bg-single

ศึกเขมร เอฟเฟ็กต์ สะเทือน สวนมิสกวัน ศึกชิง แม่ทัพภาค 1 ‘แม่ทัพใหญ่’ ทหารเสือฯ ช้ำ ศึก ตท.26-27-28 ชิง ทบ. จับตา บิ๊กปู

25.08.2025

รายงานพิเศษ

ศึกเขมร เอฟเฟ็กต์

สะเทือน สวนมิสกวัน

ศึกชิง แม่ทัพภาค 1

‘แม่ทัพใหญ่’ ทหารเสือฯ ช้ำ

ศึก ตท.26-27-28 ชิง ทบ. จับตา บิ๊กปู

แม้จะเป็นช่วงหยุดยิง แต่ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงร้อนระอุ และส่งผลให้กองทัพร้อนไปด้วย

ยิ่งเป็นช่วงฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลด้วยแล้ว ก็ยิ่งร้อนขึ้นหลายเท่า

โดยเฉพาะเมื่อแม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาค 1 กลายเป็นเป้าของการถูกโจมตี จากเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งการที่ทหารกองกำลังบูรพา พล.ร.2 รอ. วางลวดหนามทำแนวรั้วชายแดนไม่สุดที่หลักเขตแดน เสมือนเป็นการยอมเสียพื้นที่ประเทศไทยให้กัมพูชา

รวมถึงข้อกังขาของสังคมที่ว่า ในช่วงการสู้รบกับกัมพูชา ทำไมกองทัพภาค 1 ไม่ยึดพื้นที่ของประเทศไทยกลับคืนมา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาค 1 โดยเฉพาะที่ปอยเปต ตรงข้ามบ้านคลองลึก จ.สระแก้ว ที่รู้กันว่าเป็นรังของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และที่ตั้งของกาสิโน จนมีการนำไปเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ที่ชายแดน

แม้ทีมโฆษกกองทัพบกจะชี้แจงว่าแนวรั้วลวดหนามที่นำไปวางกั้นไม่ใช่เส้นเขตแดน แต่เป็นการป้องกันพื้นที่ในด้านการทหารเท่านั้น

รวมถึงชี้แจงว่าพื้นที่กองทัพภาค 1 กองกำลังบูรพา เป็นพื้นที่การรบรอง ไม่ใช่พื้นที่การรบหลัก เช่นกองทัพภาค 2 ทั้งเป็นพื้นที่ชุมชนที่แวดล้อมไปด้วยพลเรือนทั้งไทยและกัมพูชา ซึ่งยากกับการปฏิบัติการทางทหาร อีกทั้งฝ่ายกัมพูชาไม่ได้มีการเปิดแนวรบนี้ ก็ตาม

แต่กระแสโจมตีพุ่งไปที่ตัว พล.ท.อมฤตก็ยังไม่แผ่ว โดยเฉพาะมีการเชื่อมโยงกับบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นทายาทอำนาจที่วางตัวเตรียมให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

ท่ามกลางกระแสข่าวที่มีการโจมตีที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยถูกเชื่อมโยงว่าเมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อกำเนิด “ดีล” แบบผสมข้ามขั้วของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับขั้วอนุรักษนิยม จนเป็นที่มาของการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรครวมไทยสร้างชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ร่วมรัฐบาลด้วย

และมีสมาชิกวุฒิสภาสาย พล.อ.ประยุทธ์ร่วมสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในเวลานั้น

จนมีการเชื่อมโยงไปถึงดีล ลังกาวี ที่มีบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต เลขา สนว. น้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคีย์แมนสำคัญ

กระแสการโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ส่งผลกระทบถึง พล.ท.อมฤต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะที่เป็นน้องรักในสายทหารเสือราชินีและบูรพาพยัคฆ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเติบโตกันมาใน ร.21 รอ.

และถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้สนับสนุน จน พล.ท.อมฤต ได้เป็นแม่ทัพภาค 1 และจ่อขึ้นเป็น 5 เสือกองทัพบกและ ผบ.ทบ. ต่อจากบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณตุลาคม 2570

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้แกนนำเตรียมทหารรุ่น 27 และนายทหารในกองทัพภาค 1 ตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับศึกภายในกองทัพบกในการแย่งชิงเก้าอี้แม่ทัพภาค 1 และ ผบ.ทบ. ด้วยหรือไม่

ด้วยคาดการณ์ว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ พล.ท.อมฤต จะต้องขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. เพื่อครองความอาวุโสติดยศพลเอก และรอเพื่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป

แต่การโจมตี พล.ท.อมฤต ทั้งในสื่อหลักและสื่อโซเชียลมีเดีย ถูกสงสัยว่าอาจเป็นขบวนการไอโอของทหารด้วยกันเองหรือไม่ ในการปั่นกระแส ดิสเครดิตที่ทำให้ พล.ท.อมฤตเสียหาย

ประกอบกับการที่ พล.ท.อมฤตเป็นนายทหารที่เก็บตัวเงียบไม่ชอบออกสื่อ และไม่ชอบให้สัมภาษณ์ จึงเลือกที่จะเงียบมากกว่าออกมาชี้แจง เพราะมองว่าต้องเป็นหน้าที่ของกองทัพบกในการชี้แจงต่อสื่อมวลชน จึงทำให้การชี้แจงเป็นไปอย่างล่าช้า

เพราะที่ผ่านมา การที่กองทัพภาค 1 จะแถลงข่าวชี้แจงสื่อเองนั้นจะต้องขออนุญาตจากกองทัพบกก่อน บ่อยครั้งที่เรื่องราวที่เกิดขึ้นในกองทัพภาค 1 กองทัพบกจะไม่เป็นผู้ชี้แจงให้ แต่ให้กองทัพภาค 1 ชี้แจงเอง

ที่สำคัญการชี้แจงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ พล.อ.พนา ได้มีการประชุมหารือกับแม่ทัพกุ้ง พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 ที่เดินทางมากรุงเทพฯ โดยมีการประชุมหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย- กัมพูชา จึงมีการเรียก พล.ท.อมฤต ให้มาร่วมหารือด้วยที่ บก.ทบ.

จนคาดว่าเป็นที่มาของการที่ทีมโฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของกองทัพภาค 1 ในเวลาต่อมา

มีการปล่อยข่าวลือว่า พล.ท.อมฤต อาจจะไม่ได้ขึ้น 5 เสือกองทัพบก และก็ไม่อาจนั่งเป็นแม่ทัพภาค 1 ต่อไปเป็นปีที่ 2 ได้ จนมีข่าวสะพัดว่าอาจถูกส่งข้ามไปเติบโตในกองบัญชาการกองทัพไทย ในตำแหน่งรองเสนาธิการทหาร ที่ได้ยศพลเอก และให้เตรียมจ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในอนาคตอันใกล้ ต่อจาก รองหยอย พล.อ.อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่คาดว่าจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเนื่องจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย

ที่ต้องจับตามองคือ กระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ปัญหาภายในกองทัพระหว่างเตรียมทหารรุ่น 26 และเตรียมทหารรุ่น 27 ยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะเป็นรุ่นที่มีอายุราชการใกล้กันและแข่งขันกันมา

ที่สำคัญโดยประวัติเส้นทางของผู้ที่ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 1 แล้วก้าวต่อไปก็จะต้องขึ้นสู่ 5 เสือกองทัพบก ในอดีตของยุคปัจจุบัน เคยมี บิ๊กอ๊อด พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาค 1 เท่านั้นที่ไม่ได้ขึ้นเป็น 5 เสือ ทบ.

จึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดที่ทหารบางส่วนในกองทัพจะจับตามองว่านอกจากเรื่องของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาแล้ว ยังมีเกมการเมืองภายในกองทัพมาผสมโรงด้วยหรือไม่

ด้วยเป็นที่รู้กันดีว่า ระหว่าง พล.อ.พนากับ พล.ท.อมฤตนั้น เคยถูกมองว่าเกิดรอยสัมพันธ์ร้าว กับกระแสข่าวที่จะผลักดันให้ พล.อ.พนา ข้ามไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ เพื่อหลีกทางให้ พล.ท.อมฤต ได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง 5 เสือและ ผบ.ทบ. ในอนาคตอันใกล้

แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว พล.ท.อมฤตอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่ออกมานั้นเลย แต่อาจเป็นแค่การคาดการณ์ประมาณการของทหารในกองทัพเท่านั้น

อีกประการหนึ่ง สูตรอำนาจในกองทัพบกที่เวลานี้มี พล.อ.พนาและเตรียมทหารรุ่น 26 กลายเป็นคีย์แมนสำคัญ และนั่งเป็น ผบ.ทบ.ยาวถึง 3 ปีถือว่าเก้าอี้แข็งแรง ดังนั้น จึงต้องเลือกแม่ทัพนายกองที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 มาเป็นทีมเวิร์ก

และถูกจับตามองด้วยว่าเตรียมทหารรุ่น 26 ก็เตรียมวางตัวแกนนำเตรียมทหารรุ่น 28 ไว้เป็นทายาทอำนาจ ในการขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป

ไม่ว่าจะเป็น แม่ทัพไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 รองกอล์ฟ พล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองแม่ทัพภาค 1 และรองแอ้ พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ แม่ทัพภาค 1 ที่ล้วนเป็นเตรียมทหารรุ่น 28 ที่จะขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 1และ ผบ.ทบ.ในอนาคต

โดยเป็นที่จับตามองว่า ในการโยกย้ายครั้งนี้ใครจะได้เป็นแม่ทัพภาค 1 ขึ้นสู่เก้าอี้ที่เป็นเส้นทางเหล็กสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.

เพราะข่าวสะพัดในกองทัพภาค 1 ว่า พล.ท.วรยส จะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 ที่สำคัญเกษียณราชการ 2571 พร้อม พล.ท.อมฤต นั่นหมายถึงว่าระหว่าง พล.ท.วรยส และ พล.ท.อมฤต จะมีแค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่ได้เป็น ผบ.ทบ.

ดังนั้น หากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตรับราชการของ พล.ท.อมฤต ก็ย่อมต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ของกองทัพ

อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังคงมีเพาเวอร์ในกองทัพ และคาดว่าจะยังสามารถช่วยดูแลปกป้อง พล.ท.อมฤตได้

อย่างไรก็ดี มีกระแสข่าวถึงแผนการวางตัวผู้ครองอำนาจในกองทัพบกของเตรียมทหารรุ่น 28 โดยคาดว่าจะดัน พล.ท.วรยส ขึ้นแม่ทัพภาค 1 โยกย้ายครั้งนี้ และโยกย้ายตุลาคม 2569 ก็จะขยับขึ้น 5 เสือกองทัพบกเพื่อเตรียมเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.พนา แต่ก็ต้องสู้กับ พล.ท.อมฤต ที่มีอายุราชการถึงปี 2571

มีการคาดหมายว่าเตรียมทหารรุ่น 28 จะวางตัว พล.ต.สราวุธ ให้ขึ้นเป็นพลโท เป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 โยกย้ายครั้งนี้ เพื่อเตรียมที่จะเป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.ท.วรยส เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 28 โดย พล.ต.สราวุธมีอายุราชการถึงตุลาคม 2573 สามารถที่จะเป็น ผบ.ทบ.ต่อได้

แต่อย่างไรก็ตาม หาก พล.ท.อมฤตยังคงอยู่ในเส้นทางสู่อำนาจ โดยเฉพาะเมื่อขึ้น 5 เสือกองทัพบกแล้ว ก็ยากที่ พล.ท.วรยสจะแซงหน้าขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ได้

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นรุ่นที่ไม่ธรรมดาเพราะมีแกนนำรุ่นระดับคีย์แมนที่มีเพาเวอร์และเป็นทหารคอแดงที่ไม่ได้อยู่ในกองทัพบก

