bg-single

Metamorphic การแปรเปลี่ยนวัตถุทางวัฒนธรรม ด้วยการรื้อสร้างความหมายเดิม ต่อเติมความหมายใหม่

16.09.2025

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์

ในตอนนี้ขอนำเสนอเกี่ยวกับนิทรรศการศิลปะอันน่าสนใจที่ได้ไปชมมา

คราวนี้เป็นนิทรรศการของ ธนัชชา ไชยรินทร์

ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยจาก จ.เชียงใหม่ ผู้มีความสนใจในประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของอัตลักษณ์ทางสังคม และการมองย้อนกลับไปยังช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นสมัยใหม่ในประเทศไทย โดยเฉพาะผลกระทบของการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีต่องานหัตถกรรมดั้งเดิม และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน

โดยนำเสนอผ่านผลงานหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรม ศิลปะจัดวาง และสื่อผสม

ในครั้งนี้เธอนำเสนอผลงานในนิทรรศการแสดงเดี่ยวที่มีชื่อว่า Metamorphic ที่สำรวจประเด็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมในบริบทของโลกร่วมสมัย ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ผสานเทคนิคฝีมือช่างแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อสะท้อนความซับซ้อนของบริบททางสังคมและวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน

“โดยปกติคำว่า Metamorphic ถูกใช้ในลักษณะทางโบราณคดี ซึ่งแปลว่า ‘เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง’ หรือ ‘การแปรเปลี่ยนไป’ งานของเราเริ่มจากการทำงานที่พูดถึงงานหัตถกรรม หรืองานช่าง ที่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ด้วยการใช้เทคนิคในเชิงช่างที่ทำให้รูปทรงหรือความหมายดั้งเดิมของวัตถุทางวัฒนธรรมแปรเปลี่ยนไป”

“อย่างคำว่า ‘Meta’ ในชื่อนิทรรศการ ก็ทำให้นึกถึงการ Metaphor ซึ่งหมายความถึง การอุปมา เปรียบเทียบสิ่งใหม่ลงไปบนสิ่งเก่า ซึ่งเป็นแนวคิดโดยรวมทั้งหมดของผลงานในนิทรรศการครั้งนี้ ที่พูดถึงการแปรเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง ตั้งแต่การทำให้วัฒนธรรมถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นสินค้า หรือการแปรเปลี่ยนวัตถุบางอย่าง เพื่อพูดถึงการทำลายสิ่งเก่าและทำให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมา”

ผลงานส่วนแรกของนิทรรศการคือการใช้เทคนิคการแกะสลักเพื่อเปิดเผยเรื่องราว หรือสร้างเรื่องเล่าที่สามารถตีความวัตถุทางวัฒนธรรมใหม่ๆ ขึ้นมา อย่างผลงานชุดกรอบไม้แกะสลัก อันมีที่มาจากกรอบไม้ที่เลียนแบบลักษณะของหน้าต่างหรือประตูของวัด โบสถ์ ทั้งพุทธและคริสต์ ที่ถูกแกะเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อพูดถึงการสร้างกรอบทางวัฒนธรรมรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่มีนัยยะซ่อนเร้นอยู่

หรือผลงานในชุด Cultural heritage ที่นำตะเกียบไม้แบบดั้งเดิมที่ศิลปินเคยใช้มาตั้งแต่เด็ก มาหลอมรวมตัวกัน แล้วแกะสลักเป็นกระดูกของมนุษย์อย่าง กระดูกขากรรไกร, กระดูกขา และอื่นๆ ซึ่งเป็นการเอาวัตถุที่เป็นมรดกตกทอดมาใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไป เพื่อบอกถึงเรื่องราวที่อยู่ภายในวัตถุเหล่านั้น ว่าไม่เพียงเป็นแค่วัตถุที่ถูกนำไปขายเป็นสินค้าตามปกติ หากแต่มันมีชีวิต มีเรื่องราว มีการสืบทอดอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน ด้วยการใช้ชิ้นส่วนของมนุษย์ใส่เข้าไปในวัตถุแต่ละชิ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวการตกทอดของมรดกทางวัฒนธรรม

หรือผลงาน Living Past I ในรูปของเก้าอี้แขนอ่อนโบราณ ที่เท้าแขนข้างหนึ่งของเก้าอี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นมือยื่นมาจับขาเก้าอี้อย่างน่าพิศวง

“เก้าอี้ตัวนี้หยิบมาจากบ้านของปู่ เป็นเก้าอี้ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก เป็นเก้าอี้ล้านนาโบราณของภาคเหนือ ที่มีอยู่ในแทบทุกบ้าน แต่ปัจจุบันกลับถูกโยนทิ้งไปเกือบหมด เก้าอี้ตัวนี้เท้าแขนหาย เพราะหักไปจากความเก่า ก็เลยใช้วิธีการแกะสลักชิ้นส่วนประกอบเข้ากับตัวเก้าอี้ เพื่อบอกเล่าว่าเก้าอี้ตัวนี้ไม่ใช่แค่วัตถุที่สามารถโยนทิ้งไปได้เรื่อยๆ หากแต่มีเนื้อหา เรื่องราว หรือชีวิตดั้งเดิมที่อยู่ในวัตถุเหล่านี้ ซึ่งเป็นวัตถุที่ยึดโยงกับชีวิตของเราในวัยเด็ก”

