ผ่าคดีฆ่ายัดกระเป๋า-ถ่วงน้ำ ตร.เช็กซิลิโคนสาวนิรนาม พยานมัดหนุ่มจีนซื้อดัมเบล โยง ‘อาชญากรรมข้ามชาติ’
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
ผ่าคดีฆ่ายัดกระเป๋า-ถ่วงน้ำ
ตร.เช็กซิลิโคนสาวนิรนาม
พยานมัดหนุ่มจีนซื้อดัมเบล
โยง ‘อาชญากรรมข้ามชาติ’
หลังพบศพหญิงสาวนิรนาม ถูกฆ่ายัดกระเป๋าเดินทางถ่วงน้ำ ในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผ่านไปหลายวัน การสืบสวนของตำรวจก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร ขอเพียงสามารถระบุตัวคนร้ายและเหยื่อได้ ก็จะบอกได้ว่าชนวนเหตุมาจากอะไร
ย้อนไปเมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 กันยายน 2568 ร.ต.ท.มินทราทิตย์ ทองใส รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ ได้รับแจ้งว่าพบกระเป๋าเดินทางถูกล่ามโซ่ ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ลอยอยู่ในอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ ม.11 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
หลังรับแจ้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผกก.สืบสวน จว.ชลบุรี พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) แพทย์เวร และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และเป็นสถานที่ฝึกซ้อม นักกีฬาทีมชาติเรือพาย ของสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย
โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สีดำ มีโซ่เหล็ก พันล้อมรอบกระเป๋า และมีกลิ่นเน่าพวยพุ่งออกมา
ร.ท.เกษมสิทธิ์ บริบูรณ์วศิน นักกีฬาเรือพายทีมชาติ ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพร้อมนักกีฬากว่า 20 คน ได้เดินทางมาฝึกซ้อมเรือพายเพื่อเตรียมสู้ศึกซีเกมส์ ระหว่างที่กำลังซ้อมอยู่บริเวณลู่สุดท้าย กลางอ่างอาบน้ำ ก็เจอกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สีดำ มีโซ่ล่าม และมีเลือด น้ำเหลือง ไหลออกมา แถมยังมีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปทั่วบริเวณ
จึงตัดสินใจลากกระเป๋าเข้าฝั่ง

เมื่อเจ้าหน้าที่ยกกระเป๋าขึ้นมาตรวจสอบบนฝั่ง พบเป็นกระเป๋าผ้าสีดำยี่ห้อ “king safari” กว้าง 50 ซ.ม. หนา 30 ซ.ม. สูง 85 ซ.ม. โดยมีการตัดแม่กุญแจออก แล้วเปิดกระเป๋าดูก็ถึงกับผงะ เมื่อพบศพหญิงสาว ไม่ทราบสัญชาติ อายุประมาณ 30 ปี ไม่สวมเสื้อ เปลือยท่อนบน นุ่งกางเกงขา 3 ส่วนสีครีม นอนขดตัวอยู่ในกระเป๋า สภาพศพเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน เบื้องต้นไม่พบร่องรอยบาดแผลบนร่างของผู้ตาย
นอกจากนี้ ในช่องใส่ของด้านหน้ากระเป๋า พบแผ่นเหล็กน้ำหนักดัมเบล 9 แผ่น (5 ก.ก./1แผ่น, 2.5 ก.ก./3แผ่น, 1.5 ก.ก./1 แผ่น, 0.5 ก.ก./4 แผ่น) คาดว่าคนร้ายใส่ไว้เพื่อถ่วงให้กระเป๋าจมน้ำ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้นคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมแล้วนำศพยัดใส่กระเป๋านำมาถ่วงน้ำ อำพรางคดี
ศพรายนี้ ลักษณะเดียวกันกับคดีฆ่ายัดศพหญิงสาวผมแดง ใส่กระเป๋าเดินทางถ่วงน้ำ ในเขตท้องที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งพฤติกรรมของคนร้าย ก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยมีการนำศพร่างผู้หญิงยัดใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วใช้แผ่นดัมเบลถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้กระเป๋าจมน้ำได้ง่าย
