bg-single

เมื่อกระต่ายมีเขากลายเป็นตำนาน : จากกระต่ายติดเชื้อ สู่การตลาดระดับโลก

04.09.2025

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

เมื่อกระต่ายมีเขากลายเป็นตำนาน

: จากกระต่ายติดเชื้อ

สู่การตลาดระดับโลก

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโพสต์หนึ่งที่แพร่กระจายเป็นไวรัลอยู่เต็มโซเชียล เรื่องของเรื่องคือมีคนเห็น “กระต่ายมีเขา” ปรากฏตัวอยู่แถวๆ เมืองฟอร์ตคอลลินส์ (Fort Collins) ในรัฐโคโรลาโด ประเทศสหรัฐอเมริกา

ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก “กระต่ายมีเขา” ถูกต้องแล้ว และที่สำคัญ พวกมันก็มีเขาจริงๆ นั่นแหละ แต่ทว่าเขาที่งอกออกมาบนหัวและบนหน้าของพวกมันไม่ได้แตกเป็นกิ่งก้านสาขางามสง่าแบบเขากวางหรือละมั่ง หากแต่งอกออกมาอย่างสะเปะสะปะ กระจัดกระจายเต็มหน้าเต็มหัวไปหมด

“ถ้าดูเผินๆ จะเหมือนมีหนามสีดำๆ คล้ายไม้จิ้มฟันสีดำปักงอกออกมารอบปากของมันเต็มไปหมด” ซูซาน แมนส์ฟิลด์ (Susan Mansfield) หญิงที่สามารถถ่ายภาพกระต่ายเหล่านี้ไว้ได้ กล่าว

ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด หลายโพสต์จึงเอาไปเสกสรรปั้นแต่งคำพาดหัวเรียกแขกกันสุดฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น “กระต่ายแฟรงเกนสไตน์ (Frankenstein bunnies)” “กระต่ายซอมบี้ (zombie rabbits)” หรือ “กระต่ายปีศาจ (demon rabbits)”

บางตัวอาการหนักหน่อยที่เจอมีเขางอกออกมาเยอะจนมองดูราวกับว่ามีหนวดปลาหมึก (tentacle) งอกออกมาจากใบหน้าบ้องแบ๊วของพวกมันจนบางคนเอาไปเรียกกระต่ายเทนตาเคิลก็มี

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าพาดหัวแบบนั้นไม่เกินจริงนัก เพราะหน้าตามันชวนให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในหนังดิสโทเปียแนวโรคระบาด ซอมบี้ครองเมือง อยู่ด้วยเหมือนกัน

การพาดหัวดึงความสนใจได้ผลเกินคาด หลายโพสต์ถูกรีโพสต์ต่อเป็นหมื่นๆ ครั้ง จนกลายเป็นไวรัลในที่สุด ทำให้สำนักข่าวหลายแห่งเริ่มหยิบเรื่องนี้ไปทำข่าวเพิ่มเติม และจากการตรวจสอบข้อมูล ก็พบว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่

และแน่นอน…ไม่ใช่สัญญาณวันสิ้นโลกแต่อย่างใด

หมีคุมะมง

เขากระต่ายสุดพิสดารพวกนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่า โชปพาพิลโลมาไวรัส (Shope Papillomavirus) ที่ค้นพบโดยนักไวรัสวิทยา ริชาร์ด โชป (Richard Shope) จากมหาวิทยาลัยร็อกกีเฟลเลอร์ (Rockefeller University) ตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1930 หรือเมื่อเกือบร้อยปีก่อน

ไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดเนื้องอกที่มีลักษณะแข็งคล้ายหูด ซึ่งพองอกจนมีขนาดโตใหญ่ขึ้นมาบางทีก็จะดูคล้ายกับมี “หนาม” หรือ “เขา” งอกออกมา

แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะโชปพาพิลโลมาไวรัสนั้นจำเพาะเจาะจงกับกระต่าย และยังไม่มีรายงานติดเชื้อข้ามสายพันธุ์มาถึงคน และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ และที่สำคัญ แม้จะยังไม่มีวิธีการรักษา แต่ก็ไม่ได้อันตรายขนาดนั้นกับกระต่าย ยกเว้นว่าจะติดเชื้อที่ตา หรือว่าเขาที่งอกออกมายืดยาวเสียจนไปขัดขวางและทำให้กระต่ายกินอาหารได้ลำบาก

“มีกระต่ายอยู่ตัวหนึ่งที่ติดเชื้อ ฉันคิดว่ามันคงจะตายไปในช่วงฤดูหนาว แต่ปรากฏว่ามันไม่ตาย มันกลับมาอีกในปีที่สอง และเขาของมันก็งอกยืดยาวขึ้นไปอีก” ซูซานเล่า