“เป็นภาพจำของสิ่งที่เคยเห็น แต่ในปัจจุบันเริ่มสูญหายไป ไม่หลงเหลืออยู่ และถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาตามกาลเวลา”

หรือผลงาน Living Past II ในรูปของโต๊ะไม้ที่มีกลไกคล้ายเครื่องมือของงานช่างอยู่ หากบนโต๊ะมีประติมากรรมแกะสลักที่ดูเหมือนกระดูกสันหลังเชื่อมกับกลไกของตัวโต๊ะอย่างแนบเนียน

“โต๊ะตัวนี้เป็นโต๊ะทำงานของช่างไม้ จะเห็นว่าตัวโต๊ะมีช่อง รู ตัวขันสำหรับหนีบยึด และกลไกสำหรับงานโดยเฉพาะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีช่างใช้งานโต๊ะแบบนี้แล้ว มันจึงถูกโยนทิ้งไป กลายเป็นของแต่งบ้าน วางประดับตกแต่งสถานที่ต่างๆ ทั้งที่ความจริงโต๊ะตัวนี้ก็เป็นสิ่งที่ถูกสืบทอดต่อๆ กันมาทางวัฒนธรรม ไม่อยากให้ถูกทิ้งไปเปล่าๆ ปลี้ๆ จึงหยิบโต๊ะตัวนี้มาตีความใหม่ด้วยการใส่ชิ้นส่วนของชีวิตมนุษย์อย่าง กระดูกสันหลัง เข้าไป เรายังสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกระดูกเข้ากับตัวโต๊ะให้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างแยกไม่ออก”

หรือผลงาน Transformation ที่ดูคล้ายกับเสา หรือราวบันไดไม้ของเรือนไทย หากถูกแกะสลักให้คล้ายกับเสาฉีกตัวออกจนเผยให้เห็นเหล็กเส้นคดงอบิดเบี้ยวงอกเงยโผล่ออกมาจากด้านใน

“เสาต้นนี้เรียกว่า ลูกกลึง เป็นเสาบ้านแบบเก่าที่ตอนนี้คนไม่ใช้กัน เราหยิบเอาเสานี้มาตีความใหม่ เพื่อเผยให้เห็นเรื่องราวของการที่วัตถุทางวัฒนธรรมถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งบางอย่าง ที่บังเอิญก็คือ ตอนกำลังเริ่มทำงานชิ้นนี้ เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย ทำให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา จนเหล็กเส้นบิดเบี้ยวโผล่ออกมาให้เห็น”

“ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ตรงกับแนวคิดในงานชิ้นนี้ แต่ก็ทำให้นึกถึงการที่วัสดุอย่างเหล็กเข้ามาแทนที่ไม้ในการก่อสร้าง เพราะคิดว่าคงจะมีความคงทนมากกว่า ไม่ได้มองว่าการใช้เหล็กเป็นวัสดุคือความผิดพลาดในการก่อสร้าง แต่ไม่ได้ให้คุณค่าวัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งมากกว่ากัน ทุกคนอาจจะคิดว่าวัสดุอย่างเหล็กต้องดีกว่าไม้แน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป”

การผสมผสานวัสดุอย่างเหล็ก (หรือโลหะ) และไม้ที่ว่านี้ยังปรากฏอยู่ในผลงานอีกชิ้นอย่าง When Numbers define value I ที่เป็นประติมากรรมแกะสลักรูปฝ่ามือที่ดูคล้ายกับฝ่ามือของพระพุทธรูปปางห้ามญาติวางอยู่บนเครื่องกลไกโลหะที่ดูคล้ายกับเครื่องมือชั่ง ตวง วัด อะไรบางอย่างแบบโบราณ

“ผลงานชิ้นนี้ของเราพูดถึงประเด็นในเชิงศาสนา ซึ่งเป็นลักษณะของการเดินทางทางวัฒนธรรม เรามองว่าในปัจจุบันการให้คุณค่าทางวัฒนธรรมนั้นถูกแปรเปลี่ยนไป ในอดีตเราไม่สามารถวัดคุณค่าทางวัฒนธรรมหรือความเชื่อต่างๆ ด้วยการใช้ตัวเลข แต่ในปัจจุบันเราสามารถใช้ตัวเลขวัดทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราให้ความสำคัญกับตัวเลขมากกว่าวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เลยหยิบสองสิ่งนี้มาจับคู่กัน ด้วยการใช้เครื่องชั่งน้ำหนักจดหมาย ที่มีรูปทรงสวยงาม และมีนิยามของตัวเลขอยู่ มาจับคู่กับงานแกะสลักรูปทรงในสัญลักษณ์ทางศาสนา ให้วัตถุทางศาสนาไปอยู่บนวัตถุเก็บตกสำเร็จรูป เพื่อสร้างความหมายใหม่เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างในเชิงวัฒนธรรมในปัจจุบัน ที่ถูกกำกับด้วยมาตรวัด หรือการให้คุณค่าด้วยตัวเลขไปทั้งหมด ซึ่งฝ่ามือไม้ชิ้นนี้เอง ก็กำลังถูกชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องนี้อยู่เช่นกัน อีกอย่างเรายังมองว่า การที่วัตถุในเชิงอุตสาหกรรมกับวัตถุในเชิงหัตถกรรมมาอยู่ด้วยกัน จะทำให้เกิดการตีความหมายหรือสร้างความหมายใหม่ขึ้นมา”

