Biology Beyond Nature | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

Innovation Grand Challenges (4)

ดาราศาสตร์ (astronomy) เป็นหนึ่งในสาขาเก่าแก่ที่สุดของวิทยาศาสตร์

มนุษย์จากแทบทุกอารยธรรมพยายามสังเกต วัด และสร้างแบบจำลองของท้องฟ้าอย่างแม่นยำ พวกเขาเชื่อว่าเมื่อเทียบกับความวุ่นวายและไม่จีรังบนโลก ดวงอาทิตย์ ดาวจันทร์ และดวงดาวเป็นตัวแทนของไม่กี่สิ่งที่ยังคงระบบระเบียบและมีแบบแผนคงที่เป็นนิรันดร์

พวกเขาจึงคิดเอาสิ่งแน่นอนบนฟ้าอย่างความสัมพันธ์ของตำแหน่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวมาเขียนเป็น “ปฏิทิน (calendar)”

และใช้ทำนายสิ่งไม่แน่นอนบนโลก ทำนายฤดูกาล สภาพอากาศ มโนต่อยาวถึงการทำนายชะตาคนชะตาเมืองด้วยโหราศาสตร์ (astrology)

ความก้าวหน้าด้านดาราศาสตร์ของจีนโบราณไม่ด้อยไปกว่าใคร ตั้งแต่สี่ร้อยปีก่อนคริสตกาลจีนมีบันทึกแผนที่กลุ่มดาว จุดดับบนดวงอาทิตย์ หรืออาจมีแม้แต่ดวงจันทร์ของดาวพฤหัส

แผนที่ดาวช่วงราชวงศ์ฮั่นตอนศตวรรษที่ 2 ประกอบด้วยดาวถึง 2,500 ดวง มากที่สุดในยุคสมัยนั้น

จีนยังได้ติดต่อและเรียนรู้เทคนิคดาราศาสตร์จากอินเดียสมัยราชวงศ์ถังช่วงศตวรรษที่ 7 และจากพวกอาหรับสมัยราชวงศ์หยวนศตวรรษที่ 13-14

แต่การปฏิวัติวิทยาศาสตร์ช่วงศตวรรษที่ 15-16 ทำให้ดาราศาสตร์ของยุโรปก้าวกระโดดนำคนอื่นไปไกล

นี่คือยุคสมัยของนักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ระดับโลกหลายคนที่เราคุ้นชื่ออย่าง Nicolaus Copernicus (1473-1543), Tycho Brahe (1546-1601), Galileo Galilei (1564-1642), Johannes Kepler (1571-1630) ฯลฯ

องค์ความรู้นี้แพร่กระจายไปทั่วยุโรปและเป็นหนึ่งในศาสตร์ที่เหล่าเยซูอิตได้ติดตัวมาด้วย

ดาราศาสตร์ในฐานศาสตร์เก่าแก่ของมนุษย์แทบทุกอารยธรรม
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

เยซูอิตสายดาราศาสตร์ที่เข้ามาในจีนช่วงรอยต่อระหว่างราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงได้รับบทบาทสำคัญในราชสำนัก

Johann Adam Schall von Bell เยซูอิตชาวเยอรมัน รับราชการในสมัยฮ่องเต้ฉงเฉิน (Chongzhen) จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์หมิง

มีผลงานสร้างชื่อคือ “ปฏิทินฉงเฉิน (Chongzhen calender)” ความยาวรวมกว่าร้อยเล่ม

เป็นครั้งแรกของการร่วมมือของนักดาราศาสตร์จากทั้งฝั่งจีนและยุโรป ปรับปรุงปฏิทินเดิมของจีนให้เข้ากับองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ล่าสุดของยุโรปในยุคนั้น

หลังการล่มสลายของราชวงศ์หมิง Schall von Bell ก็ยังได้กลับมารับตำแหน่งนักดาราศาสตร์และที่ปรึกษาคนโปรดของฮ่องเต้ชุ่นจื้อ (Shunzhi) จักรพรรดิองค์ที่สองของราชวงศ์ชิงผู้เป็นพระบิดาของฮ่องเต้คังซี

ภายใต้การนำของ Schall von Bell เยซูอิตได้รับอนุญาตให้สร้างโบสถ์และเผยแพร่ศาสนาได้ทั่วราชอาณาจักร

