คุยกับทูต | ฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา การเข้าร่วมอาเซียนของติมอร์-เลสเต ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิภาคและภูมิรัฐศาสตร์โลก (2)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
ความท้าทายหลักที่ติมอร์-เลสเตต้องเผชิญเมื่อเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน
“ขณะที่ติมอร์-เลสเต กำลังเตรียมตัวเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนในฐานะสมาชิกรายใหม่ เรายังคงตระหนักถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ได้แก่ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) การปฏิบัติตามข้อผูกพันและพันธกรณีต่างๆ ที่อาเซียนกำหนด การสร้างความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมรับการบูรณาการ และการสร้างความมั่นคงทางการเมืองและสังคมภายในประเทศให้สอดคล้องกับหลักการของอาเซียน
โดยต้องเสริมสร้างสถาบันต่างๆ ของเราให้เข้มแข็งเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงต่างๆ ของอาเซียน กระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และลงทุนในการพัฒนามนุษย์ด้วยการพัฒนาการศึกษา สุขภาพ และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนของเราพร้อมสำหรับการบูรณาการระดับภูมิภาค
เรายังตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับแนวทางด้านกฎระเบียบในพื้นที่ต่างๆ เช่น การค้า บริการ และเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับความต้องการด้านการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจเล็กๆ แต่ติมอร์-เลสเต แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอยู่เสมอ (Resilience) เป็นความสามารถในการปรับตัว ฟื้นตัว และก้าวข้ามความยากลำบาก ความท้าทาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
จากการดำเนินงานร่วมกันด้วยเจตนาอันเป็นหนึ่งเดียว พร้อมทั้งได้รับกำลังใจและความช่วยเหลือจากประเทศในกลุ่มอาเซียน และประเทศพันธมิตรอื่นๆ ของเรา เราจึงมั่นใจว่าเราจะสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ และมีส่วนสนับสนุนอย่างมีความหมายต่อวิสัยทัศน์ของอาเซียนในการสร้างประชาคมที่ครอบคลุม ยืดหยุ่น และยั่งยืน”
นายฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา (Mr. Francisco Timan Cepeda) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเตประจำประเทศไทยชี้แจง

บทบาทของติมอร์-เลสเตในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของอาเซียน
“ติมอร์-เลสเตมองว่า บทบาทในอนาคตของตนในอาเซียน คือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอาเซียนกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคและเวทีระดับภูมิภาคและโดยการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์
ในฐานะสมาชิกใหม่ล่าสุด เรามุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเป็นแกนกลางของอาเซียนในสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่กำลังพัฒนา และเสริมสร้างชื่อเสียงของอาเซียนในเวทีต่างๆ เช่น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก เวทีระดับภูมิภาคอาเซียน และการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน-พลัส (ADMM-Plus)
ประวัติศาสตร์ของเราเองในฐานะประชาธิปไตยยุคใหม่ที่เอาชนะความขัดแย้งผ่านการเจรจาและการปรองดอง ช่วยให้เรานำเสนอมุมมองที่เสริมซึ่งกันและกัน ในหลักการการทูตเชิงป้องกัน การระงับข้อพิพาทโดยสันติ และการสร้างฉันทามติของอาเซียน
ติมอร์-เลสเตมองว่า ตนเองเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เครือข่าย G 7+ พรรค CPLP และการสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการสร้างสันติภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืน

แม้ว่าการมีส่วนร่วมของเราอาจไม่มากนัก แต่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเสริมสร้างการเข้าถึง และความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
ในฐานะประเทศประชาธิปไตยยุคใหม่ที่สามารถเอาชนะความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ เรานำเสนอมุมมองที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา การทูตเชิงป้องกัน และความร่วมมือด้านความมั่นคงของอาเซียน
ในทางเศรษฐกิจ เรามอบโอกาสในด้านการเกษตร การประมง พลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายหรือแนวคิดที่ต้องการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายมิติ
เศรษฐกิจสีน้ำเงิน คือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล การสร้างงาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่ง
โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้โอกาสในการใช้ประโยชน์ในอนาคตลดลง และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 14 ‘ชีวิตใต้ทะเล’
และเรายังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมุมมองของอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก ผลักดันมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเชื่อมโยง ความยั่งยืน และความร่วมมือทางทะเล”

ส่วนการเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเตจะช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์ประจำชาติและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนอย่างไรนั้น ทูตฟรังชิชกู ติลมัง ซือเปดา บอกว่า
“การเข้าร่วมอาเซียนเป็นการเติมเต็มความปรารถนาของประชาชนชาวติมอร์-เลสเต ซึ่งมีมาอย่างยาวนานแม้กระทั่งก่อนที่เราจะได้รับเอกราช
การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน จะเป็นการยืนยันว่าติมอร์-เลสเตเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเราเป็นส่วนหนึ่งทั้งในด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์
การเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน มีศักยภาพที่จะส่งเสริมเอกลักษณ์ของติมอร์-เลสเตในภูมิภาคได้ โดยการสร้างความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมในเวทีระหว่างประเทศ ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน สร้างความภาคภูมิใจและความเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนของเรา อาเซียนมีโครงการด้านการศึกษา การเคลื่อนย้าย และอาสาสมัคร โครงการดังกล่าวนี้จะมอบโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ มีส่วนร่วมและมีส่วนสนับสนุนทั่วทั้งภูมิภาค ช่วยให้พวกเขาเติบโตเป็นชาวติมอร์อย่างภาคภูมิใจและเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความมั่นใจในตัวเอง
นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประเพณี ภาษา และมรดกทางวัฒนธรรมของเราได้รับการเฉลิมฉลองควบคู่ไปกับประเทศเพื่อนบ้าน เสริมสร้างสายสัมพันธ์แห่งความสามัคคีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
เหนือสิ่งอื่นใด การเป็นสมาชิกอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงการได้รับผลประโยชน์เท่านั้น หากแต่เป็นการร่วมสร้างด้วย
ติมอร์-เลสเตพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์ของอาเซียนที่ว่า “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” เพื่อเสริมสร้างทั้งอัตลักษณ์ประจำชาติและอนาคตร่วมกันในภูมิภาคของเรา
สำหรับเรา การเป็นสมาชิกอาเซียนไม่เพียงแต่เป็นก้าวสำคัญทางนโยบายเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของอัตลักษณ์ ความเป็นส่วนหนึ่ง และโชคชะตาร่วมกันอีกด้วย
การเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต เป็นการยืนยันบทบาทและสถานะของติมอร์-เลสเตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการเปิดรับอนาคตร่วมกันกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ”
