bg-single

พระร่วงเมืองสุพรรณบุรี กรุวัดคูบัว-กรุสองพี่น้อง เก่าเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง

31.08.2025

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

สุพรรณบุรีเป็นชุมชนเก่าแก่มาแต่โบราณ ตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมา ดังนั้น พระเครื่องที่พบในจังหวัดจึงมีหลายยุคหลายสมัย พระเครื่องเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงก็พบ ที่พบมากก็เป็นพระร่วงพิมพ์ต่างๆ และมีอยู่หลายยุค

พระร่วงกรุวัดคูบัวก็เป็นพระร่วงอีกกรุหนึ่งของสุพรรณบุรี ปัจจุบันหายากไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก

“วัดคูบัว” อยู่ที่ อ.บางปลาม้า การพบพระเครื่องกรุนี้ไม่ได้พบที่บริเวณวัดคูบัว แต่พบในที่นาของนายกัณหา สาเหตุที่พบเนื่องจากในปี พ.ศ.2486 พระอธิการถนอม เจ้าอาวาสวัดคูบัว จะก่อสร้างอุโบสถและทราบว่าที่นาของนายกัณหามีกองเศษอิฐเก่าอยู่เป็นจำนวนมาก

เพื่อประหยัดงบประมาณ จึงได้เข้าไปขอเพื่อนำไปสร้างโบสถ์วัดคูบัว ซึ่งเจ้าของก็ยินดีไม่ขัดข้อง

พระอธิการถนอมจึงเกณฑ์คนมาช่วยกันขนอิฐที่เนินดินบริเวณนั้น เมื่อขุดและขนอิฐไปเรื่อยๆ บังเอิญพบไหโบราณใบหนึ่ง ภายในบรรจุพระเครื่องเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงเป็นจำนวนมาก ประมาณ 300 องค์ แต่ก็ไม่มีใครสนใจเท่าใดนัก แม้แต่นายกัณหา และแจ้งให้พระอธิการถนอมเอาไปด้วย จึงนำพระมาเก็บไว้ที่วัด และแจกผู้ที่มาทำบุญ

ต่อมา มีพระร่วงกรุนี้เข้าไปที่ตลาดสุพรรณบุรี นักนิยมสะสมพระเห็นเข้าก็รู้ว่าเป็นพระเก่าแก่ ได้เช่าหาไว้และสอบถามข้อมูลจากคนที่เอามาให้เช่า ก็รู้ว่าได้พระมาจากวัดคูบัว จึงเรียกกันว่า “พระร่วงกรุวัดคูบัว”

ทำให้พระร่วงกรุนี้ได้หมดไปจากวัดคูบัวอย่างรวดเร็ว

พระร่วงกรุวัดคูบัว

เนื่องจากเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงที่แสดงถึงความเก่าแก่อย่างชัดเจน เนื้อพระมีสนิมไขขาวปกคลุมประปราย ส่วนสนิมแดงมีสีแดงสวยงาม มีรอยใยแมงมุม แสดงถึงความเก่าแก่ แต่พระร่วงกรุนี้มีขนาดค่อนข้างเขื่องและมีความหนา

ที่พบมีทั้งแบบพระร่วงพิมพ์ใหญ่ซุ้มรัศมี พระร่วงพิมพ์เล็ก และพระร่วงนั่ง ซึ่งพิมพ์นั่งพบน้อยมาก เพียงไม่กี่องค์

พระร่วงกรุนี้ไม่ทรงเทริด ลักษณะเป็นแบบผมเวียน ศิลปะของพระเป็นแบบอู่ทองสุวรรณภูมิ ปัจจุบันค่อนข้างหายาก คนท้องถิ่นที่มีไว้ครอบครองมักหวงแหน ประสบการณ์ของคนที่เคยใช้พระกรุนี้ห้อยคอคือ โดดเด่นด้านอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาด

พระร่วงกรุวัดคูบัว เป็นพระร่วงกรุหนึ่งของสุพรรณบุรีที่ค่อนข้างหายากและเป็นที่นิยมกันมาก