ประมาณกันว่ามีคนจีนราวครึ่งล้านคนที่ได้เข้ารีตเป็นคาทอลิกจากผลงานของท่าน

Adam Schall von Bell นักดาราศาสตร์เยซูอิตผู้รับราชการถึงสองราชวงศ์
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

แต่ความสำเร็จเกินหน้าเกินตาของเยซูอิตในจีนก็สร้างศัตรูให้พวกเขาไม่น้อย

หนึ่งในนั้นคือ Yang Guangxian นักเขียน ดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ชาวจีนมุสลิมรุ่นน้อง Schall von Bell ไม่กี่ปี

เขาเริ่มรับราชการตั้งแต่ช่วงปลายราชวงศ์หมิง และหวนคืนวงการช่วงต้นราชวงศ์ชิงเช่นกันแต่ก็พบว่าตำแหน่งนักดาราศาสตร์ประจำราชสำนักโดนพวกเยซูอิตเอาไปหมดแล้ว

Yang เริ่มเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีทั้งศาสนาคริสต์ ทั้งศาสตร์ตะวันตก

มีบทความพุ่งเป้าไปที่ Schall von Bell ว่าพยายามเอาความเป็นตะวันตกครอบงำระบบปฏิทินจีน

ที่รุนแรงที่สุดคือกล่าวหาว่า Schall von Bell วางแผนก่อกบฏและจงใจใช้ปฏิทินผิดพลาดฝังศพหนึ่งในโอรสของฮ่องเต้ชุ่นจื้อในวันอัปมงคลจนเป็นเหตุให้พระมเหสีผู้เป็นมารดาต้องเสียชีวิตตามไปด้วย

บรรจวบกับการสวรรคตกะทันหันของฮ่องเต้ชุ่นจื้อด้วยโรคฝีดาษในพระชันษาเพียงยี่สิบสองปี คังซีฮ่องเต้องค์ใหม่ยังพระชันษาเพียงเจ็ดปี สถานะของ Schall von Bell ก็ตกต่ำลงภายใต้การปกครองของผู้สำเร็จราชการซึ่งไม่ได้โปรดปรานเยซูอิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ในปี 1664 Schall von Bell และคณะเยซูอิตในราชสำนักถูกจับขังคุก มัดตรึงไว้กับหลักไม้ในสภาพที่ไม่อาจขยับตัวได้ ทั้งยืนหรือนั่งก็ไม่ได้ ต้องทนทรมานอยู่เช่นนั้นนานเกือบสองเดือน ก่อนจะถูกตัดสินให้รับโทษประหารชีวิตด้วยการรัดคอ

ศาลสูงยังพิจารณาอีกว่าโทษที่ได้นั้นยังเบาไป ให้เพิ่มเป็น “Lingchi” หรือการค่อยๆ เฉือนเนื้อทีละชิ้นให้ตายกลางที่สาธารณะ

ส่วน Yang ก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าสำนักดาราศาสตร์แทน Schall von Bell

Yang Guangxian เขียนบทความใส่ร้ายจนพวกเยซูอิตถูกลงโทษสถานหนัก
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

โชคชะตาของเยซูอิตพลิกผันอีกรอบเมื่อเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ไฟไหม้พระราชวัง และอุกกาบาตปรากฏบนฟ้าช่วงต้นปี 1665 ก่อนถึงวันประหาร ราชสำนักมองว่านี่คือลางร้ายจึงปล่อยตัวนักโทษทั้งหมด

พวกเยซูอิตยังต้องโทษถูกเนรเทศไปมาเก๊าทั้งหมด ยกเว้น Schall von Bell และเยซูอิตลูกน้องอีกสามคน

Schall von Bell เส้นเลือดสมองแตกระหว่างถูกไต่สวนและคุมขัง เขาเสียชีวิตหนึ่งปีหลังได้รับการปล่อยตัว

ปี 1669 คังซีในพระชันษาสิบห้าปีรวบอำนาจคืนจากผู้สำเร็จราชการได้ทั้งหมด เขาอ่านรายงานข้อผิดพลาดในปฏิทินปี 1970 และประกาศ “การประลอง” ทดสอบความแม่นยำของดาราศาสตร์ฝั่งยุโรปและฝั่งจีนในขณะนั้น

