สู่การเมือง สีน้ำเงิน ภูมิทัศน์การเมือง ของรุ่นและอุดมการณ์
โลกทรรศน์ | อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์
สู่การเมือง สีน้ำเงิน
ภูมิทัศน์การเมือง
ของรุ่นและอุดมการณ์
การเมือง สีน้ำเงิน ผมหมายถึง การก้าวสู่อำนาจของพรรคภูมิใจไทย ที่เวลานี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว
แน่นอนผมไม่ได้ชื่นชมพรรคและหัวหน้าพรรคนี้สักเท่าไร เพียงแต่ว่าผมไม่ให้ความสำคัญต่อนิติสงครามต่อพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งให้ความสำคัญของรัฐมนตรีที่เชื่อมต่อกับผู้นำท้องถิ่นที่ทรงพลังไม่มากนัก
ผมอยากชวนให้ดูภาพ ภูมิทัศน์การเมืองไทยมากกว่า
มองพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินในแง่ส่วนหนึ่งของพัฒนาการของภูมิทัศน์การเมืองไทยเรื่อง ความแตกต่างอย่างชัดเจนของ รุ่น (Generation) และอุดมการณ์ (Ideology)
เหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา
มีบางคนเห็นว่าภูมิทัศน์การเมืองไทยช่วงนี้ช่างน่าหดหู่ใจ เพราะอยู่กับความไม่แน่นอนทางการเมืองกับโอกาสต่างๆ ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย
ความหดหู่ใจที่บางคนหยิบยกขึ้นมาเนื่องจากเทียบช่วงนี้ช่างจืดชืด ที่แตกต่างอย่างมหาศาลกับช่วงการทะยานขึ้นมาของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งต่อมาคือพรรคก้าวไกลและในที่สุดคือ พรรคประชาชน
เพราะไม่เพียงแต่พรรคที่ใครๆ ก็เรียกว่าพวกเด็กๆ ไร้เดียงสา ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งทั่วไป 2023 อย่างถล่มทลาย สามารถแม้กระทั่งเอาชนะเขตเลือกตั้งของพวกบ้านใหญ่ในหลายพื้นที่ได้ด้วย
พรรคของเด็กๆ ยังเสนออะไรที่เป็น คำใหญ่โต ได้แก่ การปฏิรูป โครงสร้างและสถาบันสำคัญของประเทศที่แทบจะไม่มีใครกล้าพูด กล้าคิดในสมองมาก่อน ทั้งสถาบันหลัก การลดบทบาทของกองทัพ ด้วยการเข้าไปตรวจเข้มเรื่องงบประมาณการป้องกันประเทศ โครงสร้างทหารพาณิชย์ในเหล่าทัพต่างๆ แม้แต่การทุจริตคอร์รัปชั่น
ด้วยคำใหญ่โตเช่นนี้ นักการเมืองจำนวนไม่น้อยจึงสะใจและสมน้ำหน้าพรรคของเด็กๆ เมื่อพรรคอนาคตใหม่แทบสิ้นอนาคตถูกลงโทษทางการเมือง ถูกฟ้องร้องและดำเนินการเพื่อการยุบพรรคด้วยข้อกล่าวหาที่ใช้กันง่ายและตลอดมาคือ ทำการล้มล้างการปกครอง
แต่อีกมุมมองหนึ่ง ก็คำโตๆ เหล่านี้ และความใหม่สดของแกนนำพรรคกระมังที่พรรคอนาคตใหม่ดูเหมือนจุดกระแสให้การเมืองไทยก้าวสู่อนาคตใหม่ ดูได้จากความนิยมของพรรคและแกนนำพรรคในคูหาการเลือกตั้ง รวมทั้งความนิยมในโลกออนไลน์
แล้วภูมิใจไทยมาจากไหน
ท่ามกลางข้อสังเกตของบางฝ่าย ภูมิทัศน์การเมืองไทยดูน่าหดหู่ ไร้ซึ่งสีสัน มีการสนับสนุนไม่มากนักต่อพรรคภูมิใจไทย พรรคการเมืองอันดับที่ 3 ในรัฐสภาและนายอนุทิน คนหน้าเก่าทางการเมือง ที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย
ภูมิใจไทยถูกขนานนามไปต่างๆ นานา หลังพรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้งพฤษภาคม 2023 และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แกนนำพรรคถูกวีโต้โดยวุฒิสภาที่ควบคุมโดยกลุ่มอนุรักษนิยม แล้วก่อเกิดพันธมิตรระหว่างพรรคนิยมทหารและต่อมาเป็นพรรคฝ่ายค้านคือ พรรคเพื่อไทย พรรคที่ขับเคลื่อนแท้จริงโดยนายทักษิณ ชินวัตร และเครือข่าย ทักษิณกลับมาจากการลี้ภัยทางการเมือง ในวันเวลานั้น ทักษิณเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเศรษฐาก็เสนออนาคตประเทศไทย แต่ออกจะฝันๆ ไปหน่อย
หากเราพิจารณาแบบการสำรวจความคิดเห็นผู้ออกเสียงเลือกตั้งของ Nattapon Jatusripitak และ Jacob Rich1 เสนอแก่นกลางในการเลือกตั้ง 2023 คือ รุ่น และอุดมการณ์ รุ่น พวกเขาอ้างการท้าทายช่องว่างระหว่างรุ่น ในการออกเสียงเลือกตั้ง คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่หนุนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคอนาคตใหม่ ด้านอุดมการณ์ Nattapon และ Jacob ศึกษาคือ เป็นการสำรวจประชามติของคุณค่า อนุรักษนิยม นิยมเจ้าและแบบราชการ ที่พวกผู้ออกเสียงเลือกตั้งอธิบาย
ทักษิณตกลงนำพรรคเพื่อไทยผสมกับสิ่งที่ไม่ได้คิดมาก่อนกับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ 2 พรรคการเมืองนิยมทหาร แล้วทักษิณเอาชนะฝ่ายตรงข้ามทุกวิถีทาง ละเมิดความแตกต่างระหว่างพรรคการเมืองที่เคยหนุนประชาธิปไตย แล้วกลายเป็นพรรคอำนาจนิยม
สู่กันยายนปี 2025
ปีนี้การแบ่งเส้นทั้งหมดหายไป เมื่อเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากนายกรัฐมนตรีเดือนสิงหาคม 2024 เนื่องจากประเด็นจริยธรรม ทักษิณทำทันทีให้แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แต่แพทองธารไร้ความสามารถในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ทักษิณต้องออกหน้ามาอยู่ในระบบการเมืองเต็มตัว ชัดเจนว่า ทักษิณคือ นายกรัฐมนตรี
ทักษิณได้เปลี่ยนพรรคเพื่อไทยจากพรรคที่แสวงหาแนวทางประชาธิปไตย มาเป็นยานพาหนะเพื่อตอบสนองอีโก้และเป้าหมายของทักษิณ แล้วความน่าเชื่อถือส่วนตัวก็ล่มสลายและรัฐบาลแพทองธารเลือดไหลออกไม่หยุด เป็นพรรคการเมืองที่ตายแล้ว
พอกลับมาดูพรรคประชาชน คำถามคือ หรือว่าพรรคประชาชนเอาชนะด้วยปัญญา หรือคุมอำนาจต่อสู้กับศัตรูการเมือง?
