Tomiyama Taeko ศิลปินผู้ใช้ศิลปะวิพากษ์วิจารณ์สังคมการเมือง
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในตอนนี้ขอกลับมาต่อด้วยการเกริ่นถึงงาน มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2025 นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยการแนะนำหนึ่งในศิลปินที่ร่วมแสดงงานในมหกรรมศิลปะครั้งนี้ ในคราวนี้เป็นศิลปินหญิงผู้มีชื่อว่า
โทมิยามะ ทาเอโกะ (Tomiyama Taeko) ศิลปิน/นักเขียนชาวญี่ปุ่น ผู้ทำงานเกี่ยวกับประเด็นของศีลธรรม อารมณ์ความรู้สึก และสังคม ที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างอำนาจแบบชาตินิยม ปิตาธิปไตย ลัทธิล่าอาณานิคม และยุคหลังอาณานิคมในเอเชียตะวันออก
โทมิยามะใช้สื่อยอดนิยมทั่วไปในการทำงานศิลปะอย่าง ภาพวาดสีน้ำมัน, ภาพพิมพ์หิน, งานคอลลาจ, งานสื่อผสมและสไลด์โชว์, หนังสือ และงานศิลปะจัดวาง เพื่อสำรวจชีวิตของผู้คนชายขอบในสังคม นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา ผลงานของเธอจำนวนมากได้แรงบันดาลใจจากตำนาน สัญลักษณ์ และสุนทรียะของชนชาติเอเชียพื้นเมือง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการวิพากษ์วิจารณ์และปฏิเสธค่านิยมแบบยุคสมัยใหม่ ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง การเอารัดเอาเปรียบ และความคิดแบบยุโรปและอเมริกาเป็นศูนย์กลาง
โทมิยามะอุทิศตนให้กับการเป็นนักสตรีนิยม นักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย และนักต่อต้านชาตินิยมอย่างเข้มข้นจริงจัง เธอใช้ผลงานศิลปะของเธอบอกเล่าเรื่องราวของคนชายขอบผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบในสังคมอย่าง แรงงานในเหมืองแร่, ชนกลุ่มน้อย, นางบำเรอของกองทัพญี่ปุ่น รวมถึงขบวนการเคลื่อนไหวภาคประชาชน เพื่อเรียกร้องให้มีการยอมรับและทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์ของลัทธิล่าอาณานิคมและลัทธิจักรวรรดินิยมของญี่ปุ่นในเอเชียอย่างลึกซึ้ง ตรงไปตรงมา



ด้วยความที่ตัวตนและชีวิตของเธอถูกหล่อหลอมด้วยความวุ่นวายจากลัทธิล่าอาณานิคม และสงคราม ทำให้ผลงานศิลปะของเธอเต็มไปด้วยความกล้าหาญ สื่อสารอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง และอัดแน่นด้วยประเด็นทางการเมือง แต่ผลงานของเธอกลับไม่ได้รับการยอมรับในญี่ปุ่นเท่าที่ควร เนื่องจากมักสื่อสารประเด็นต้องห้ามทางวัฒนธรรม และการวิพากษ์วิจารณ์ลัทธิจักรวรรดินิยมอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน ผลงานของเธอกลับได้รับการยอมรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเกาหลี
กาเบรียล ริตเตอร์ (Gabriel Ritter) ภัณฑารักษ์และนักประวัติศาสตร์ศิลปะ ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะหัวก้าวหน้าของญี่ปุ่นในยุคสมัยใหม่และร่วมสมัยกล่าวถึงโทมิยามะ ทาเอโกะ ว่า “เธอเป็นคนที่ก้าวล้ำหน้ากว่ายุคสมัยอย่างไม่เกรงใจใคร ผลงานของเธอส่งเสริมประชาธิปไตย ความเท่าเทียมทางเพศ และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม โดยมักจะเผชิญหน้ากับประเด็นที่ยังคงถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในญี่ปุ่น”
โทมิยามะ ทาเอโกะ เกิดในปี 1921 ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวัยเด็กเธอได้ใช้ชีวิตในเมืองต้าเหลียนและฮาร์บินในแมนจูกัว หรือประเทศแมนจู ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น ทำให้โทมิยามะได้เห็นผลพวงของลัทธิจักรวรรดินิยมและสงครามด้วยตาตนเอง ประสบการณ์เหล่านี้ได้หล่อหลอมมุมมองในการวิพากษ์วิจารณ์ของเธอต่อลัทธิล่าอาณานิคม ทุนนิยม และการทำลายสิ่งแวดล้อม