ตัวแทนฝั่งยุโรปคือเยซูอิตชื่อ Ferdinand Verbiest เขาเดินทางมาอยู่จีนตั้งแต่ช่วงปลาย 1950s ถูกวางตัวให้ทำงานเป็นลูกมือและว่าที่ผู้สืบทอดสานต่องาน Schall von Bell ผ่านคุกผ่านคดีความและรอดตายมาด้วยกัน

ส่วนตัวแทนจีนก็คือ Yang Guangxian หัวหน้าสำนักดาราศาสตร์ประจำราชสำนัก โจทก์เก่าที่ร้องเรียนจนพวกเยซูอิตโดนปลดโดนโทษถึงตายเมื่อเกือบสิบปีก่อน

การประลองดาราศาสตร์ของคังซี (Kangxi’s Astronomy Contest) มีโจทย์อยู่สามข้อ

(1) ทำนายความยาวของเงาบนนาฬิกาแดดในวันที่กำหนด

(2) ทำนายตำแหน่งสัมพันธ์และสมบูรณ์ของดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ในวันที่กำหนด

(3) ทำนายวันเวลาที่แน่นอนของการเกิดจันทรุปราคา

“ให้ Verbiest และ Yang ใช้คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ที่ดีที่สุดของตัวเองมาทำนาย …และให้สวรรค์เป็นกรรมการตัดสิน” คังซีประกาศ การประลองจัดขึ้นที่สำนักดาราศาสตร์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ระดับสูง

Verbiest ที่เข้าถึงเครื่องมือที่ดีกว่าทั้งคณิตศาสตร์ชั้นสูง กล้องดูดาวและ Rudolphine Table (แผนที่ท้องฟ้าและแค็ตตาล็อกดวงดาวของ Johannes Kepler) เอาชนะ Yang ไปอย่างขาดลอย

คังซีสั่งปลด Yang จากตำแหน่งทันทีและคาดโทษประหาร Verbiest ได้รับแต่งตั้งกลับมาเป็นหัวหน้าสำนักดาราศาสตร์แทน

ส่วนคดีของพวกเยซูอิตถูกรื้อฟื้นทบทวนล้างมลทินให้ทั้งหมด

ด้วยความชราภาพของ Yang คังซีจึงยังเว้นโทษตายแต่ให้เนรเทศกลับบ้านเกิดไป เขาเสียชีวิตระหว่างเดินทาง

Verbiest เยซูอิตผู้กลายเป็นครู สหายคนสนิท และยอดนักประดิษฐ์ข้างฮ่องเต้คังซี
Cr. ณฤภรณ์ โสดา

Verbiest ใช้ชีวิตส่วนที่เหลือรับราชการต่อกับคังซีไปอีกเกือบยี่สิบปี มีผลงานทั้งการปรับปรุงปฏิทิน แปลตำราคณิตศาสตร์ของยูคลิด (Euclid) เป็นภาษาแมนจู สร้างหอดูดาวประจำกรุงปักกิ่งพร้อมด้วยอุปกรณ์วัดเรขาคณิตของท้องฟ้าที่แม่นยำ คลองชลประทาน ปืนใหญ่ หรือแม้กระทั่งต้นแบบ “รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ” ก่อนหน้าที่ฝั่งยุโรปจะเริ่มสร้างจริงเกือบร้อยปี

โดยส่วนตัว Verbiest ยังได้เป็นครูและสหายคนสนิทของคังซี สอนพระองค์เกี่ยวกับดนตรี ปรัชญา เรขาคณิต ฯลฯ และท่องเที่ยวไปทั่วราชอาณาจักรกับพระองค์ เขาได้อวยยศเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นระดับสูงสุดและได้รับอนุญาตให้เผยแผ่คริสต์ศาสนาได้อย่างเสรี

รัชสมัยของ “คังซี (Kangxi)” ต่อด้วย “หย่งเจิ้ง (Yongzhen)” และ “เฉียนหลง (Qianlong)” คือยุคทองของราชวงศ์ชิงที่จีนเข้มแข็งทั้งการทหาร การค้า วิทยาการ และศิลปวัฒนธรรม รวมเวลายาวนานกว่าร้อยปีตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 17 ถึงสิ้นสุดศตวรรษที่ 18 ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ขาลงในศตวรรษที่ 19

คราวหน้าจะว่าด้วยการประดิษฐ์เครื่องมือนำทางการเดินเรือ และการเข้าสู่โจทย์ด้านอุตสาหกรรมฝั่งยุโรป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