เมื่อแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยศาลรัฐธรรมนูญ จากสิ่งที่เธอทำตัวเองคือ โทรศัพท์คุยกับฮุน เซน เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาถูกเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล ทักษิณไม่สามารถคุมรัฐบาลผสมได้
ผลประโยชน์ใหญ่ตกมาที่นายอนุทิน คนที่เฝ้ารอเป็นนายกรัฐมนตรีมานาน ปัญหาของพรรคภูมิใจไทยคือ มีผู้ออกเสียงจำนวนน้อยมากให้พรรค มากพอที่จะรักษาคะแนนเสียง 1.1 ล้านเสียงเพื่อเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในเดือนพฤษภาคม 2024 เมื่อเทียบกับคะแนนเสียงของพรรคก้าวหน้า 14.4 ล้านเสียง 10.9 ล้านเสียงของพรรคเพื่อไทย แม้แต่ฐานที่มั่นในอีสาน บุรีรัมย์ ภูมิใจไทยก็สูญเสียบัญชีรายชื่อทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้งให้กับพรรคก้าวไกล
ภูมิใจไทย พรรคแนวเก่าชนะเลือกตั้งด้วยการเมืองอุปถัมภ์ในท้องถิ่น มักเกี่ยวข้องกับตระกูลอิทธิพลในภูมิภาค คนออกเสียงให้พรรคนี้ส่วนใหญ่เพราะพวกเขารู้สึกผูกพัน ภูมิใจไทยผสมผสานวาทกรรมนิยมเจ้าเข้มข้น แต่ต่อมาพรรคอนุรักษนิยมอื่นๆ มองภูมิใจไทยเป็นแค่พรรค แนวปฏิบัตินิยมตามสถานการณ์ เป็นพรรคฉวยโอกาส
หรือด้วยภูมิทัศน์การเมืองไทย น่าหดหู่ ไร้สีสัน ตามสื่อโซเชียลผู้ออกเสียงหนุ่มสาวมีข้อสงสัยมากมายต่อพรรคประชาชน พรรคที่เคยรณรงค์ปี 2023 เสนอปฏิรูปครั้งใหญ่และคัดค้านปฏิบัตินิยมของภูมิใจไทย แต่ ส.ส.พรรคประชาชนกลับออกเสียงให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะอนุทินสัญญาจะจัดการเลือกตั้งเร็ว และทำการออกเสียงประชามติเพื่อปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
แต่ภูมิใจไทยตอนนี้เป็นผู้เล่นสำคัญ พรรคใช้ความได้เปรียบของสถานการณ์ อยู่ในตำแหน่งระยะสั้นๆ เพื่อหนุนความทะเยอทะยานการเลือกตั้ง ตอนนี้ภูมิใจไทยคุมวุฒิสภาแล้ว ซึ่งต้องการการรับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากวุฒิสภา
ตอนนี้ สีฉูดฉาดคือ การเมืองเรื่องสี ส้ม แดง และเหลือง ในช่วงเลือกตั้งปี 2023 ที่มีชีวิตชีวา จางหายไปท่ามกลางความรู้สึกชัด การแบ่งแยกรุ่นและอุดมการณ์
กล่าวได้ว่า การแบ่งแยกตามรุ่นและอุดมการณ์ กำลังถอยหลังออกจากภูมิทัศน์การเมืองไทยแล้ว เวลาที่อนุทินมองลงมาจากเครื่องบิน เขาจินตนาการขอบเขตการเลือกตั้ง เป็นน่านน้ำปกคลุมด้วยภูมิใจไทยสีน้ำเงิน
การแบ่งแยกตามรุ่นและอุดมการณ์ เป็นผลพวงของการเลือกตั้ง 2023 เมื่อพรรคอนาคตใหม่จุดประเด็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ ตอนนี้ภูมิใจไทยพยายามฝั่งกลบ ต้องติดตาม สีน้ำเงินกับแรงท้าทายของรุ่นและอุดมการณ์
1 “Age and Ideology : The Emergence of New Cleavages in Thailand’s 2566 (2023) Election” Pacific Affairs (The University of British Columbia) Vol. 97 No.1
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
