bg-single

ตร.งัดยาแรงจัดการบัญชีม้า ผนึกแบงก์ชาติไล่อายัดด่วน ชาวบ้านโอดกระทบค้าขาย เร่งเยียวยา-ปลดล็อกใน 4 ช.ม.

29.09.2025

อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด

ตร.งัดยาแรงจัดการบัญชีม้า

ผนึกแบงก์ชาติไล่อายัดด่วน

ชาวบ้านโอดกระทบค้าขาย

เร่งเยียวยา-ปลดล็อกใน 4 ช.ม.

ปัญหาใหญ่ของการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือแก๊งอาชญกรรมพวกนี้มักมีฐานอยู่ในต่างประเทศ การปราบปรามที่เจ้าหน้าที่รัฐนำมาใช้ จึงพุ่งเป้าไปที่การตัดเส้นทางการเงิน การอายัดบัญชีม้าจึงถูกนำมาใช้

ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC ใช้ยาที่แรงเพื่อให้สามารถติดตามเงินของเหยื่อได้อย่างทันท่วงที ด้วยการประสานธนาคารพาณิชย์ ในการติดตามอายัดบัญชีแถวที่ 2 แถวที่ 3 ที่มีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าแถวที่ 1

จะเห็นว่าหลังนำยาแรงมาใช้ เจ้าหน้าที่เริ่มติดตามอายัดเงินมาคืนให้เหยื่อได้ในหลายราย แต่ยาแรงก็ย่อมมีผลข้างเคียง เมื่อเริ่มมีผู้คนจำนวนมากออกมาร้องเรียนตามโซเชียลว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกธนาคารอายัดบัญชีทุกบัญชี อ้างว่ามีเงินโอนเข้าจากบัญชีม้า จนเกิดความกลัวไปทั่ว

ผู้คนเริ่มไม่ไว้ใจเบิกถอนเงินสดมาเก็บไว้กับตัว ร้านค้าบางร้านงดรับโอนเงิน เปลี่ยนไปรับเงินสดแทน

ส่วนในโลกออนไลน์ มีการแชร์โพสต์หนึ่งที่ระบุว่า “ด่วน! อย่าโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเองไป-มา แบบซ้ำๆ อาจเสี่ยงถูกอายัดบัญชี” ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ชี้แจงว่าหลังถูกสังคมโจมตีหนักว่ามาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ กำหนดระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ สามารถช่วยปิดกั้นเงินผิดกฎหมายได้ ซึ่งต้องยอมรับว่าหลังจากที่มีมาตรการดังกล่าวทำให้คนร้ายปรับเปลี่ยนรูปแบบ จากเดิมจะให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าก่อนนำบัญชีม้ากระจายไปยังบัญชีทั้งแถวสองแถวสามและไปซื้อเงินสกุลดิจิทัล

แต่ปัจจุบันพบว่าแทนที่จะซื้อคริปโตหรือสกุลเงินดิจิทัล กลับโอนซื้อสินค้ากับทางร้านค้าโดยตรง และให้ร้านค้าส่งสินค้าไปยังจุดที่คนร้ายได้เตรียมไว้ก่อนนำสินค้าไปเล่นแร่แปรธาตุเป็นเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งในการฟอกเงิน และเริ่มกระจายมายังกลุ่มร้านค้ารายย่อย

หรือแม้แต่โอนเงินเข้าบัญชีของเด็กและเยาวชน เป็นเงิน 1 แสนบาท จากนั้นจะโทรศัพท์ไปหาเด็ก ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีพร้อมบอกว่าโอนผิดให้โอนเงินกลับไปยังบัญชีม้าที่เตรียมไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้บัญชีของเด็กคนดังกล่าวก็ถูกอายัดไปด้วย

กรณีที่เกิดขึ้นอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันการเงินดำเนินการตามมาตรการเพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เงินของสุจริตชนตกไปถึงมือของคนร้าย

ร้านค้าขึ้นป้ายรับเฉพาะเงินสด

พล.ต.ท.ไตรรงค์ชี้แจงอีกว่า ทั้งนี้ การถูกระงับบัญชีอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ธนาคารจะระงับการทำธุรกรรมชั่วคราว หากบัญชีไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของมิจฉาชีพ ซึ่งเมื่อก่อนการระงับบัญชีม้าตาม พ.ร.ก.ม.7 จะใช้คนกรอกเลยทำให้มีงานค้างเยอะ