หรือผลงาน Transformation object ที่เป็นพวงห้อยหุ่นรองเท้า หรือแบบทำรองเท้าไม้เก่าแก่ ที่ถูกแกะสลักให้มีนิ้วเท้าโผล่ออกมา ราวกับเป็นเท้าของมนุษย์ที่แขวนห้อยอยู่บนผนังก็ไม่ปาน ผลงานชุดนี้คล้ายกับผลงาน Cultural heritage และ Living Past II คือการพูดถึงความมีชีวิตที่ปรากฏขึ้นในวัตถุหรือข้าวของสำเร็จรูปที่ศิลปินพบเจอนั่นเอง

หรือผลงาน Deposition และ Out of service ที่เปลี่ยนข้าวของหรือเครื่องไม้เครื่องมือเก่าๆ ที่ศิลปินหยิบฉวยและเก็บสะสม ที่มีความแข็งกระด้าง อย่างโต๊ะไม้หรือสิ่วทองเหลือง มาเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่บอบบางอย่างหน้าโต๊ะที่ถูกแกะสลักเป็นผืนพุ่มใบไม้ หรือด้ามสิ่วที่ถูกแกะสลักให้อ่อนยวบราวกับสายยางรดน้ำต้นไม้ก็ไม่ปาน

หรือผลงานในชุด Archaeological remains series ประติมากรรมแกะสลักที่นำเสนอการเดินทางทางวัฒนธรรม ด้วยการเอาวัตถุที่พบเห็นในชีวิตประจำวันจนคุ้นตาในปัจจุบัน ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ลูกสูบเครื่องบิน นอตหรือสกรูต่างๆ มาแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นวัตถุโบราณด้วยการแกะสลักไม้นั่นเอง

นอกจากผลงานประติมากรรมแบบสามมิติแล้ว ในนิทรรศการยังมีผลงานในรูปของสองมิติ เช่น งานจิตรกรรมสื่อผสมอย่าง Changing Values I และ Export ที่หยิบเอาซองพัสดุ FedEx มาเขียนลวดลายปิดทองลงไป จนดูคล้ายกับงานหัตถกรรมไทยโบราณแบบร่วมสมัย

“งานชุดนี้สะท้อนถึงประเด็นของการแปรเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้า จะเห็นการซ้อนทับกันระหว่างการเขียนลายปิดทองแบบไทย ที่เป็นทักษะเชิงช่างในอดีต กับซองพัสดุ FedEx มาทับซ้อนกันจนสร้างความหมายใหม่ขึ้นมา”

หรือผลงานชุด Traces of wood carving ที่เป็นเหมือนบทสรุปของนิทรรศการครั้งนี้ ด้วยการเก็บสะสมเอาฝุ่นผงไม้ที่กระจัดกระจายจากการแกะสลักไม้ มาสร้างผลงานด้วยการโรยลงบนผืนผ้าใบที่พ่นสเปรย์กาวหรือติดเทปกาวเอาไว้จนกลายเป็นงานจิตรกรรม เพื่อให้สิ่งที่เหมือนจะถูกทิ้งขว้างถูกนำมาสร้างเป็นสิ่งใหม่ขึ้นมาได้

“สิ่งที่อยากสื่อสารในนิทรรศการครั้งนี้ คือการพูดถึงการมีอยู่ของวัฒนธรรม และการให้ความสำคัญกับงานฝีมือและทักษะเชิงช่าง อย่างการแกะสลักไม้ หรือการปิดทอง คนอาจจะมองว่าเป็นงานหัตถกรรมที่เชย ล้าสมัย แต่จริงๆ สามารถนำมาใช้ทำงานศิลปะที่ไม่ออกมาดูเชยหรือโบราณล้าหลัง หากแต่เป็นงานศิลปะร่วมสมัยได้เหมือนกัน”

นิทรรศการ Metamorphic โดย ธนัชชา ไชยรินทร์ จัดแสดงที่ Richard Koh Fine Art ชั้น 9 อาคารปีเตอร์ซัน (Peterson Building) สุขุมวิท 26 ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม-20 กันยายน 2025 เปิดทำการวันอังคาร-เสาร์ 11.00-19.00 น. ปิดทำการวันอาทิตย์, จันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากศิลปิน, Richard Koh Fine Art



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’