อีกทั้งเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 28 ก็ตกลงใจร่วมกันในการที่จะไม่แย่งเก้าอี้กันเอง จนมีข่าวสะพัดว่าในรุ่นตกลงกันได้แล้วว่า พล.ท.วรยสจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 คนใหม่ และมี พล.ต.สราวุธเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1

แม้ พล.อ.พนาจะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ พล.ต.สราวุธ แต่ในภาพรวมแล้ว พล.อ.พนาสนิทสนมกับแกนนำเตรียมทหารรุ่น 28 นอกกองทัพบก แต่ปัญหาภายในรุ่นก็อาจทำให้เป็นไปตามที่ พล.อ.พนาต้องการ

อีกทั้งเป็นที่รู้กันว่าหาก พล.ท.อมฤต ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.ในอนาคตอันใกล้ ก็เตรียมวางตัวนายทหารเตรียมทหารรุ่น 30 เช่น รองลาภ พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ รองแม่ทัพน้อยที่ 1 ที่เกษียณราชการ 2572 ต่อคิวเอาไว้

กระแสข่าวจากเรื่องไทย-กัมพูชาที่กระทบถึงตัว พล.ท.อมฤต อาจจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติของกระแสข่าวโดยที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาระหว่างเตรียมทหารรุ่น 26 กับเตรียมทหารรุ่น 27

แต่ทำให้กองทัพร้อนระอุขึ้นในฤดูกาลโยกย้ายนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งฝ่าย พล.ท.อมฤต และผู้สนับสนุน ต่างรอดูใจว่า กองทัพบกส่วนกลางภายใต้การนำของ พล.อ.พนาจะช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ หรือไม่

และที่สำคัญจะเอาสิ่งที่เกิดขึ้นมามีผลต่อการจัดบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองทัพบกหรือไม่ เพราะกล่าวได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการวางสูตรอำนาจในกองทัพบกเลยทีเดียว

โดยปัจจุบันบัญชีรายชื่อของแต่ละเหล่าทัพที่เรียกว่าโผแรกได้ส่งไปที่กระทรวงกลาโหมแล้วเพื่อดำเนินการในเรื่องตำแหน่งแลกเปลี่ยนระหว่างเหล่าทัพ และโควต้านายพลในแต่ละเหล่าทัพ

เพื่อจัดให้ลงตัวก่อนที่บิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหมในฐานะรักษาราชการแทน รมว.กลาโหม จะเรียกประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหมเพื่อพิจารณาโผทหารในท้ายที่สุด ในห้วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ อย่างช้าคือต้นเดือนกันยายน

ทั้งนี้ เนื่องจาก พล.อ.ณัฐพลยังคงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาก่อน โดยให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหมพูดคุยตกลงเขย่าโผกันให้เรียบร้อยลงตัวก่อน จากนั้น พล.อ.ณัฐพลจึงมาร่วมเคาะในท้ายที่สุด

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าโผโยกย้ายทหารฝ่ายการเมืองไม่สามารถที่จะล้วงลูกได้ ตราบใดที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่ยินยอม และยิ่งในยุคปัจจุบันรัฐบาลที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ก็ไม่อยู่ในสถานภาพที่จะมีอำนาจในการต่อรองเก้าอี้หรือแทรกแซงโผโยกย้ายของทหารได้เลย

จึงอาจเรียกได้ว่าในเวลาที่รัฐบาลอ่อนแอท่ามกลางศึกนอกเช่นนี้ กองทัพยังคงมีความแข็งแกร่งในการสู้ศึกนอก และในขณะเดียวกันศึกในกองทัพก็เป็นเรื่องที่ทหารจะต้องบริหารจัดการกันเองเพื่อไม่ให้ภาพพจน์ของกองทัพเกิดความขัดแย้งและไม่เข้มแข็ง ในยามที่ต้องสู้ศึกนอกกับกัมพูชาเช่นนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)