ตอนนี้ธนาคารเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติในการไล่เส้นเงินติดตามคนร้าย ทำให้คนที่เคยรับเงินผ่านการฟอกเงินของคนร้ายจะถูกระงับบัญชี

บางคนเพิ่งโดนหลังจากรับเงินมานาน เพราะว่าผู้เสียหายเพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกแล้วเพิ่งมาแจ้งความ

ด้วยเหตุนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งอาจได้รับผลกระทบ จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่ประสานข้อมูลกับธนาคาร เพื่อตรวจสอบและแก้ไขให้เร็วขึ้น พร้อมเปิดช่องผ่านทางโทรศัพท์ในการรับแจ้งข้อมูลเพื่อตรวจสอบในระบบศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนการอายัดบัญชี

ยืนยันว่าประชาชนสุจริตชนสามารถใช้บัญชีในการทำธุรกรรมซื้อขายได้ตามปกติ ทั้งนี้ ต้องมั่นใจว่าได้รับเงินจากบัญชีของคู่ค้าโดยตรง และหากมียอดชำระสูง จะต้องตรวจสอบบัตรประชาชนกรณีร้านทอง

ส่วนประชาชนรายใดโดนอายัดสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารของตัวเอง หรือสอบถามข้อมูลกระบวนการขอยกเลิกการอายัด ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการอายัดบัญชีของ CCIB 095-425-7478 หรือ 1441

ทั้งนี้ จากความกังวลของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้น ทาง บช.สอท.ไม่นิ่งนอนใจ ได้หารือกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเห็นชอบร่วมกันเบื้องต้นว่าจะเร่งปรับแนวทางการอายัดบัญชีและกระบวนการปลดอายัด เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนสุจริตโดยเร็ว

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ผู้อำนวยการ ศปอส.ตร.

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ฐานะผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. เรียกประชุมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยว เพื่อช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะระงับบัญชีเฉพาะก้อนเงินที่พบความเกี่ยวข้องกับบัญชีผู้กระทำผิด ไม่ใช่การอายัดทั้งบัญชี จากนั้นจะให้ผู้บริสุทธิ์ยืนยันหรือแสดงตัวใน 4 ประการ

1. ชื่อนามสกุล 2. เลขบัตรประชาชน 3. เลขบัญชีธนาคาร และ 4. ธนาคารที่เจ้าของบัญชีใช้

หากยืนยันและตรวจสอบพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง ก็จะปลดล็อกให้ภายในครึ่งวัน โดยจะเร่งรัดประสานกับศูนย์ PCT ก่อนรวบรวมส่งไปให้ทาง AOC ที่เป็นศูนย์ใหญ่จัดการกับเรื่องนี้ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกำชับไปที่ 191 และ 1559 ให้ช่วยรองรับในการแก้ปัญหาให้กับผู้เสียหายที่เกิดขึ้นในขณะนี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า จากการคัดกรอง 2 วันที่ผ่านมา พบว่ามีการแจ้งความประมาณ 1,300 คู่สาย ตรวจสอบยืนยันความบริสุทธิ์ได้ 300 สาย ยืนยันไม่ได้ 1,000 สาย และจัดการปลดล็อกแล้ว 30 ราย

ต่อมาวันที่ 22 กันยายน พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รอง ผบก.สอท. ระบุว่า ขั้นตอนการรับเรื่องจากประชาชน สามารถแจ้งความมายัง 1599 หรือแจ้งยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พบ หรือเดินทางมาแจ้งด้วยตนเองที่สถานีตำรวจทุกสถานีท้องที่ใดก็ได้เพื่อรับเรื่องไว้ โดยแจ้งเพียงชื่อ สกุล เลขบัญชีธนาคาร ชื่อธนาคาร เบอร์โทรศัพท์ และเหตุผลที่จะถอนอายัด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการตรวจสอบเบื้องต้นว่าท่านถูกอายัดด้วยเหตุผลใด หากถูกอายัดด้วยการเป็นบัญชีม้า ก็จะต้องเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง หากถูกระงับด้วยเหตุอื่นที่เป็นมาตรการของทางธนาคารและยังไม่ทราบว่าเป็นการระงับด้วยเหตุใด ทางตำรวจไซเบอร์จะมีการส่งเรื่องไปยังศูนย์ AOC หรือ ศปอท. เพื่อส่งต่อไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบแล้วส่งกลับมาให้ตำรวจไซเบอร์เพื่อแจ้งทางผู้แจ้งทราบ

