้อมถือถุงข้าวและกับข้าวมาด้วย

“เดี๋ยวเทกับข้าวกินกัน เราชื่อมายด์ ขนุนใช่มั้ย” พี่มายด์หันมาพูดกับเราพร้อมกับค่อยๆ แกะถุงกับข้าวออกมา ข้าวที่ถูกตักใส่ถ้วยออกมาจากโรงเลี้ยงและกับข้าวที่เป็นพวกปลากับกุนเชียง และในชามอีกใบมีมาม่าต้มร้อนๆ รออยู่

“นี่สินะข้าวมื้อแรกของแดนใหม่ ดูต่างออกไปมากเลย สภาพและจำนวนคน แต่ยังดีที่ได้มีคนรู้จักในวงสังคมเดียวกันจากข้างนอกมาอยู่ร่วมกันเยอะขนาดนี้ ชีวิตต่อจากนี้ของเราคงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วสินะ” เราคิดในใจ ขณะนั่งรอทุกคนมานั่งกินข้าวด้วยกัน

จังหวะนี้ไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนอกไปจากเสียว่าเราคือใคร ทำอะไรมา ในไม่กี่นาทีเรากินข้าวจนอิ่มพอประมาณ พี่อาร์ตและคนอื่นๆ ก็ยกจานไปล้างกัน “ขนุนนั่งไปก่อน เดี๋ยวรอเข้าแถว เสร็จแล้วเดี๋ยวมาคุยกัน”

เราที่งงๆ ก็นั่งเด๋อๆ ตอบไป ‘ครับ’ จนเวลาผ่านไปเสียงออดก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาเสริมสร้างความเป็นพลเมืองไทยแล้วสินะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

50 ปี 6 ตุลาฯ (1) การเปลี่ยนผ่านทางการเมือง
Darecation ทุกรกิริยาในวันหยุด
ดินแดง ราชปรารภ กระสุน จากปืน ความเร็วสูง ปลิดชีพ ล่าม ทะลวง รปภ.
นิทาน AI แต่งน่ะได้ …แต่ไร้คุณภาพ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (20)
E-DUANG | การแยก แตกตัว ความคิด การแยก แตกตัว การเมือง
ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5