ในปี 1939 โทมิยามะเข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะและการออกแบบสตรีโจชิบิ ในกรุงโตเกียว (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบโจชิบิ) อย่างไรก็ตาม ขณะเรียนอยู่ที่โจชิบิ เธอเริ่มสนใจในศิลปะที่สะท้อนชีวิตชนชั้นแรงงาน (Proletarian art) ซึ่งทำให้เธอถูกไล่ออกในเวลาต่อมา เนื่องจากความสนใจของเธอไม่สอดคล้องกับแนวทางของสถาบัน โดยเฉพาะในช่วงที่สงครามแปซิฟิกกำลังทวีความรุนแรง ในเวลาต่อมา
เธอเข้าเรียนต่อที่สถาบันศิลปะและหัตถกรรม Bijutsu K?gei Gakuin และได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะหัวก้าวหน้าอย่าง ดาดา (Dada), เบาเฮาส์ (Bauhaus) และเซอร์เรียลลิสม์ (Surrealism) ที่นั่น
ในภายหลัง เธอถ่ายทอดมุมมองของการวิพากษ์วิจารณ์และอิทธิพลของศิลปะหัวก้าวหน้าเหล่านี้ผ่านผลงานภาพวาดชุด Hiruko โดยหยิบเอาแรงบันดาลใจจากตำนานเทพปกรณัมญี่ปุ่นโบราณ เรื่อง ฮิรุโกะ เด็กทารกตัวอ่อนนิ่มเหมือนปลิงที่ไม่มีกระดูก (ฮิรุโกะ แปลว่า “ปลิง” ในภาษาญี่ปุ่น) ผู้ถูกทอดทิ้งให้ลอยไปในทะเล โดยค่อยๆ เชื่อมโยงไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ประวัติศาสตร์จักรวรรดินิยมของญี่ปุ่นและผลกระทบที่มีต่อภูมิภาคแปซิฟิก ด้วยรายละเอียดของภาพที่เป็นเหมือนสวนสัตว์ลี้ลับในทะเลที่ประกอบด้วยสัตว์ทะเลอย่าง หอยทะเล แต่เมื่อเพ่งมองใกล้ๆ จะเริ่มเห็นองค์ประกอบอื่นๆ อย่าง กะโหลกศีรษะ ธงจักรวรรดิ และหมวกเหล็กของทหารญี่ปุ่น จนเริ่มสัมผัสได้ว่า นี่ไม่ใช่แค่ภาพวาดเหนือจริงเกี่ยวกับโลกใต้ทะเลเท่านั้น หากแต่คือภาพของบางสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น สิ่งที่จมลึกอยู่ใต้มหาสมุทรจนหายไปจากสายตา หากยังไม่ได้รับการชำระแก้ไข และยังไม่ได้สูญหายไปอย่างแท้จริง



ในช่วงทศวรรษ 1970 โทมิยามะได้รับแรงบันดาลใจอย่างลึกซึ้งจากบทกวีของ คิม ชี-ฮา (Kim Chi-Ha) กวีชาวเกาหลีใต้ผู้ถูกคุมขังโดยรัฐบาลเกาหลี จากบทกวีที่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองอย่างตรงไปตรงมา
แรงบันดาลใจจากเขาผลักดันให้เธอสร้างผลงานภาพพิมพ์ที่สะท้อนถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับการดิ้นรนต่อสู้ของเขา, ในปี 1977 โทมิยามะร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Hidane Kobo ร่วมกับศิลปินและนักดนตรีที่มีอุดมการณ์เดียวกัน อย่างเช่น ทาคาฮาชิ ยูจิ (Y?ji Takahashi) ที่กลายเป็นศูนย์กลางของการทำงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์และการสำรวจการแสดงออกทางศิลปะรูปแบบใหม่ๆ
ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 โทมิยามะได้ขยายขอบเขตทางศิลปะมาสู่การวาดภาพสีน้ำมัน ภาพพิมพ์ซิลค์สกรีน และงานศิลปะจัดวาง ที่ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงสำรวจประเด็นต่างๆ เช่น การสร้างความเป็นประชาธิปไตย ขบวนการปลดปล่อยในโลกที่สาม ระบบทุนนิยมโลกาภิวัตน์ และสถานการณ์เลวร้ายของแรงงานข้ามชาติ