พระร่วงกรุสองพี่น้อง

กล่าวถึง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีเนินดินอยู่เนินหนึ่งชาวบ้านมักจะเรียกกันว่า “เนินวิหาร” สถานที่แห่งนี้อาจเป็นวิหารโบราณเก่าแก่มาก่อน แต่ปรักหักพังไปเหลือแต่เนินดินเท่านั้น ซึ่งมีจอมปลวกใหญ่อยู่จอมหนึ่ง ใครๆ ก็ไม่กล้าเข้าไปขุดค้น เนื่องจากเกรงกลัวเพราะมีคนโบราณทักไว้

ต่อมาในปี พ.ศ.2513 นายอำเภอสองพี่น้องได้ส่งรถไปเกรดดินตามเส้นทางบนถนนโบราณ เพื่อทำถนนไปยังปากคลองบางสาม และรถแทรกเตอร์ได้ไปเกรดดินจอมปลวก และพบพระพุทธรูปปางนาคปรกชำรุดหนึ่งองค์ และมีพระร่วงกระจัดกระจายอยู่ไม่มากนัก ชาวบ้านได้เข้าไปคุ้ยหาพระกัน ได้ไปคนละองค์สององค์

พอวันรุ่งขึ้น นายถึก เจ้าของที่ดิน จึงลองขุดดูและพบแผ่นอิฐโบราณ พองัดขึ้นมาพบทรายและพบไหที่มีพระบรรจุอยู่ เป็นพระพุทธรูป 3 องค์ เนื้อสำริด ปางนาคปรก นอกนั้นเป็นพระเครื่องปางประทานพร เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง จำนวนหลายองค์ ประมาณสักหนึ่งพันองค์ได้

และยังพบพระอีกไหหนึ่ง อยู่ห่างจากที่เดิมเมตรกว่าๆ มีพระอยู่ประมาณ 400 องค์ เป็นพระที่เป็นแบบเดียวกัน

พระเครื่องทั้งหมดที่พบเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงทั้งสิ้น พิมพ์ที่พบเป็นพระร่วงยืนประทานพร และสามารถแยกได้เป็นสองพิมพ์ คือ พิมพ์หนึ่งที่พระบาทไม่มีรอยพิมพ์แตก และอีกพิมพ์หนึ่งมีรอยพิมพ์แตกที่พระบาท

พุทธลักษณะทั้งสองพิมพ์คล้ายกันมาก จุดสังเกตคือ ที่พระบาทของพระเท่านั้น พระจากกรุนี้เมื่อขึ้นจากกรุใหม่จะมีไขขาวจับอยู่ที่ผิวพระมาก เมื่อล้างไขขาวออกจะเห็นผิวสนิมแดงเข้มสวยงาม บางองค์ออกสีน้ำตาลเข้มอมแดง บางองค์ออกดำอมม่วง บางองค์จะมีสีสนิมแดงจัด สนิมแบบนี้จะพบน้อยกว่าอย่างอื่น

พุทธลักษณะของพระร่วงกรุนี้สันนิษฐานว่าเป็นพระที่สร้างในยุคอู่ทองล้อลพบุรี ขอบซุ้มจะเป็นลักษณะคล้ายเกลียวเชือก ศิลปะก็คล้ายกับพระร่วงกรุโรงสี

การพบตอนแรกเรียกกันว่า “พระร่วงกรุโคกวิหาร” แต่ต่อมาการเรียกเปลี่ยนไปเป็น “พระร่วงกรุสองพี่น้อง” ตามชื่ออำเภอที่พบพระ

ปัจจุบันสถานที่พบพระถูกไถราบเรียบเป็นที่นาไปเรียบร้อยแบบเดียวกับกรุอื่นๆ มีเพียงศาลเจ้าที่เจ้าทางสำหรับกราบไหว้ ที่ท่านเจ้าของที่ดินได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์เท่านั้น ที่จะทำให้ทราบว่าแต่เดิมเคยเป็นโคกพระที่พบพระร่วง กรุสองพี่น้อง

ทุกวันนี้ พระร่วง กรุสองพี่น้อง ไม่ค่อยได้พบเห็นกันนัก เนื่องจากกระจัดกระจายกันไปยังผู้นิยมสะสมพระเครื่องใน จ.สุพรรณบุรีและที่อื่นๆ บ้าง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