‘บิ๊กปู’ กระชับอำนาจ แผง ตท.26 ยึดกองทัพ หมากล้อม ‘แม่ทัพใหญ่’ ‘เต้-ไก่’ ประกบ หมวกแดง บานสะพรั่ง จับตา ‘บิ๊กไก่’ พล.อ.สุพจน์ ชิง รมว.กห.
รายงานพิเศษ
‘บิ๊กปู’ กระชับอำนาจ
แผง ตท.26 ยึดกองทัพ
หมากล้อม ‘แม่ทัพใหญ่’
‘เต้-ไก่’ ประกบ
หมวกแดง บานสะพรั่ง
จับตา ‘บิ๊กไก่’ พล.อ.สุพจน์ ชิง รมว.กห.
แม้จะเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง ที่เสมือนไม่มีนายกรัฐมนตรีไม่มีรัฐบาล ไม่มี รมว.กลาโหม แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อกองทัพ แม้จะเป็นห้วงการแต่งตั้งโยกย้าย ที่ต้องมีการเปลี่ยนม้ากลางศึกเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพถึง 4 คน และเปลี่ยนแม่ทัพนายกองอีกหลายคน
ด้วยเพราะเป็นช่วงที่กองทัพมีอำนาจเต็ม จากการแก้ปัญหาสู้รบกับกัมพูชา ที่ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ ศบ.ทก. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ได้มอบหมายอำนาจให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการกองกำลัง ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาตาม พ.ร.บ.กลาโหม 2551
อีกทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ที่ใช้บอร์ด 6 เสือกลาโหมในการพิจารณา ฝ่ายการเมืองไม่ได้มีบทบาทหรือมีอำนาจที่จะแทรกแซงในการแต่งตั้งได้ แต่อาจมีการขอร้องในบางตำแหน่งกันส่วนตัว
ในการแต่งตั้งครั้งนี้จึงเป็นอำนาจของผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างเต็มมือ แต่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือในส่วนของกองทัพบก ที่บิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็น ผบ.เหล่าทัพคนเดียวที่ไม่เกษียณ และนั่งเก้าอี้ ผบทบ.ต่อเป็นปีที่ 2 อย่างมั่นคงแข็งแรงและเปี่ยมอำนาจบารมีเพราะมีอายุราชการถึงตุลาคม 2570
ในการแต่งตั้งครั้งนี้จึงมีการจัดวางตัวตำแหน่งสำคัญแม่ทัพนายกองหน่วยคุมกำลังใหม่ และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 26
ที่ถูกจับตามองเขม็ง คือ แม่ทัพใหญ่ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาค 1 แกนนำ ตท.27 แม้โผนี้คาดว่าจะขยับขึ้นพลเอก ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตามไลน์ แม้จะถูกโจมตีในเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างหนักก็ตาม แต่ไม่ได้ปรากฏความผิด จึงได้ขยับขึ้นตามเส้นทางรับราชการของคนที่เป็นแม่ทัพภาค 1
แต่แม้ผ่านด่านนี้มาได้ ขึ้น 5 เสือกองทัพบก แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า พล.ท.อมฤต จะได้เป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป
เพราะในโผนี้คาดการณ์ว่า พล.อ.พนา ดัน บิ๊กเต้ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ขึ้นมาเป็นพลเอก ผู้ช่วย ผบ. ทบ. อีกคน เพื่อชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ในโยกย้ายกันยายน 2570 เมื่อ พล.อ.พนาเกษียณ เพราะทั้ง พล.ท.อมฤต และ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ เกษียณ 2571 พร้อมกัน
นอกจากนี้ ยังมี บิ๊กไก่ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 นายทหารคอแดง สายวงศ์เทวัญ คาดว่าจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 1 คนใหม่ และตามไลน์ ก็จะขึ้น 5 เสือกองทัพบกในปีหน้า 2569 โดยจะชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. อีกคน กับทั้ง พล.ท.อมฤต และ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ โดยทั้ง 3 คนเกษียณ 2571 พร้อมกัน
แต่ใครจะได้เป็น ผบ.ทบ. ตท.26-27 หรือ 28 หมวกแดง หรือคอแดง ซึ่งในปีหน้า เมื่อขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.แล้ว พล.ท.อมฤตก็จะพ้นสภาพการเป็นทหารคอแดง
กล่าวได้ว่า พล.ท.อมฤตถูกล้อมไปด้วยเตรียมทหารรุ่น 26 และเตรียมทหารรุ่น 28 ซึ่งเป็นด่านหินในการจะขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่า พล.ท.อมฤตเป็นน้องรักของบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยังมีบารมีในกองทัพ จึงมีโอกาสลุ้นเป็น ผบ.ทบ.