แม้จะฟังดูประหลาด แต่อย่างที่บอกไป โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคมีมานานมากแล้วนับศตวรรษ และที่จริงก็ย้อนวนเวียนมาแทบทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน ในฤดูที่พวกริ้น ไร เห็บ หมัดและยุง (ที่เป็นพาหะของไวรัส) ระบาด

เพียงแต่นานๆ ทีจะมีคนไปใส่ใจ คารา แวน ฮูส (Kara Van Hoose) โฆษกของสำนักงานอุทยานและสัตว์ป่าแห่งโคโลราโด (Colorado Parks and Wildlife) กล่าว ที่เป็นกระแสแตกตื่นในอินเตอร์เน็ตนั้นน่าจะมาจากคนที่ไม่เคยเห็นมากกว่า

แต่ที่จริง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การพบกระต่ายมีเขานั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกที่น่าตกใจหรือน่าตื่นตระหนกแต่อย่างใด เคยมีคนพบเห็นพวกมันมานานแล้วจนเกือบเป็นศตวรรษ โดยเฉพาะในตอนกลางของสหรัฐอเมริกา พวกเขาเรียกกระต่ายพวกนี้ว่า แจ็กกาโลป (Jackalope) แห่งดินแดนทุ่งหญ้าในเขตมิดเวสต์ และแถบเทือกเขา

ที่ไหนมีกระต่าย ที่นั่นมีแจ็กกาโลป

แต่เรื่องราวเริ่มสนุกขึ้นเมื่อตำนานกลายเป็นการตลาด แม้จะเชื่อกันว่าแจ็กกาโลปจริงๆ ก็น่าจะเป็นพวกกระต่ายติดเชื้อไวรัสนี่แหละที่จุดประกายจินตนาการ

ในบางเมืองของสหรัฐอเมริกา แจ็กกาโลปถือเป็นสินค้าที่ปั้นแบรนด์ขายได้ อย่างเมืองดักลาส รัฐไวโอมิง (Douglas, Wyoming) สินค้าแจ็กกาโลปมีมากเสียจนตัวเมืองเองก็ถูกยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงแห่งแจ็กกาโลป” พวกเขาตั้งรูปปั้นแจ็กกาโลปขนาดมหึมาเอาไว้ที่ในเมือง และยังใช้แจ็กกาโลปเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอีกด้วย

แต่เรื่องราวของต้นกำเนิดของแจ็กกาโลปแห่งเมืองดักลาสนั้นอาจจะแปลกไป

มีบันทึกไว้ว่าแจ็กกาโลปจากเมืองดักลาสนั้นเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930 จากความบังเอิญที่สองพี่น้องนักสตัฟฟ์สัตว์ ดักลาส เฮอร์ริก (Douglas Herrick) และราล์ฟ เฮอร์ริก (Ralph Herrick) นั้นไปได้ซากกระต่ายมา และจับพลัดจับผลูเอาไปวางไว้กับเศษซากเขากวางที่เคยล่ามาไว้ก่อนและกองทิ้งไว้แล้วดันชอบ และเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมา ก็เลยนำซากกระต่ายมาแต่งให้มีเขาขึ้นมากลายเป็นกระต่ายมีเขา

ซึ่งน่าสนใจเพราะนี่คือช่วงเดียวกับที่ริชาร์ด โชป สามารถแยกสกัดโชปพาพิลโลมาไวรัสได้สำเร็จจากกระต่ายมีเขาตัวจริงๆ ที่ติดเชื้อไวรัสในธรรมชาติได้ เป็นไปได้ว่าสองพี่น้องเฮอร์ริกอาจจะได้ไอเดียและแรงบันดาลใจในการสร้างกระต่ายมีเขามาจากเรื่องราวของกระต่ายติดเชื้อก็เป็นได้

แต่ในตอนคิดชื่อ จะให้ติดตลาด ก็เลยเอาคำว่า “แจ็กแรบบิต (jackrabbit) ที่แปลว่า กระต่ายป่า มาสนธิกับแอนติโลป (Antelope) ที่แปลว่า “ละมั่ง” ออกมาได้เป็น “แจ็กกาโลป” ที่ถ้าแปลตรงตัวควรจะแปลว่ากระต่ายที่มีเขาละมั่ง…