อีกทั้งจุดอ่างเก็บน้ำคลองไผ่ ห่างจากจุดที่พบศพหญิงสาวถูกฆ่ายัดใส่กระเป๋าแดง ห่างกันเพียง 14 กิโลเมตร
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ สั่งการให้ชุดสืบสวน ทั้ง สภ.ห้วยใหญ่, สืบสวนภาค 2, และตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี แบ่งหน้าที่กระจายกำลังลงพื้นที่ พิสูจน์ทราบแหล่งที่มาของแผ่นดัมเบล ที่เชื่อว่ามีการซื้อมาในพื้นที่ ขณะที่ร่างผู้ตายถูกส่งไปชันสูตรและตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียด ที่โรงพยาบาลตำรวจ
ส่วนด้านความเชื่อมโยงกับคดีในลักษณะเดียวกัน ในพื้นที่ สภ.บ้านฉาง เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นปี ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกันหรือไม่
แต่สภาพศพที่พบ และพฤติกรรมการก่อเหตุอยู่ในลักษณะแบบเดียวกันทุกอย่าง โดยมีการฆ่าแล้วนำศพยัดใส่กระเป๋า ใช้แผ่นดัมเบลถ่วงน้ำหนัก แล้วนำไปโยนทิ้งแหล่งน้ำ
ซึ่งตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ มีการประสานกับตำรวจ สภ.บ้านฉาง จ.ระยอง ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงชายต้องสงสัย 3 คน ที่ตำรวจ สภ.บ้านฉาง ได้ให้พยานสเกตช์ภาพเอาไว้ มาใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนคลี่คลายคดีการพบศพหญิงสาวในครั้งนี้ด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เรียกประชุมทีมสืบสวน ที่ สภ.ห้วยใหญ่ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเผยความคืบหน้าของคดีว่า ผลชันสูตรของสถาบันนิติเวช ในเบื้องต้น มีข้อสรุปว่า ศพหญิงสาวดังกล่าว สาเหตุการตายมาจากการขาดอากาศหายใจ ไม่พบน้ำในปอด
จากการนำลายนิ้วมือไปตรวจสอบในทะเบียนราษฎร์ ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลสารบบของประเทศไทย จึงเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งร่างหญิงสาวที่พบเป็นหญิงแท้ สูง 162 ซ.ม. อายุประมาณ 30-35 ปี และมีการทำศัลยกรรมผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก (เต้านม) โดยใช้ซิลิโคนซึ่งมีการผลิตขึ้นในประเทศจีน ซึ่งไม่ได้ส่งมาขายที่เมืองไทย (ตามซีรีส์นัมเบอร์เป็นภาษาจีน)
นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งศัลยกรรมใบหน้า ทั้งจมูกและคาง โดยตำรวจเตรียมประสานสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร
คดีดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่คนตายทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก โดยใช้ซิลิโคนที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา มีราคาสูงถึงชิ้นละ 1 แสนบาท และที่สำคัญไม่มีส่งเข้ามาขายในเมืองไทย ตำรวจจึงนำข้อมูลเก่ามาพิสูจน์และเทียบเคียง ถึงแม้อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็คล้ายๆ กัน
ต่อมา พ.ต.ท.นิติภูมิ บัตรวงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ห้วยใหญ่ เชิญพยานปากคำสำคัญ เป็นพนักงานขาย ภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท พัทยาใต้ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มาสอบปากคำ
