ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
หนังสร้างจากนวนิยายยุคแรกๆ ของสตีเฟน คิง ซึ่งตีพิมพ์ใน ค.ศ.1979 ในชื่อเดียวกัน โดยใช้นามปากกาว่า ริชาร์ด บาคแมน
เป็นนิยายที่เล่าเรื่องโดยใช้สิ่งเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนเรื่องส่วนใหญ่ที่กลายเป็นตราประจำตัวในงานเขียนของสตีเฟน คิง ไปแล้ว
แง่มุมนี้ทำให้เกิดคำอ้างอิงโดยเทียบกับหนังครองใจผู้ชมจนได้เรตติ้งอันดับหนึ่งตลอดกาลของ IMDB คือ The Shawshank Redemption (ทิม ร็อบบินส์, มอร์แกน ฟรีแมน) ซึ่งจะเหมือนกันก็ตรงเรื่องของการเอาชีวิตรอดในคุกที่มีพัศดีจอมโหดและมิตรภาพ มิตรจิต มิตรใจที่งอกงามขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบากในกลุ่มของคนที่ร่วมทุกข์อยู่ด้วยกัน
นิยายและหนังเล่าเรื่องของดินแดนดิสโทเปีย ซึ่งเป็นสังคมในจินตนาการที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ยาก ภายใต้ระบอบการปกครองที่กดขี่ โหดร้ายและไร้มนุษยธรรม โดยสะท้อนจากภาพชีวิตของอเมริกาในช่วงปลายทศวรรษ 1970
สภาพเศรษฐกิจตกต่ำชวนหดหู่ใจ โดยเฉพาะผลสะท้อนทางกายภาพและจิตใจ จากการที่บรรดาคนหนุ่มๆ ถูกบังคับให้สมัครไปร่วมรบในสงครามเวียดนาม ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในสมรภูมิซึ่งเป็นเกมการต่อสู้เอาชีวิตรอดไปวันๆ โดยไม่มีจุดหมายปลายทางวางไว้ล่วงหน้า
ผู้ชนะคือคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตรอดอยู่เท่านั้น
และรางวัลก็ดูเป็นความปรารถนาอันรางเลือนแบบที่ดูเหมือนจะไม่คุ้มกับการเอาชีวิตเข้าไปแลกมา

หนังเริ่มเรื่องโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง แต่ตัดตรงเข้าสู่แกนของพล็อตเลย
มิสซิสแกเร็ตตี้ (จูดี้ เกรียร์) กำลังขับรถพาลูกชาย เรย์มอนด์ (คูเปอร์ ฮอฟแมน) ไปส่ง ณ จุดออกสตาร์ตของการแข่งขันเดินมาราธอนหฤโหด ซึ่งสรุปเป็นชื่อหนังอันกระชับว่า The Long Walk
เรย์มอนด์ยืนยันจะเข้าแข่งขันเนื่องจากเรื่องราวภูมิหลังอันน่าสะเทือนใจบางอย่างที่เกิดแก่พ่อของเขา ขณะที่แม่ไม่อยากให้เขาไปเลย แต่ก็ขัดความตั้งใจแน่วแน่ของลูกไม่ได้
การแข่งขันนี้จัดขึ้นโดยระบอบการปกครองแบบเผด็จการภายใต้อำนาจของกองทัพ เพื่อเป็น “ความบันเทิง” เพื่อเรียกขวัญกำลังใจและความฮึกเหิมทรหดในการต่อสู้ชีวิตให้แก่ประชาชาติที่กำลังท้อแท้สิ้นหวังกับสภาพชีวิตอันหดหู่ที่กำลังเผชิญอยู่และอนาคตที่ดูจะห่อเหี่ยวมืดมน
ประมาณเดียวกับการแข่งขันเอาชีวิตรอดและการชิงชัยใน The Hunger Games นั่นแหละ สิ่งนี้น่าจะเป็นเหตุให้เขาได้มากำกับหนัง The Long Walk ด้วยความที่มีเนื้อหาในแนวเดียวกัน