ในยุคศตวรรษที่ 21 โทมิยามะยังคงใช้ศิลปะของเธอในการกล่าวถึงปัญหาเร่งด่วนระดับโลก ทั้งผลงานที่ตอบสนองต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรือไฟสงครามที่ยังปะทุอยู่ทั่วโลก ผลงานของเธอท้าทายผู้ชมให้เผชิญหน้ากับความล้มเหลวของระบบอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และสถาบันทางสังคมในยุคสมัยใหม่
อย่างผลงานชุด Revelation from the Sea (2011-2013) ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นอย่าง เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นในวันที่ 11 มีนาคม 2011 ซึ่งส่งผลให้เกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เหตุการณ์ภัยพิบัติ 3.11” ผลงานชุดนี้นำเสนอภัยคุกคามที่มองไม่เห็นจากเหตุการณ์เหล่านั้น รวมถึงการรับมือผิดพลาดของภาครัฐและบริษัทเอกชนในญี่ปุ่นผ่านผลงานภาพวาด 4 ชิ้น และงานคอลลาจปะติด 14 ชิ้น
ด้วยเนื้อหาที่ครอบคลุมตั้งแต่ ซากปรักหักพังของเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4, ดอกซากุระที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137, พระอาทิตย์ตกสีแดงจัดที่ส่องเหนือทะเลอันเงียบสงบอย่างไม่น่าไว้วางใจ, ผีเสื้อที่ตายแล้ว, แผงวงจรที่ถูกรื้อแยกชิ้นส่วน ไปจนถึงไฟที่ลุกไหม้ในเมืองซึ่งถูกน้ำสึนามิถล่ม ผลงานชุดนี้สื่อถึงการวิจารณ์เชิงโลกาวินาศต่อความหยิ่งผยองของมนุษย์ยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายพลังงานและเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ร่วมสมัย ในเวลาต่อมา ผลงานยังถูกดัดแปลงเป็นการแสดงมัลติมีเดียในรูปแบบของดีวีดีอีกด้วย




ตลอดช่วงชีวิตของเธอ โทมิยามะได้ใช้สื่อหลากหลายประเภทในการส่งสารถึงการวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมการเมือง นอกเหนือจากงานจิตรกรรมและงานพิมพ์แล้ว เธอยังได้ร่วมมือกับ ยูจิ ทาคาฮาชิ ในการสร้างสไลด์โชว์มัลติมีเดียที่ผสานงานศิลปะของเธอเข้ากับดนตรีที่ปลุกเร้าอารมณ์ ทั้งผลงานชุด Revelation from the Sea หรือโครงการศิลปะที่นำเสนอเหตุการณ์การลุกฮือกวางจูในปี 1980 ที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยตีแผ่การปราบปรามอย่างโหดร้ายของรัฐบาลต่อผู้ประท้วงที่เรียกร้องประชาธิปไตย
ผลงานของโทมิยามะ ทาเอโกะ ได้รับการจัดแสดงในระดับนานาชาติมากมาย เธอมีนิทรรศการสำคัญๆ ทั้งในเกาหลี เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในวันที่ 18 สิงหาคม 2021 ด้วยวัย 99 ปี เหลือทิ้งไว้ซึ่งมรดกอันทรงพลังของการทำงานศิลปะในฐานะเครื่องมือวิพากษ์วิจารณ์สังคมการเมือง
ถึงแม้จะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ผลงานของโทมิยามะ ทาเอโกะ ก็ร่วมแสดงในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2568-เมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ ส่วนจะเป็นผลงานชิ้นไหน เราก็คงต้องรอชมกันต่อไปด้วยใจระทึกพลัน
ข้อมูล https://tinyurl.com/yr4chck6, https://tinyurl.com/3xsawzxu
