เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี
‘พิชญ์-สติธร’
ประเมิน ‘อนาคต-โอกาสทอง’
ของ ‘รบ.ภูมิใจไทย’
หมายเหตุ “รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” และ “ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์รายการ “The Politics” ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อวันที่ 8 กันยายน ว่าด้วยประเด็นอนาคตและแนวโน้มแผนงานทางการเมืองของ “รัฐบาลภูมิใจไทย”
: ที่ผ่านมา จุดอ่อนของพรรคภูมิใจไทยคือ “ไม่มีกระแส” คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไม่เคยขึ้น คะแนนโพลก็ไม่เคยขึ้น แต่การที่คุณ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี สามารถไปดึงเอารัฐมนตรีที่น่าจะถูกจริตชนชั้นกลางหลายต่อหลายคนเข้ามาร่วมใน ครม.ใหม่ จะสามารถดึงคะแนนนิยมตรงส่วนนี้ขึ้นมาได้หรือไม่?
สติธร : อันนี้เป็นแนวทางที่ผมเชื่อว่าเขาคิด รอบนี้ “โอกาสทอง” มาโดยที่อาจจะคาดคิดแหละ วางแผนด้วย แต่มันเป็น “โอกาสทอง” แบบว่าพอตัดสินใจทำ มันได้ผลเร็ว
ยกตัวอย่างวันนี้ เราคุยเรื่องโผ ครม. บอกเปิดตัว “คนนอก” มา ว้าวๆๆ จริงเหรอ?
เอาจริงนะ (อารมณ์แบบนี้) เป็นเพราะอะไร? เป็นเพราะสองปีที่ผ่านมา เวลาเขาเปิดโผ ครม. หรือปรับ ครม. มันไม่มีแบบนี้ไง มีแต่โควต้าๆๆๆ มันก็ชื่อคนที่วนเวียนอยู่ในพรรค พ่อเป็นไม่ได้เอาลูกมา ลูกเป็นไม่ได้เอาพ่อมา แต่พอรอบนี้ เขากล้า ก็ไปเอาคน (นอก) มา 4-5 คน
ถามว่าว้าวไหม? ก็ว้าว ถ้าเปรียบเทียบกับ ครม. ก่อนหน้านี้ แต่ถามว่าลองเปรียบเทียบกับ ครม. ชุด “คสช.-ลุงตู่” เขา “คนนอก” ทั้งนั้น เราไม่เห็นว้าวเลย
พิชญ์ : สำหรับผมตอนนี้ (รายชื่อที่) เปิดมาทั้งหมด มันก็คือ “ลุงตู่” ทั้งนั้นเลย คนเหล่านี้ผมเชื่อว่าถ้า “ลุงตู่” เรียก ก็มา
สติธร : อดีตข้าราชการประจำ เทคโนแครต ภาคเอกชนระดับซีอีโอ จริงๆ มันไม่ได้อะไรมาก ถ้าเทียบกับตอนยุคนู้นเวลาเราวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่พอเจอรัฐบาลเลือกตั้ง เวลาเขาจัด ครม.กัน มันหนักกว่า จนเรารู้สึก เออ แบบนี้แหละที่เรารอคอย
พิชญ์: ได้เท่านี้ ประมาณเดียวกับ “คนละครึ่ง” ก็อันนี้ (รัฐมนตรีจากพรรคการเมือง) ครึ่งหนึ่ง แล้วก็ไปเอา (คนนอก) แบบที่เราพอจะลุ้นว่ากล้ามานั่ง (ใน ครม.) ไหม?
สติธร : แบบนี้ไง มันจะเป็นโอกาส คือเอาคนนอกมานั่ง ครม. จุดเริ่มต้นมันได้แล้ว ความประทับใจแรกมันมาแล้ว ทีนี้ จะต่อยอดอย่างไร?
โอเค จุดแข็งเรา (ภูมิใจไทย) คือ (ส.ส.) เขต อันนี้ต่อยอดไปไม่ยาก แล้วไม่ต้องผลีผลามมูมมาม ก็จะใช้โมเดลเดิมคือเติมเฉพาะกลุ่มก้อนที่เป็นเอกภาพ คือยึดจังหวัดนั้นๆ ได้ แล้วเราชวนเขาเข้ามา แนวทางเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง ไม่หักหลังกันบ่อยๆ
เราสังเกตกลุ่มก้อนในภูมิใจไทย เขาจะมีจังหวัดๆ ของเขา แล้วเจอสถานการณ์อะไร เขาก็ไม่ไปไหน
พิชญ์ : ขออย่างเดียว “อย่าดื้อ”
ผู้ดำเนินรายการ : แต่เขาจะมีรางวัล ถ้าคุณมาได้ทั้งจังหวัด เดี๋ยวผมให้รัฐมนตรีคุณ
สติธร : ให้แล้วให้เลยด้วย ไม่ยุ่งด้วย
พิชญ์ : เขาสั่งให้ทำอย่างนี้ ก็ทำอย่างนี้ “อย่าดื้อ”
สติธร : เพราะฉะนั้น โมเดลมันก็จะไปอย่างน้อยๆ เท่าเป้าเดิม (ส.ส.เขต) ประมาณร้อย เสร็จแล้วปาร์ตี้ลิสต์มันจะได้มาจากไหน? ต้องได้จากการที่เอาคนที่ตอนนี้บอกเป็น “คนนอก” เข้ามาเป็น “คนใน” แล้วก็มาเรียงอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์
เพราะว่าวันนี้ ปาร์ตี้ลิสต์ก้อนหนึ่งที่คนจ้องอยู่คือก้อนที่เลือก พล.อ.ประยุทธ์ (จันทร์โอชา) ของรวมไทยสร้างชาติ อันนี้ใครๆ ก็อยากได้ เพราะก้อนนี้ไม่มีทางไปพรรคส้ม ถามว่าประชาธิปัตย์เอาไปได้ไหม? ไม่ได้ รวมไทยสร้างชาติ ของตัวเองรักษาได้ไหม? ไม่มีทาง พรรคโอกาสใหม่ ก็ไม่ได้ ประชาชน ไม่มีทาง พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องพูดถึง
ก้อนนี้ วันนี้คนที่โอกาสดีที่สุดคือภูมิใจไทย
ผู้ดำเนินรายการ : แสดงว่าการมี “คนนอก” ใน ครม.ชุดนี้ คือการฟอร์มทีมเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ตัวเอง เพื่อดึงคะแนนตรงนั้นมา?