แต่ต้องขอบอกเสียก่อนว่านอกจากความคล้ายคลึงในด้านแก่นของพล็อตตรงจุดนี้แล้ว The Long Walk แตกต่างโดยสิ้นเชิงจาก The Hunger Games แบบคนละขั้วเลย โดยเฉพาะในด้านของโทน สีสันและแนวเรื่องราวแบบโรแมนติก
นั่นคือ The Long Walk มีแต่การมุ่งหน้าเดินไปเรื่อยๆ บนถนนที่ทอดระหว่างเมือง โดยไม่ออกนอกเส้นทางเฉไฉไปไหน
เพราะกติกาคือเดินด้วยอัตราความเร็ว 3 ไมล์ต่อชั่วโมงไปเรื่อยๆ เมื่อไรที่อัตราความเร็วลดลง ก็จะได้รับคำเตือนจากทหารถือปืนที่นั่งรถขนาบคุมอยู่ทั้งสองฟากฝั่งถนน
หลังจากคำเตือนครั้งที่สามแล้วยังไม่สาวเท้าไปตามความเร็วที่กำหนด ผู้เข้าแข่งขันจะถูกปรับให้แพ้ออกจากการแข่งขันไปอย่างโหดเหี้ยม โดยทหารผู้คุมกฎจะเป่าสมองยิงทิ้งเอาดื้อๆ กลางทางเลย
หัวหน้าผู้คุมกฎกติกามารยาทในการแข่งขันนี้ คือ The Major หรือ “ผู้พัน” (มาร์ก แฮมิล)

เท้าความย้อนหลังไปเมื่อตอนมาร์ก แฮมิล ยังหนุ่ม เขาเล่นเป็นลูค สกายวอล์กเกอร์ ใน Star Wars
ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ ความประจวบเหมาะ หรือกลยุทธ์สร้างความน่าสนใจ (gimmick) ก็ไม่ทราบได้ ที่ทำให้เขาถูกคัดเลือกมารับบท “ผู้พัน” ในครั้งนี้ ซึ่งมีบทบาทเป็น “สกายวอล์กเกอร์” หรือผู้เดินอยู่บนฟากฟ้า หรืออาจเรียกว่า “ผู้อยู่เหนือเมฆ” ก็น่าจะได้กระมัง
ผู้เข้าแข่งขันล้วนเป็นคนหนุ่มราว 50 คน ซึ่งตระหนักในความยากลำบาก แต่ก็มุ่งหวังในรางวัลด้านเงินทองสำหรับผู้ชนะ ซึ่งจะทำให้พ้นจากความลำบากยากจนปัจจุบัน และแถมมาด้วยรางวัลหนึ่งอย่างตามความปรารถนาของผู้ชนะ
เรย์มอนด์ ผูกมิตรกับปีเตอร์ แมควรีส์ (เดวิด จอนสสัน) ตั้งแต่แรกเริ่ม
หนังทั้งเรื่องเป็นการเดินในระยะทางไมล์แล้วไมล์เล่า วันแล้ววันเล่า สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน ความไม่ลงรอย ความเขม่น ความเห็นอกเห็นใจ ความช่วยเหลือ และมิตรภาพอันสวยงาม
หนังมีตอนจบที่หักมุมแบบไม่คาดคิด ตัวละครที่เราผูกพันมากที่สุดและคิดไว้ว่าต้องเป็นผู้ชนะโดยเดินไปได้ตลอดรอดฝั่ง กลับพลิกหักมุมไป แต่ตัวละครหลักก็ได้รับชัยชนะในอีกรูปแบบหนึ่ง
ตอนจบทิ้งค้างไว้ให้ตีความหมายและสานต่อเรื่องราวต่อไปเอง ซึ่งก็แล้วแต่ทัศนะและมุมมองต่อชีวิตของผู้ชม

ถ้าเรามองในระดับกว้าง การเดินในหนังอาจเป็นอุปมาสำหรับการเดินทางในชีวิตทั้งหมดไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน นั่นคือ ความตาย
ชีวิตคือการแข่งขันอย่างหนึ่ง เมื่อเกิดมาเดินอยู่บนเส้นทางชีวิตนี้ เราต้องทำตามกติกาที่วางไว้ คือการเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ โดยไม่หยุดหรือถอยหลัง ถ้าเดินช้ากว่าคนอื่น หรือช้ากว่าที่กำหนด เราก็จะถูกปรับให้แพ้และออกจากการแข่งขันไปโดยปริยาย
รางวัลสำหรับผู้ชนะ (ซึ่งต่อไปก็จะต้องตายเหมือนกัน) อาจเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและไม่ยั่งยืน อาจจะได้ความสุขหรือความสะใจเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนนะคะ แต่ถ้าเปิดใจให้กว้างแล้ว จะพบอะไรดีๆ ในนั้นมาก
ด้วยความจำกัดของเรื่องราวอยู่ที่การเดินเพียงแทบทั้งเรื่อง หนังจึงมีจุดเด่นอยู่ที่บทสนทนาและปฏิสัมพันธ์ของตัวละคร และนักแสดงหลักๆ ก็ทำได้อย่างน่าดูชม ทำให้เราละสายตาไปจากจอไม่ได้เลย
ขอแนะนำอย่างยิ่งค่ะ

THE LONG WALK
กำกับการแสดง
Francis Lawrence
แสดงนำ
Cooper Hoffman
David Jonsson
Garrett Warering
Judy Greer
Josh Hamilton
Mark Hamill
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