ขณะที่ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ เป็นเพื่อน ผบ.ทบ. อีกทั้งเป็นทหารรบพิเศษที่เติบโตมาในเส้นทางเหล็กของทหารรบพิเศษ ผ่านมาทั้งการเป็นผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล เป็นดาวเด่นสายหมวกแดงและถือเป็นน้องรักของบรรดาอดีตทหารในสายรบพิเศษ ทั้งบิ๊กแอ้ด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี บิ๊กเจี๊ยบ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี อดีต ผบ.ทบ. จึงมีสิทธิ์ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
แม้เสมือนธรรมเนียมของกองทัพบกที่จะต้องผลัดกันเป็นผู้บัญชาการทหารบกระหว่างนายทหารในสายวงศ์เทวัญที่เติบโตมาจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กับทหารสายบูรพาพยัคฆ์ที่เติบโตมาจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ รวมถึงทหารเสือราชินี จากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์และทหารรบพิเศษ
แตในอดีตมีทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ และ พล.อ.เฉลิมชัย ที่ได้เป็น ผบ.ทบ.จากสายรบพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในห้วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทหารรบพิเศษยังไม่สามารถขึ้นถึง ผบ.ทบ.เลยแม้ว่าจะมีหลายคนได้ขึ้นมาถึง 5 เสือกองทัพบก ทั้ง พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ บิ๊กยอง พล.อ.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง และบิ๊กต้น พล.อ.ณัฐวุฒิ นาคะนคร แต่ก็ไม่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
โดยในห้วงที่ผ่านมาคนขึ้นเป็น ผบ.ทบ.จะสลับกันระหว่างสายวงศ์เทวัญกับสายบูรพาพยัคฆ์เท่านั้น เช่น จาก พล.อ.เฉลิมชัย สายรบพิเศษ มาเป็น บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ สายวงศ์เทวัญ
แล้วมาเป็น บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ สายวงศ์เทวัญ และกลับมาสู่สายบูรพาพยัคฆ์ ทหารเสือ คือ บิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ และกลับมาที่ พล.อ.พนา จากสายวงศ์เทวัญ
อย่างไรก็ตาม อาจจะถึงคิวของทหารรบพิเศษในครั้งหน้าก็ได้
อีกทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทำให้กองทัพต้องปรับแผนด้านความมั่นคงใหม่เพราะกัมพูชาจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศไทย ที่ต้องปรับทั้งองคาพยพในการรับมือ คนที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.อาจต้องมาในสายเหยี่ยว สายบู๊โดยเฉพาะรบพิเศษ
อีกทั้งในการสู้รบกับกัมพูชาที่ผ่านมาทหารรบพิเศษภายใต้การบัญชาการของ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ก็สร้างผลงานในการเข้ายึด และปกป้องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการยึดพื้นที่ภูมะเขือ และปักธง จนเป็นผลงานสำคัญของกองทัพบก
ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานของหน่วยรบพิเศษเพราะมีทั้งกองพันจู่โจมและถึงขั้นที่ระดับคีย์แมน ระดับนายพล คนสำคัญของรบพิเศษขึ้นไปบัญชาการด้วยตนเอง
จนกองทัพบกมีการเปิดเผยคลิปปฏิบัติการของทหารรบพิเศษในการยึดภูมะเขือออกมาเหมือนเป็นการตอกย้ำผลงานของทหารรบพิเศษ
ขณะที่ พล.ท.อมฤตถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องไทย-กัมพูชาเพราะกองทัพภาค 1 ไม่ได้มีการเปิดยุทธการการสู้รบ จนถูกโจมตีว่าทำไมไม่สามารถทำเหมือนแม่ทัพภาค 2
และต่อมาเมื่อถูกโจมตีหนัก พล.ท.อมฤตจึงเพิ่งชี้แจงแถลงข่าว ก่อนมีการตั้งทีมโฆษกกองทัพภาค 1 และสั่งการให้มีการแถลงข่าวทุกสัปดาห์ เพื่อชี้แจงการปฏิบัติการของกองทัพภาค 1 ด้วยกองทัพภาค 1 เองโดยไม่ต้องรอในส่วนของโฆษกกองทัพบก
พล.ต.สรวิชญ์ แดงจันทร เสธ.ทัพภาค 1 และโฆษกกองทัพภาค 1 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 27 ชี้แจงว่า พล.ท.อมฤตยึดหลักการความถูกต้อง คุณธรรมและปิดทองหลังพระ และไม่หิวแสง อดทนอดกลั้น เพื่อที่จะปฏิบัติการทวงคืนอธิปไตย และแผ่นดินไทยกลับคืนมาตามที่ประชาชนรอคอยให้ได้ก่อนโดยปฏิบัติการแบบปกปิด และประสบความสำเร็จโดยที่ไม่ได้ต้องลั่นกระสุน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีพลเรือนจำนวนมาก เพราะหากเกิดการสู้รบอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
ซึ่งการชี้แจงของกองทัพภาค 1 เป็นการช่วยเคลียร์ให้กับ พล.ท.อมฤต
แต่อย่างไรก็ตาม เส้นทางของ พล.ท.อมฤตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากนี้โดยมี พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ที่จะขึ้นมาเป็นพลเอกเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ขนาบข้างกัน สร้างผลงานเพื่อชิงเก้าอี้ในอนาคต

ขณะที่เตรียมทหารรุ่น 26 พล.อ.พนา ก็วางตัวเพื่อนร่วมรุ่นคุมกำลังแม่ทัพภาคทั้งหมด ยกเว้นกองทัพภาค 1 ที่ พล.ท.วรยส ทหารคอแดง ขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาค 1 คนใหม่ โดยมีอายุราชการถึง 2571 พร้อม พล.ท.อมฤต และ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ สามารถชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ.ได้ในอนาคต
ขณะที่แม่ทัพภาคที่ฮือฮาที่สุด และถูกวิพากษ์วิจารณ์เมื่อมีรายงานว่า มีชื่อ รองยูร พล.ต.นรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาค 2 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ของ พล.อ.พนา จะข้ามจากภาคอีสานกองทัพภาค 2 ลงมาเป็นแม่ทัพภาค 4
หลังจากพลาดเก้าอี้แม่ทัพภาค 2 เนื่องจากต้องให้รองเติ่ง พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ รองแม่ทัพภาค 2 เพื่อนเตรียมทหาร 26 อีกคนหนึ่งที่เติบโตจากอีสานใต้ ขึ้นเป็นแม่ทัพภาค 2
แม้ที่ใต้มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ทั้ง พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่ 4 และ เสธ.จ้อย พล.ท.สุรเทพ หนูแก้ว คนใต้ ผบ.ศปป.5 ซึ่งเป็นทหารรบพิเศษ ที่ลงมาเติบโตในชายแดนภาคใต้ เป็นทั้งผู้พัน ผู้การกรม ผบ.มทบ. ส่วน เสธ.ต่อ พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ ก็ถูกมองว่าขึ้นแม่ทัพภาค 4 ไม่ได้ เพราะเป็นรองแม่ทัพน้อย 4 อยู่
เนื่องจาก พล.ต.นรธิปหลบทางให้ พล.ต.ปิยะพณห์ ฐิตวัฒนานนท์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 ขึ้นแม่ทัพน้อย 2 จึงต้องหาที่ลงให้ พล.ต.นรธิป รวมทั้งมีกองหนุนจากกลาโหม จึงถูกส่งลงไปเป็นแม่ทัพภาค 4 ติดยศพลโท
ส่งผลให้เตรียมทหารรุ่น 26 กวาดเรียบ รวมทั้งแม่ทัพภาค 3 คนใหม่ ที่คาดว่าจะตั้ง พล.ต.วรเทพ บุญญะ (ตท.26) รองแม่ทัพภาค 3 ขยับเป็นแม่ทัพภาค 3 ส่วนแม่ทัพภาค 5 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงคราม (ผบ.นสศ.) คนใหม่ พล.ต.อดุลย์ จันทร์มา (ตท.26) รอง ผบ.นสศ. ขึ้นเป็น ผบ.นสศ. แทน พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์
ที่น่าจับตามองคือ เสธ.เอิร์ธ พล.ต.อินทนนท์ รัตนกาฬ ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 ขยับขึ้นรอง ผบ.นสศ. เพื่อเตรียมเข้าไลน์ เติบโตสู่ตำแหน่งหลักและถูกจับตามองว่าจะเป็น ผบ.นสศ. และ ผบ.ทบ.ในอนาคตจากสายรบพิเศษหมวกแดงอีกคนหนึ่ง
การกระชับอำนาจเช่นนี้ ส่งผลให้กองทัพบกถูกจับตามองอีกครั้งเพราะเมื่อ ผบ.ทบ. และ บิ๊กคิม พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ที่คาดว่าจะขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ และแม่ทัพเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 26 แบบยกแผง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทางการเมืองโดยเฉพาะหากมีการเลือกตั้งแล้วพรรคอนุรักษนิยมไม่สามารถสกัดพรรคสีส้มได้ และหากพรรคสีส้มยังคงมีจุดยืนในเรื่องปฏิรูปสถาบัน ก็อาจสุ่มเสี่ยงที่ทหารอาจต้องเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองอีกครั้ง ในรูปแบบในรูปแบบหนึ่ง
ท่ามกลางการจับตามองว่า หากมีการเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล แนวทางในการแก้ไขปัญหากัมพูชาจะเป็นอย่างไร โดยความสัมพันธ์ของนายอนุทินกับผู้บัญชาการเหล่าทัพที่มีความใกล้ชิดรู้จักกันมายาวนานอยู่แล้ว
ท่ามกลางการจับตามองว่านายอนุทินจะเลือกใครมาเป็น รมว.กลาโหมเพราะในดีลใหม่นี้ แม้จะเคยมีชื่อบิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด จองไว้ก็ตาม แต่ดีลนั้นได้ยกเลิกไปแล้วเพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้มาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
โดยมีกระแสข่าวว่ามีการจับจ้องไปที่บิ๊กไก่ พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายทหารม้าสายบู๊ นักรบเหรียญกล้าหาญ ที่เรียกได้ว่าเป็นสายเหยี่ยวสายบู๊ ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับนายอนุทินมายาวนาน และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 22 กับบิ๊กเกรียง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาค 4 ซึ่งเป็นรองประธานวุฒิสภา และเป็นรุ่นเดียวกับอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคน ที่มีตำแหน่งสำคัญในสายคอแดง นอก ทบ. ขณะที่มีคนเสนอชื่ออดีตบิ๊กทหารหลายคนให้นายอนุทินพิจารณา
แม้จะมีนายกฯ ใหม่ และรัฐบาลใหม่ แต่กองทัพก็ยังคงแข็งแกร่ง เกาะกันแน่น ภายใต้เตรียมทหารรุ่น 26 เป็นรุ่นหลัก และมี ผบ.เหล่าทัพ จาก ตท.24 เป็นพี่ใหญ่
