สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน
ชื่อเรื่องตึก “คมนาคม” ฉาวแห่งปีคัดลอกจากคำพูดของคุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากการอภิปรายการตั้งงบประมาณก่อสร้างตึกที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 สภาผู้แทนราษฎร เมื่อสัปดาห์ก่อน
คุณสุรเชษฐ์ชำแหละงบประมาณก่อสร้างตึกสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมได้ถึงพริกถึงขิงเห็นภาพของการใช้งบประมาณภาครัฐอย่างอีลุ่ยฉุยแฉกตั้งแต่การพิจารณางบฯ ก่อสร้างตึกดังกล่าววาระที่ 1 เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว
มาคราวนี้คุณสุรเชษฐ์บอกว่างบฯ ก่อสร้างตึกที่กระทรวงคมนาคมเสนอในวงเงิน 3,832 ล้านบาท ทำไมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ถึงปล่อยผ่านมาได้อย่างไรทั้งที่ราคาแพงกว่าตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่พังถล่ม 3 เท่าตัว
ตึกดังกล่าว คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า เสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาเพื่อทดแทนตึกสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมปัจจุบันที่ตั้งอยู่ถนนราชดำเนินนอก เนื่องจากตึกเดิมมีรูปแบบสถาปัตยกรรมสวยงามสมควรอนุรักษ์ไว้
ตึกใหม่ที่จะก่อสร้างในปี 2569 ใช้พื้นที่ย่านสถานีกลางบางซื่อ 1,471 ไร่ ในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางคมนาคม จะมีหน่วยงาน เช่น กรมการขนส่งทางรางเข้าไปอยู่ด้วย กระทรวงคมนาคมมีภารกิจขับเคลื่อนนโยบายด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ ต้องใช้บุคลากร วัสดุทันสมัยเพิ่มมากขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ “อาคารอัจฉริยะ” หรือสมาร์ตบิวดิ้ง
คุณสุริยะเสนองบฯ สร้างตึกสำนักงานปลัดคมนาคมต่อที่ประชุม ครม. 4,500 ล้านบาท เป็นงบฯ ผูกพัน 3 ปี เริ่มปีงบประมาณ 2569 วงเงิน 900 ล้านบาท ปี 2570 วงเงิน 1,800 ล้านบาท และปี 2571 วงเงิน 1,800 ล้านบาท ต่อมาสำนักงบประมาณฯ ตัดเหลือ 3,832 ล้านบาท
คุณสุรเชษฐ์ตั้งข้อสงสัยทำไมถึงสร้างตึกสำนักงานปลัดคมนาคมในพื้นที่ย่านสถานีกลางบางซื่อซึ่งเป็นทำเลทอง รัฐควรจะนำไปหาประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเป็นประโยชน์กับประชาชนได้มากกว่านี้

ตึกสำนักงานปลัดคมนาคมเป็นอาคาร 22 ชั้น พื้นที่ 115,196 ตารางเมตร มีพื้นที่ใช้สอยแบบเว่อร์วัง ห้องอาหารสำหรับรัฐมนตรี ห้องประชุมขนาดใหญ่ ห้องอบรม ห้องปฎิบัติธรรม ห้องฟิตเนส โซนดูวิว ห้องสมุด ลิฟต์มีแยกเฉพาะวีไอพี ถ้าคิดรวมที่ดินด้วย 2,250 ล้านบาท ตึกนี้ใช้เงินลงทุน 5,810 ล้านบาท
มีหน่วยงานแค่ 5 หน่วย รวมเจ้าหน้าที่ 1,018 คนที่จะย้ายมาอยู่ตึกใหม่แห่งนี้ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 5.8 ล้านบาทต่อข้าราชการ 1 คน แพงกว่าตึก สตง. 5 เท่าตัว หรือคิดเป็นข้าราชการ 1 คน มีพื้นที่ใช้สอย 124 ตารางเมตร ยังยัดไส้ด้วยเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเก้าอี้แพงสุดเว่อร์ โต๊ะตัวละ 2 แสนบาท เก้าอี้ในห้องสตูดิโอ 2 ชุด ราคา 111,000 บาท
พื้นที่จอดรถของตึกสำนักงานปลัดคมนาคม 47,843 ตารางเมตร เท่ากับว่าข้าราชการที่เข้าไปอยู่ตึกนี้จะมีที่จอดรถทุกคน
คุณสุรเชษฐ์บอกว่า การก่อสร้างตึกใช้งบฯ ล้างผลาญไม่เห็นหัวประชาชน หากเป็นกระทรวงอื่นที่ไม่มีรัฐมนตรีหนุนหลัง ตั้งงบฯ มาอย่างนี้อดแน่ อยากให้กลับไปออกแบบมาใหม่แล้วของบฯ ในปีหน้าด้วยราคาที่เหมาะสม ตึกนี้ถือว่าเป็นรายการฉาวที่สุดแห่งปี จะผลาญงบฯ เพื่อใคร