แต่จากที่เคยมีบันทึกไว้ แจ็กกาโลปประดิษฐ์ตัวแรกที่สองพี่น้องเฮอร์ริกสร้างขึ้นมานั้นน่าจะมีเขาเป็นเขากวาง ไม่น่าใช่เขาละมั่ง แต่ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่อาจจะเป็นเขาของกวางพรองฮอร์น (pronghorn) ที่มีลักษณะคล้ายละมั่ง จนในบางครั้งถูกเรียกให้เป็นละมั่งอเมริกัน

และพอเปิดตัว แจ็กกาโลปก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักสะสมและเริ่มเติบโตจนเป็นแบรนด์ของเมือง

อาการของกระต่ายติดโชปพาพิลโลมาไวรัส

เพื่อสร้างสตอรี่ พวกเขาเริ่มแต่งเรื่องราวให้ “แจ็กกาโลป” เช่น คุณสามารถขอใบอนุญาตในการล่าแจ็กกาโลปได้ในเมืองดักลาส… แต่จะล่าได้แค่เฉพาะในวันที่ 31 มิถุนายน ตอนเที่ยงคืนถึงตีสองเท่านั้น

…แต่เดือนมิถุนายนมีแค่ 30 วัน?

ใบอนุญาตที่ว่าแม้จะไม่มีทางใช้ได้จริง แต่กลายเป็นของสะสมที่คนใฝ่หาและกลายเป็นกิมมิกที่น่าดึงดูดใจของเมือง

และเพื่อทำให้เรื่องราวของแจ็กกาโลป เข้าถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้อย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น สตอรี่ต่อไปของพวกเขาก็คือ “ถ้าคุณอยากจะล่าแจ็กกาโลปให้ได้ เหยื่อล่อที่ดีที่สุดที่จะดักแจ็กกาโลปคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้ง “เบียร์” และ “วิสกี้” ซึ่งเป็นสีสันให้ผู้คนโจษขานถึงในบาร์และแหล่งท่องเที่ยว

อีกตำนานเล่าว่า แจ็กกาโลปชอบเพลงคันทรี…พวกมันสามารถเลียนเสียงมนุษย์และสามารถร้องตามได้เวลาที่พวกคาวบอยนั่งล้อมวงร้องเพลงรอบกองไฟ…

และนั่นทำให้แจ็กกาโลปกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมธรรมชาติที่อุดมและสัมผัสเสน่ห์พื้นเมืองของเมืองดักลาส ไวโอมิง ที่ถ้าดูจากลักษณะทางภูมิศาสตร์แล้ว เหมือนไม่ค่อยมีแหล่งท่องเที่ยวอะไรที่น่าตื่นเต้นได้ไม่น้อย

แจ็กกาโลป vs แจ็กติดโรค

แม้เมืองที่ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นยังดึงนักท่องเที่ยวได้เพียงเพราะมีสตอรี่ แล้วถ้าเรามีทั้งของดีและแหล่งเที่ยวจริงๆ บางทีการปั้นแบรนด์ ปั้นสตอรี่ก็อาจจะเป็นอะไรที่น่าลอง เพราะถ้ามองดีๆ และเห็นมุมที่จะต่อยอด นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและขยายธุรกิจของชุมชนของเราได้

อย่างของญี่ปุ่นก็มี “หมีคุมะมง” แห่งเมืองคุมาโมโต ที่ตอนนี้เป็นมาสคอตพันล้านดอลลาร์ไปแล้ว ส่วนของไทยก็มีน้องหมูเด้งที่ปั้นแบรนด์ได้ดีจนคนทั้งโลกเอ็นดู คำถามคือเราจะปั้นแบรนด์ ปั้นกระแส และปั้นสตอรี่ต่อไปกันอย่างไร ให้กระแสติดลมบน จนเป็นตำนาน

เพราะทุกตำนานเริ่มจากเรื่องเล่าหรือสตอรี่ธรรมดาๆ อย่างกระต่ายมีเขาในไวโอมิง แท้ที่จริงก็แค่ซากกระต่ายกับเศษเขากวาง แต่เมื่อมีคนแต่งเรื่อง เติมสตอรี่ ปั้นแบรนด์ ก็กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าซ้ำๆ ถูกส่งต่อเป็นของที่ระลึก ถูกปั้นเป็นรูปปั้นตั้งตระหง่านกลางเมือง ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก

กลายเป็นตำนานที่ถูกจารึกไว้ว่า “นี่แหละ เรื่องเล่าที่เปลี่ยนเมืองธรรมดาให้กลายเป็นตำนาน”

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะเริ่มเขียนตำนานบทใหม่จากเมืองของเราให้โลกจดจำ เพราะบางทีเศรษฐกิจอาจไม่ได้เริ่มจากเงินเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากเรื่องเล่า ที่กลายเป็นตำนาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