ก่อนได้ข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม มีชายชาวจีน อายุประมาณ 40 ปี รูปร่างสันทัด เข้ามาซื้อแผ่นดัมเบล แบบยกเซ็ต น้ำหนักรวม 20 ก.ก. ซึ่งภายในกล่องจะมีแกนจับ 2 อัน และแผ่นเหล็ก 8 แผ่น โดยแยกแผ่นดัมเบลขนาดน้ำหนัก 0.5 ก.ก. 4 แผ่น, 1.25 ก.ก. 2 แผ่น และ 2.5 ก.ก. 2 แผ่น
นอกจากนี้ ยังซื้อแผ่นดัมเบลน้ำหนัก 5 ก.ก. แยกอีก 1 ชิ้น มูลค่าประมาณ 3,070 บาท
โดยหลังจากชำระเงิน พนักงานขายยังมีการช่วยยกนำไปส่งขึ้นรถท้ายรถของชาวจีนรายนี้ โดยพนักงานขายจำได้ว่าเป็นรถเอสยูวี สีเทา ไม่ทราบยี่ห้อรุ่น

หลังได้ข้อมูลเบาะแส ชุดสืบสวนใช้เวลาไล่กล้องวงจรปิดไม่นานก็ทราบว่ารถคันที่พยานเอ่ยถึง เป็นรถเอสยูวี ยี่ห้อโตโยต้า เวลอส สีบรอนซ์-เทา เป็นรถเช่าอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา
บ่ายสามโมง วันที่ 6 กันยายน พ.ต.ท.นิติภูมิ และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี (พฐ.) ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวเพื่อเก็บพยานหลักฐาน
เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบ เก็บหลักฐาน และลายนิ้วมือแฝงอย่างละเอียด ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าสเกิร์ตด้านหน้าฝั่งซ้ายมีรอยแตก เป็นรู 1 จุด ใต้ท้องรถมีร่องรอยถูกหินขูดเกือบรอบคัน บางจุดยังพบคราบดินติดอยู่
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานยังมีการเก็บดีเอ็นเอจากกลุ่มเจ้าของเต็นท์รถเช่า และพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปล่อยเช่ารถคันดังกล่าว ทั้งหมด 7 คน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ขณะที่เจ้าของรถเช่า ให้ปากคำกับตำรวจว่า มีลูกค้าเก่าเป็นชาวจีน ติดต่อขอเช่ารถคันดังกล่าว โดยทำสัญญาเช่ารถเป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม จนถึง 10 กันยายน ซึ่งในวันรับรถมีลูกค้าเป็นชายชาวจีนรายนี้ ขอรับรถที่ประตูขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ โดยมีชายชาวจีน 2 คนเดินทางมารับรถ
กระทั่งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เวลา 18.30 น. ที่ผ่านมา ผู้เช่ารถได้นำรถมาส่งมอบคืนเร็วกว่ากำหนด ให้เหตุผลว่ารีบเดินทางกลับประเทศจีน ซึ่งในวันที่มีการนำรถมาคืน มีชายชาวจีน 1 คน และ หญิงไทย 2 คน เป็นผู้นำรถมาส่งมอบคืนให้
ในวันที่นำรถมาส่งมีการล้างอัดฉีด ทำความสะอาดจนรถอยู่ในสภาพใหม่เอี่ยม แต่พบว่าที่บริเวณสเกิร์ตด้านหน้ารถมีร่องรอยความเสียหาย เป็นรอยแตกร้าว
ทางพนักงานจึงแจ้งกับผู้เช่า ก่อนที่ผู้เช่าจะยอมจ่ายเงินจำนวน 2,000 กว่าบาท เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย ก่อนที่จะพากันแยกย้ายไป
ในขณะเดียวกัน แนวทางการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ เริ่มได้ข้อมูลของคนร้ายชัดเจนมากขึ้น โดยหลักฐานสำคัญคือเอกสารในการเช่ารถ รวมถึงภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจยังไม่ออกมาเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้า แต่จากการพิสูจน์ทราบคาดว่าฆาตกรในคดีนี้เป็นกลุ่มชาวจีน ส่วนปมสาเหตุการฆ่าสังหารโหดและอำพรางศพยังไม่ชี้ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด
พยานหลักฐานต่างๆ ของคดีนี้ มีแนวโน้มว่าจะเป็นฝีมือของแก๊งอาชญากรจีน หากเป็นจริงย่อมเปิดเผยให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ที่แฝงตัวอยู่ในเมืองไทย


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
