Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

Innovation Grand Challenges (1)

“Grand Challenge ที่อาจารย์กำลังจะทำมันคล้ายๆ กับการแข่งตอบปัญหาแก้โจทย์วิทยาศาสตร์ไหมครับ?” มิตรสหายท่านหนึ่งถามผม

“ไม่เชิงครับ ปกติการตอบปัญหาแบบนั้นมีโจทย์ตายตัวมีเฉลยคำตอบอยู่แล้ว แต่ที่เราจะทำนี่แม้แต่เราผู้จัดก็ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดครับ” ผมอธิบาย

“ถ้างั้นก็เป็นคล้ายๆ กับการประกวดโครงงานสิ่งประดิษฐ์ไหมครับ?” มิตรสหายถามต่อ

“ก็ยังไม่ตรงทีเดียวครับ อันนี้แม้คำตอบจะไม่ชัดเจน แต่เป้าหมายและวิธีการวัดผลแพ้ชนะกันชัดเจนกว่า” ผมอธิบายเพิ่ม

ถึงตรงนี้ถ้ามิตรสหายยังนึกภาพไม่ออกและเรายังมีเวลาคุยกันอีกสักหน่อย ผมมักจะเล่าเรื่องเกมสามเกมที่ผมให้มักนิสิตเล่นตอนเปิดคลาสรายวิชาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่ผมสอนประจำทุกปี

สามเกมที่ว่าคือ “จิ๊กซอว์ / หอคอย / สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง”

Cr.ณฤภรณ์ โสดา

เกมแรกคือต่อ “จิ๊กซอว์” ที่ให้เสร็จภายในเวลากำหนด

เกมสองคือการประกอบไม้จิ้มฟันและดินน้ำมันที่ให้ไปเป็น “หอคอย” สูงที่สุดและรับน้ำหนักประมาณสิบกรัมได้

ส่วนเกมสามคือการเอาอะไรก็ได้ในห้องเรียนมาสร้างเป็นต้นแบบ “สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง”

ทั้งสามเกมเป็นตัวแทนของงานสามประเภทที่ต่างต้องใช้พลังสมองและความคิดสร้างสรรค์ แต่ในขอบเขตที่แตกต่างกัน

“จิ๊กซอว์” คือตัวแทนของงานที่ “เป้าหมายชัดและมีคำตอบเดียวตายตัว”

“หอคอย” คือตัวแทนของงานที่ “เป้าหมายชัดวัดผลได้ตรงไปตรงมาแต่มีคำตอบได้หลากหลายไม่จำกัด”

ส่วน “สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง” คือตัวแทนของงานที่ “เป้าก็ไม่ชัด คำตอบก็หลากหลายไม่จำกัด”

จิ๊กซอว์คืองานเทคนิเชียน หอคอยคืองานวิศวกร สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋งคืองานนวัตกรและผู้ประกอบการ

ทั้งสามงานเป็นอาชีพ สร้างรายได้ สร้างประโยชน์ต่อโลกได้คนละแง่มุมกันในต่างบริบทกัน

สามเกมตัวแทนโจทย์ปัญหาสามระดับ
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

หลังจากสอนและทำวิจัยมาหลายปีผมสังเกตว่าพวกเรามักจะถูกบังคับกลายๆ ให้ข้ามขั้นจาก “จิ๊กซอว์” มาทำ “สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง” โดยขาดงานฝั่ง “หอคอย” ที่เข้มแข็งพอ

ในระบบการศึกษา โจทย์ “จิ๊กซอว์” คือการเรียนไปตอบข้อสอบที่มีเฉลยชัดเจน แบบเดียวกับการแข่งตอบปัญหาแบบที่มิตรสหายข้างต้นพูดถึง

ส่วนอีกฝั่งที่เป็น “สิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋ง” คือโจทย์ปลายเปิดเวลาเราประกวดโครงงาน หรือส่งขอทุนวิจัย หรือตีพิมพ์เปเปอร์ ซึ่งในมุมหนึ่งมันดีตรงที่ความเปิดกว้างแบบสุดสุด แต่สิ่งที่ขาดไปคือเราเอางานสองชิ้นมาเปรียบเทียบกันได้ยากเพราะทำกันคนละเรื่องแก้ปัญหากันคนละอย่าง

ผลงาน “หุ่นยนต์กู้กับระเบิด” คงเปรียบเทียบยากกับ “หุ่นยนต์ผ่าตัด”, ผลงาน “เอนไซม์ย่อยขยะพลาสติก” คงเปรียบเทียบยากกับ “เอนไซม์รักษาโรคท้องอืด” ฯลฯ

ในกรณีนี้เราอาจจะใช้ได้แค่ตัวชี้วัดทางอ้อมอย่างตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือจำนวนครั้งการอ้างอิงถึงในวารสารการวิจัย

แม้แต่งานที่เป็นหัวข้อเดียวกันเป๊ะๆ การเปรียบเทียบผลงานในบริบทของการตีพิมพ์เปเปอร์หรือนำเสนอผลงานบนเวทีแบบปกติก็อาจจะทำได้ยากเพราะต่างคนก็ต่างนำเสนอ “ผลการทดสอบ” ที่ดีที่สุดที่ตัวเองวัดได้ในสภาวะการทดสอบที่เหมาะสมที่สุดซึ่งตัวเองเลือก

การที่ทีมหนึ่งเคลมว่า “หุ่นยนต์ของฉันกู้กับระเบิดได้ดีกว่า” หรือ “เอนไซม์ของฉันย่อยพลาสติกได้ไวกว่า” อีกทีม ก็อาจจะเป็นเพียงเพราะระเบิดที่ใช้ลองกู้หรือพลาสติกที่เอามาย่อยในแต่ละงานที่ตีพิมพ์หรือนำเสนอนั้นเป็นคนละชนิดกัน วิธีให้คะแนนความสำเร็จในการกู้หรือความไวในการย่อยก็ต่างกัน ฯลฯ

เมื่อเปรียบเทียบผลงานไม่ได้ผู้ลงทุนไม่ว่าจะเป็นฝั่งรัฐหรือเอกชนก็ตัดสินยากว่าจะลงทุนกับใครทีมไหนดี ส่วนคนวางนโยบายก็ไม่รู้สุดท้ายทั้งวงการก้าวหน้าไปแล้วมากน้อยแค่ไหน (มีต่อ)

การให้คะแนนตัดสินการนำเสนอผลงานในโจทย์ปลายเปิดเป็นเรื่องยาก
Cr. ณฤภรณ์ โสดา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เราเคยลองมาแล้ว
คุยกับทูต | โมนิกา เครเซวิคกา โปแลนด์…ความหมายของเอกราช ผ่านเรื่องเล่าและเสียงดนตรี (1)
ANIMALS | ‘สัตว์สังคม’
Chainsmoker Cat : ความสกปรกของควันบุหรี่
‘ความหมายของความทรงจำ’
กระทงเซ่นผี สร้างสรรค์เป็นลอยกระทง
“เดียร์”แบบไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | “รุก” และ “รับ” ทางการเมือง ระหว่าง รัฐบาล กับ ฝ่ายค้าน
วัตถุมงคลเหรียญรุ่นแรก หลวงปู่แคล้ว วัดมหาชัยฯ พระเกจิดังลุ่มน้ำแม่กลอง
แผนรับมือน้ำ ‘ไทย-เทศ’ (2)
เปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านกระหึ่ม เพื่อไทย-ภูมิใจไทย ชิงกันชง รถเกี่ยวข้าว EV-หลังคาโซลาร์เซลล์
ตำรวจหน้าแหก | เหยี่ยวถลาลม