นอกจาก ส.ส.สุรเชษฐ์แล้ว ยังมีคุณทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงความอลังการของการออกแบบก่อสร้างตึกสำนักงานปลัดคมนาคม ทั้งเรื่องห้องประชุมที่มีมากมาย อย่างมีตติ้งรูม 719 ห้อง มีเวที จอแอลอีดี ระบบแสงสีเสียงครบครัน โคมไฟห้องเดียวราคาล้านกว่าบาท
คุณทวิวงศ์ถามว่าเอาไว้จัดคอนเสิร์ตหรือเปล่า?
ตึกสำนักงานปลัดคมนาคมออกแบบห้องออดิทอเรียม 300 ที่นั้ง คล้ายโรงหนังไอแม็กซ์ จอแอลอีดีขนาดยักษ์ 7.2 x 2.7เมตร ห้องคอนเวนชั่น 1,000 ตารางเมตร รองรับ 500 ที่นั่ง จอแอลอีดีขนาดใหญ่ สวนสีเขียวกลางตึกชั้น 5 เป็นพื้นที่รับรองของห้องประชุม 52 ห้อง รวมพื้นที่ 8,228 ตารางเมตร
คุณทวิวงศ์ตั้งคำถามว่า ตึกนี้ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีอาคารเพื่อให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน หรือมีมาตรฐานอาคารเขียวทั้งระดับโลก ระดับประเทศหรือไม่?
ย่านบางซื่อถูกตั้งเป้าเป็น Smart City แต่อาคารราชการแห่งนี้จะเป็นแบบอย่างของการประหยัดพลังงานและการใช้เทคโนโลยีอย่างยั่งยืนได้จริงหรือ?
มีการออกแบบช่องเปิดกลางตึกขนาดใหญ่ (VOID) คิดว่าจะเปิดรับ “แสงธรรมชาติ” เข้าสู่อาคารจากด้านบนตึก แต่ดูในแบบแปลนพบว่า ดาดฟ้าของตึกถูกปิดทึบด้วยหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดทึบ แสงธรรมชาติไม่เข้าแน่
มีระบบ “หมุนเวียนน้ำ” เช่น greywater หรือ rainwater harvesting หรือไม่?
ใช้กระจกสะท้อนความร้อน หรือแผงบังแดด (Fin shading) ที่ถูกออกแบบตามทิศทางแสงแดดหรือไม่?
ใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขอรับรอง “อาคารเขียว” เพื่อเป็นอาคารที่ประหยัดพลังงาน (LEED มาตรฐานระดับโลก หรือ TREES มาตรฐานระดับประเทศไทย) หรือไม่?
แต่ช่อง VOID ขนาดใหญ่กลับดูเหมือน “เพิ่มภาระแอร์” ซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน! เพราะไม่ได้เป็นอาคารที่ระบายอากาศ

คําถามสำคัญที่อยากชวนคิดกัน สำหรับนักออกแบบแล้ว เราสามารถสร้างสรรค์เพื่อ “เปลี่ยนความรู้สึก” ของผู้คนได้ แต่การออกแบบนี้อาจทำให้ระบบราชการอยู่ห่างจากประชาชนมากขึ้นหรือไม่?
เทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น เน้นการกระจายอำนาจและบูรณาการการทำงาน เช่น กระทรวง MLIT หรือ Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism หรือ กระทรวงที่ดิน, โครงสร้างพื้นฐาน, การคมนาคมและการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่า ความสำคัญของหน่วยงานรัฐที่ญี่ปุ่นคือ “การบูรณาการ” เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครบทุกมิติ และแน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องมีตึกทำงานขนาดใหญ่ แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการทำงานรับใช้ประชาชน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ญี่ปุ่นมีเพียง 11 กระทรวง ในขณะที่ประเทศไทยมีทั้งหมดกว่า 20 กระทรวง และข้าราชการส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่กับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อทำงานใกล้ชิดประชาชน ต่างจากไทยที่รัฐราชการรวมศูนย์ ส่วนกลางมีแต่โตขึ้น

แม้จะมีเสียงทักท้วงจาก ส.ส.พรรคประชาชนถึงการใช้งบประมาณอย่างล้างผลาญ แต่ถึงที่สุดแล้วที่ประชุมสภาก็ลงมติเห็นชอบการใช้งบฯ ของกระทรวงคมนาคมด้วยคะแนนเสียง 248 ต่อ 133 เสียง งดออกเสียง 23 เสียง ไม่ลงคะแนน 4 เสียง
นี่กล่าวเฉพาะงบฯ กระทรวงคมนาคม ยังมีงบประมาณส่วนอื่นๆ ที่หน่วยงานรัฐบาลจัดทำอย่างสะเปะสะปะ เน้นไปที่ก่อสร้างตึกอาคารหรือทำถนนหนทางทั้งที่ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้ รัฐไม่ควรนำเงินงบประมาณไปใช้ก่อสร้างตึกใหม่ๆ น่าไปเช่าตึกของเอกชนที่มีเกลื่อนเพราะขายไม่ได้ เท่ากับประหยัดงบฯ ช่วยแบ่งเบาภาระหนี้
เช่นเดียวกับการใช้งบฯ ทำถนนหนทาง ปี 2569 กรมทางหลวงได้งบฯ กว่า 1.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.47 และกรมทางหลวงชนบท 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.83 การใช้งบฯ ทำถนนแต่ละปีมีมากมหาศาลแต่น่าสงสัยทำไมถนนประเทศนี้จึงชำรุดทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว และบางเส้นอย่างเช่นถนนพระราม 2 สร้างมาหลายสิบปียังไม่เสร็จซะที มิหนำซ้ำอุบัติเหตุบนถนนของบ้านเราสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก
ส่วนยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญน้อยมาก งบประมาณด้านสิ่งแวดล้อมมีแค่ร้อยละ 4 จากงบฯ ทั้งหมด 3.78 ล้านล้านบาท แถมเป็นงบฯ เน้นไปที่งานสร้างงานซ่อมมากกว่าการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมหรือการฟื้นฟูความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม
มองภาพรวมๆ การบริหารจัดการของรัฐบาลทั้งเป็นเรื่องของการจัดทำงบประมาณหรือการบริหารประเทศดูย่ำแย่
ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจกับผลสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลออกมาทีไรติดลบตลอด บางโพลมีผลลามไปถึงความรู้สึกหมดหวัง ถ้ามีเลือกตั้งใหม่จะไม่เลือกให้เป็น ส.ส.อีกต่อไป
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