พิชญ์ : แต่มันไม่ง่ายตรงที่พวก “อีลีต” เขาไม่ชอบ “เปื้อน” ถ้าคุณได้อำนาจแล้วเชิญ เขาอาจจะมา แต่ให้เขาไปใส่เสื้อพรรค มันอีกเรื่องนะ เขาอาจจะไม่ก็ได้
: โจทย์แรกในสี่เดือนต่อจากนี้คือภูมิใจไทยจะ “บิดส้ม” (ละเมิดเอ็มโอเอที่ทำกับพรรคประชาชน) ไหม?
สติธร : ไม่มีทาง ผมมั่นใจ เพราะว่ามันเป็น “โอกาสทอง” อย่างที่บอก คือวันนี้เข้ามา (เป็นรัฐบาล) ยิ่งสั้นยิ่งดี รีบทำงานผลงาน ผลงานก็ไม่ต้องทำยากด้วย มันมีตัวเปรียบเทียบให้เห็นอยู่แล้ว “คนละครึ่ง” ก็มาแล้ว “เงินคนละครึ่ง” ลงไปเต็มเฟสเรียบร้อย ก็พร้อมยุบ (สภา) แล้ว เปิดงบประมาณตุลาคมมา คิกออฟได้เลย เดือนเดียวรู้เรื่อง
พิชญ์ : ผมว่าจริงๆ พร้อมยุบใน 2-3 เดือน ถ้าอาจารย์บวรศักดิ์ (อุวรรณโณ) มา “คนละครึ่ง” มา แต่ความท้าทายคือคุณอนุทินจะหา (ส.ส.เพิ่ม) อีกประมาณ 70 คนมาได้อย่างไร?
สติธร : เป้าก็คือถ้าประเมินว่าเขตตัวเองได้สัก 100 เขต บวกปาร์ตี้ลิสต์ 15-20 คนพอแล้ว รอเป็นนายกฯ สมัยสองแล้ว เพราะฉะนั้น มีประโยชน์อะไรที่จะลากยาวไปถึง 2570 เพราะถ้าลากยาวไป เพื่อน (พรรคอื่น) ฟื้นหมด ทำไงล่ะ?
แล้วก็ได้ความหล่อ เห็นไหม รักษาคำพูด ไม่มียืดเยื้อ ไม่เติมคนด้วย รัฐบาลเสียงข้างน้อย รักษาสัญญา
‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’
กับตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย
‘ผู้ทำคลอด รธน.’ ในสเป๊ก ‘คนอยากอยู่สั้น’
พิชญ์ : ผมว่าอย่างน้อยมันเป็นการให้เกียรติอาจารย์บวรศักดิ์ เขาเป็นคนที่ “เก้าชีวิต” เหมือนกัน
รุ่นผมรู้จักอาจารย์บวรศักดิ์แบบ “อยู่บนเครื่องบิน” โดนรัฐประหารอยู่เลย ประเด็นก็คือว่าแกเคยอยู่ในรอบที่ “เขาอยากอยู่ยาว” คราวนี้คือ “เขาอยากอยู่สั้น” เขาก็เรียกใช้
ผมรู้สึกว่าก็เป็นอะไรในชีวิต ที่แกก็คงจะรู้สึกโอเค แกไม่ถูกทิ้งไว้ในประวัติศาสตร์ที่แบบว่า อยู่ดีๆ ร่าง (รัฐธรรมนูญ) มาแทบตาย โดนยิงตกเฉย
อย่างน้อย แกพยายามแก้โจทย์บางโจทย์ในการเมืองไทยตอนนั้น ร่าง (รัฐธรรมนูญ) ของแกมีคุณูปการในบางเรื่อง แต่สถานการณ์บ้านเมืองมันเปลี่ยน โจทย์ที่แกพยายามจะแก้ได้แล้ว เกิดไม่จำเป็นขึ้นมา แกก็เลย “ขาดความจำเป็นทางประวัติศาสตร์” ในช่วงนั้นไป
อย่างน้อย ไม่ว่า (กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้) จะไปไกลขนาดไหน ก็ให้เกียรติแกว่า แกเป็นคนให้กำเนิด (รัฐธรรมนูญ) อันใหม่สักนิดสักหน่อย อย่างน้อย แกก็ยังอยู่ในรายชื่อที่คนพยายามผลักดันให้เข้ามาแก้ไขสิ่งที่เป็นอยู่ ส่วนมันจะไปได้ไกลแค่ไหน ไม่เป็นไร
อย่างน้อยแกไม่ถูกทิ้งเอาไว้โดยลำพัง ต้องไปดึงแกออกมาจาก “มัลติเวิร์ส” ตรงนั้นสักหน่อย แกค้างอยู่ในนั้น
“คนอยากอยู่ยาว” ไม่ใช้ ตอนนี้ “คนอยากอยู่สั้น” ใช้