และหากพบว่าเป็นเหยื่อที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน หากมีการแฝงตัวมาเป็นเหยื่อเพื่อขอปลดอายัดบัญชีก็จะถูกดำเนินคดีโดยทันที

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งเร่งตรวจสอบ-ปลดอายัดบัญชี

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า จากข้อมูลชี้ว่า เงินที่เหยื่อโอนให้กับบัญชีม้ากว่า 50% ถูกโอนออกไปใน 3 นาที ขณะที่เหยื่อใช้เวลาเฉลี่ย 18 ชั่วโมงกว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความ ทำให้การรับมือของสถาบันการเงินต้องแข่งกับเวลาและเทคโนโลยี

“พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (พ.ร.ก.ไซเบอร์) มีจุดประสงค์เพื่อช่วยกักเงินคืนให้ผู้เสียหาย แต่มีผลกระทบต่อผู้สุจริตในเส้นเงินมากกว่าคาด ธปท.จึงได้ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) และภาคีที่เกี่ยวข้อง เร่งปรับกระบวนการ ให้การปลดระงับบัญชีทำได้เร็วขึ้นและกำลังปรับปรุงกลไก เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ให้ทำได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อช่วยคลายความกังวลของร้านค้า และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการใช้ระบบชำระเงินดิจิทัล” นายเศรษฐพุฒิกล่าว

ด้าน น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงิน และคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ศปอท. หรือ AOC และธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) เห็นชอบร่วมกันในการปรับแนวทางการระงับธุรกรรมและการปลดการระงับ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. มอบเงินคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ธปท.ได้ให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการ ดังนี้

1. ลดระยะเวลาการปลดการระงับให้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึง 72 ชั่วโมง หรือ 7 วัน แล้วแต่กรณี ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับจาก ศปอท. ไม่เกินกว่า 2 ชั่วโมง (วันละ 3 รอบ) เพื่อให้ ศปอท.ประมวลผลไม่เกิน 2 ชั่วโมง และส่งกลับธนาคารพาณิชย์ เพื่อปลดระงับธุรกรรมโดยเร็วที่สุดภายใน 1 วัน หรือไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงต่อรอบ

2. เร่งปรับการแจ้งผู้ถูกระงับธุรกรรมให้มีความชัดเจน ถึงลักษณะการถูกระงับ และสิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องทำต่อ และเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น โดยธนาคารพาณิชย์จะแจ้งลูกค้าว่า “ระงับธุรกรรมชั่วคราว” และ “วงเงินที่ระงับ” ซึ่งจะส่งผ่านช่องทางการติดต่อของธนาคาร โดยจะเริ่มภายในเดือนกันยายนนี้ แต่ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละธนาคารด้วย

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน บช.สอท.เปิดช่องทางติดต่อเพิ่มเติม ดังนี้ สายด่วน 1441 : แจ้งเหตุ-ร้องเรียนทั่วไป เบอร์ตรง 09-5425-7478 / 06-1032-2914 : สำหรับตรวจสอบและปลดอายัดบัญชีโดยเฉพาะ

ส่วนประเด็นการโอนเงินเข้าบัญชีของตัวเองไป-มาแบบซ้ำๆ อาจเสี่ยงถูกอายัดบัญชี ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า “โอนเงินไป-มา ระหว่างบัญชีตัวเองไม่ถูกอายัด”

มาตรการที่ใช้แล้วได้ผลก็ต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนที่ได้รับผลกระทบ หากได้รับการแก้ไขเยียวยาที่รวดเร็ว เชื่อว่าสังคมจะเข้าใจและยอมรับได้

ชาวบ้านแห่ถอนเงินด้วยความไม่มั่นใจ


เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก