bg-single

เริ่มสั่งแล้ววันนี้ ใช้งบฯ เมื่อวาน รัฐบาลอนุทิน รวบยอด ’68-69′ ดันเศรษฐกิจชาวบ้าน-ตลาดหุ้น

07.10.2025

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

เริ่มสั่งแล้ววันนี้ ใช้งบฯ เมื่อวาน

รัฐบาลอนุทิน รวบยอด ’68-69′

ดันเศรษฐกิจชาวบ้าน-ตลาดหุ้น

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ใช้เวลาเพียง 6 วัน ดีลนักการเมืองเกินครึ่งสภาผู้แทนราษฎร ให้ยกมือโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32

ภายใต้เบื้องหลังฉากการเมือง ที่เป็นการจับมือของการเมือง 2 สี หลายขั้ว ผ่านทะลุเพดานความคิด Grand Compromise เริ่มต้นการประนีประนอมครั้งใหญ่-จัดศูนย์ถ่วงดุลอำนาจใหม่อีกครั้ง ทั้งด้านเศรษฐกิจ-การเมือง

อนุทินและพวก ใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลเบ็ดเสร็จภายใน 25 วัน กำหนดวัน-เวลาแถลงนโนบาย ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อกวาดยอดเงินทุกบัญชีที่เหลือจ่ายจากงบประมาณ 2568 ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจทันทีต่อเนื่องนับ 1 ใช้งบประมาณปี 2569 กวาดคะแนนนิยม-แคมเปญประชานิยมทันที

ด้วยการกดปุ่มเติมเงิน 6 หมื่นล้านบาท ให้ประชาชน 33 ล้านคน

อนุทินแจ้งรัฐมนตรี และบุคลากรการเมือง ที่เดินสายดีลด้วยตัวเองว่า ทุกคนต้องทำงาน 7 วัน ตลอดวาระรัฐบาล 1 สมัย 4 เดือน ปักธงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-แก้รัฐธรรมนูญ-แก้ปัญหาความมั่นคง

ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล อนุทินเดินสายคู่ขนาน ทั้งพบปะเจรจา-หารือกับชนชั้นนำทางการเมืองและชนชั้นนำทางธุรกิจ

หนึ่งในชนชั้นนำการเมืองที่อนุทินเปิดเผยภาพในตึกซิโน-ไทย ตั้งโต๊ะปรึกษาหาฉันทมติ คือ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่นับรวมภาพที่ไม่ได้เปิดเผยในวงแกนในของพรรคที่เสียงมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร

กลุ่มชนชั้นนำที่ครอบครองสินทรัพย์ อยู่บนยอดพีระมิด ที่อนุทินเดินสายเปิดหน้าไปพบ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ 9 วัน คือ เครือข่ายประธานสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) แบบเต็มทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่มีทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง, นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์

แมสเสจที่ส่งออกมาหลังตั้งโต๊ะหารือ คือแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม มุ่งเสริมศักยภาพการแข่งขันและยกระดับความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย

48 ชั่วโมงถัดมา อนุทินและคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จัดคิวพบกับสภาหอการค้าไทย มีนักธุรกิจเจ้าของกิจการหมื่นล้านหลายคนให้ความคิด เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดิน ร่วมเดินหน้ารัฐบาลเฉพาะกาล เวทีนี้นายกฯ รับปากแข็งขัน จะสนับสนุนแก้ปัญหาให้เอกชนเต็มที่ โดยจะรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อทำทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว

ก่อนนำ ครม.ทั้งคณะเข้าถวายสัตย์ฯ 2 วัน นายกรัฐมนตรีนำทีมเข้าพบกับกลุ่มกิจการกำไรสูงในสมาคมธนาคารไทย โดยมีนายผยง ศรีวณิช ซีอีโอธนาคารกรุงไทย ผู้มีบทบาทในหลายๆ รัฐบาล ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย และคณะกรรมการสมาคมที่เต็มไปด้วยคนหัวแถวในวงการธุรกิจการเงิน ทั้งเจ้าของธนาคารและนักบริหารมืออาชีพ

ภาพปิดท้ายก่อนแถลงนโยบาย นายอนุทินยกทีมรัฐมนตรี ไป “กินกาแฟ” กับชาวตลาดทุน-ตลาดหุ้น ภายใต้สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รับปากทันทีกับข้อเสนอชาวหุ้นหลายกรรม-หลายวาระ

ทุกนาทีมีความหมายทางการเมือง-เดิมพันการเลือกตั้งครั้งหน้า อนุทินไม่ปล่อยผ่านแม้วันเดียว เขารีบนัดข้าราชการระดับสูง รัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุม ครม.ทันทีที่รัฐสภา หลังการอภิปรายนโยบายรัฐบาลจบ สั่งสำนักงบประมาณกวาดเงินทุกบัญชี เข้าโหมดกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

วงหารือระหว่างรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนนอก กับรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใน-สายตรงจากพรรคภูมิใจไทย ที่กำกับสำนักงบประมาณ ภราดร ปริศนานันทกุล ตั้งวาระ ชงให้นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้กดปุ่มใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน

ในการประชุม ครม.นัดวันที่ 30 กันยายน จึงพิจารณาแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจใน 4 ระดับ ประกอบด้วย

1. เติมเงินให้กับกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.45 ล้านคน

2. เติมเงินให้กับประชาชนที่ยื่นแบบภาษี และประชาชนทั่วไป 20 ล้านคน ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส

3. ใช้มาตรการภาษีเติมเงินให้กับกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ในโครงการลักษณะเดียวกับช้อปดีมีคืน หรือ Easy E-Receipt อยู่ในระหว่างปรับปรุงโครงการ

และ 4. มาตรการภาษีที่จะสร้างแรงจูงใจให้บริษัทเอกชนใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ หรือ Local Content ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะทำรายละเอียดร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ

สำหรับยอดเงินที่จะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เหลือจากงบประมาณปี 2568 มีวงเงินจากงบฯ กลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่จะสิ้นสุด 30 กันยายน 2568 จำนวน 6 หมื่นล้านบาท จะนำมาจ่ายให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อน ประมาณ 13 ล้านคน วงเงินประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยจะจ่ายเพิ่มเติมจาก 300 บาท อีก 1,700 บาท รวมเป็น 2,000 บาท

ส่วนการเติมเงินให้กับประชาชนทั่วไปในโครงการคนละครึ่งพลัส งวดแรก คาดว่าจะจ่ายในเดือนตุลาคม 2568 จะใช้งบประมาณปี 2569 ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยจะจ่ายให้กลุ่มประชาชนที่ยื่นแบบภาษี คนละ 2,400 บาท ส่วนประชาชนทั่วไป จะได้รับรายละ 2,000 บาท ผู้ที่จะได้รับสิทธิประมาณ 20 ล้านคน

สำหรับงบประมาณ 2568 ที่ค้างท่อ จะนำมาใช้ในโครงการ เช่น เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 1,580 ล้านบาท และจะนำไปใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่รัฐบาลเก่าก่อหนี้ไว้ รวมถึงโครงการพักหนี้เกษตรกร ประมาณ 3.5 หมื่นล้าน

“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควบตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.คลัง ตอกย้ำนโยบายต่อสมาชิกรัฐสภา ตอนสำคัญที่ว่าด้วยแผนเศรษฐกิจของรัฐบาล 4 เดือน ต้อง “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ไม่ได้คิดแค่แจกเงิน แต่คำนึงถึงศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาว ต้องทำให้เศรษฐกิจกระจายไปถึงประชาชน ดูแลปากท้องประชาชน SMEs ที่เดือดร้อนมาก และกำลังลามสู่รายใหญ่ ที่สำคัญน้ำมันก็จะหมด เพราะสภาพคล่องเหือดหาย จึงคิดนโยบายหลัก quick big win

แบ่งเป็น 5 เสาหลัก 1 ฐานราก ประกอบด้วย

เสาที่ 1 การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว มีคนละครึ่งพลัส เพื่อให้ big พอ รัฐบาลจะสมทบ 2,000 บาท ประชาชนจ่าย 2,000 บาท เริ่มใช้ได้แน่นอนสิ้นเดือนตุลาคม เป้าหมายคือ พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย แท็กซี่ ถ้าพ่อค้าแม่ค้ามีบัญชีรายรับรายจ่ายชัดเจนจะมีการปล่อยสินเชื่อให้ทันที ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จะมีการให้ลดหย่อนภาษี สำหรับการปรับปรุงตกแต่งโรงแรม ในเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

เสาที่ 2 ลดภาระหนี้ประชาชน แก้หนี้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท มีงบประมาณที่ธนาคารพาณิชย์ส่งเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูและสถาบันการเงิน ซึ่งไปใช้ในโครงการคุณสู้เราช่วย เหลืออยู่ 2.6 หมื่นล้านบาท จะมาตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ซื้อหนี้ประชาชนออกมาแล้วปรับโครงสร้างหนี้ ให้ยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย จากเคยผ่อนเดือนละ 2-3 พันบาท มาผ่อนเดือนละ 500 บาท

เสาที่ 3 เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย จะใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาช่วยค้ำประกัน เตรียมวงเงินไว้แล้วขั้นต่ำ 5 หมื่นล้านบาท โดยรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท มีโครงการสินเชื่อลดหย่อนภาษีพี่ช่วยน้อง ให้รายใหญ่ได้ช่วยรายย่อย เพื่อหักลดหย่อนภาษี

เสาที่ 4 เพิ่มการออมของประชาชน ผ่านสลากเพื่อการออม พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการออม ซื้อสลาก ซื้อหวย ทุกงวดจะมีการแบ่งสัดส่วนจากค่าการตลาดของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาเป็นเงินออมให้ประชาชนใช้ในระยะยาว ช่วยให้คนไทยมีเงินออมในระยะยาว ซึ่งโครงการนี้เป็นคนละส่วนกับโครงการหวยเกษียณ

เสาที่ 5 ลงทุนเพื่ออนาคต อุตสาหกรรมใหม่ที่ไนเก่งคือ เกษตรชีวภาพ smart farming Ai รถยนต์อีวี จะมีการ Reskill เพิ่มทักษะสูง ซึ่ง BOI ที่มีเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ 1 หมื่นล้านบาท จะไปจับมือกับเอกชนที่ได้รับสิทธิการส่งเสริมการลงทุน ให้ผลิตทักษะแรงงานที่ตามตลาดต้องการ

นี่คือเดิมพันของรัฐบาลเฉพาะกิจ ทำงานเฉพาะกาล 4 เดือน ภายใต้แรงดันและต้นทุนการเมือง Grand Compromise ฝ่าทะลุเพดานเปลี่ยนผ่านไปสู่จุดสมดุลใหม่…อีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน