bg-single

ไมเคิล เฟลป์ส กับโรคซึมเศร้า

15.10.2025

คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด

Facebook : @Pitsanuofficial

ไมเคิล เฟลป์ส

กับโรคซึมเศร้า

วันที่ 10 ตุลาคมของทุกปี องค์การอนามัยโลก หรือ World Health Organization (WHO) จัดให้เป็นวันสุขภาพจิตโลก World Mental Health Awareness Day

จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ปัญหาด้านสุขภาพจิต จัดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่องค์การอนามัยโลกได้ให้ความสำคัญเสมอมา เพื่อเป็นสื่อกลางให้ผู้เกี่ยวข้องทั่วโลก ทั้งรัฐบาลและองค์กรด้านสาธารณสุขในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้ให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

องค์การอนามัยโลกจึงขอให้ทั่วโลกได้ตระหนักในปัญหาสุขภาพจิต โดยกำหนดให้ทุกวันที่ 10 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันสุขภาพจิตโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักในปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของคนเรา เหมือนกับโรคทางกาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

การเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า คนที่เป็นนั้นอ่อนแอ ล้มเหลว หรือไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง

ในวงการกีฬา มียอดนักกีฬาที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 23 เหรียญทอง ที่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจถึงโรคซึมเศร้า และหวังว่าการเล่าประสบการณ์โรคซึมเศร้าของเขาสามารถช่วยเหลือผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

ยอดนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกที่ออกมาเปิดเผยตัวว่าเป็นโรคซึมเศร้า คือ ไมเคิล เฟลป์ส (Michael Phelps) อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติสหรัฐอเมริกา เจ้าของสถิตินักกีฬาที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ คือ 23 เหรียญทอง และเป็นเจ้าของสถิตินักกีฬาที่ได้เหรียญรางวัลรวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก รวม 28 เหรียญ เป็น 23 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง

เมื่อดูจากผลงานอันยอดเยี่ยมของเฟลป์สในโอลิมปิกนับตั้งแต่เขาได้เหรียญทองแรกในปี 2004 หลายคนคงคิดตรงกันว่าเฟลป์สต้องเป็นคนที่มีชีวิตที่มีความสุขมากในชีวิตคนหนึ่ง

แต่ในงานสัมมนาประจำปีของเคนเนดี้ ฟอรั่ม (The Kennedy Forum) เมื่อต้นปี 2018 ที่เมืองชิคาโก ไมเคิล เฟลป์ส ซึ่งตอนนั้นอายุ 33 ปี ได้ออกมาเปิดใจว่าเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเจอปัญหาโรคซึมเศร้าหนักมากจนเคยคิดไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป

ไมเคิล เฟลป์ส พลาดเหรียญรางวัลในการประเดิมโอลิมปิกครั้งแรกในปี 2000 ที่ซิดนีย์ ด้วยการแพ้คู่แข่งแค่เพียงเสี้ยววินาที

ความพ่ายแพ้ในตอนนั้นทำให้เขารู้สึกกระหายความสำเร็จมาตลอด

ต่อมาเฟลป์สได้เหรียญทอง 200 เมตรใน World Championship ปี 2001 พร้อมกับสร้างสถิติโลก (1:54.58) ด้วยอายุน้อยที่สุดเพียง 15 ปี 9 เดือน

จากนั้นผลงานก็โดดเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนเริ่มเฉิดฉายสุดสุดในโอลิมปิกปี 2004 ที่เอเธนส์

เฟลป์สเปิดใจว่าเขารู้สึกกระหายชัยชนะอยู่ตลอดเวลา ต้องการผลักดันความสามารถตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อจะดูว่าขีดสูงสุดของเขาอยู่ตรงไหน

แต่ความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังของเขาต้องแลกมาด้วยราคา

เฟลป์สเล่าว่าทุกครั้งหลังสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิก เขากลายเป็นคนที่มีอาการซึมเศร้าหนักมาก เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ราวๆ เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนเป็นต้นไปของทุกๆ ปีที่มีโอลิมปิก

เขาเริ่มมีอาการซึมเศร้าเป็นครั้งแรกตอนสิ้นสุดโอลิมปิกปี 2004 ที่กรุงเอเธนส์ และปีนั้นเองเขาก็ถูกจับกุมข้อหาเมาแล้วขับ ในเดือนพฤศจิกายน

ปี 2008 หลังจากเฟลป์สกวาด 8 เหรียญทองโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ก็มีภาพหลุดของเฟลป์สกำลังดูดกัญชาจากบ้อง กลายเป็นข่าวใหญ่บนหลายหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งภายหลังเขาก็ออกมาขอโทษและบอกว่าเป็นพฤติกรรมที่น่าสลดใจ

เฟลป์สเล่าย้อนไปว่าในตอนนั้นเขาใช้ยาเสพติดเป็นทางหนึ่งในการพาตัวเองออกจากโรคซึมเศร้าหลังการแข่งโอลิมปิก

โดยช่วงโอลิมปิกปี 2004, 2008 และ 2012 ผลงานเขาโดดเด่นและโด่งดังมาก แต่ความรู้สึกหลังจากโอลิมปิกจบลงกลับแตกต่างออกไป

ปี 2012 เป็นช่วงที่โรคซึมเศร้าเล่นงานเขาหนักที่สุด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผลงานเขาไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าตอนที่ได้ 8 เหรียญทองในปี 2008

ชีวิตหลังโอลิมปิกที่ลอนดอนจบลงได้กัดกร่อนความรู้สึกเขาให้แย่ลงไปอีก เฟลป์สไม่อยากเล่นกีฬาอีกต่อไป ที่แย่กว่านั้นคือเขาไม่อยากมีชีวิตต่อไป

เฟลป์สเล่า ว่าเขานั่งเก็บตัวอยู่คนเดียวในห้องนอนติดต่อกันประมาณ 3-5 วันโดยไม่กินอะไรเลย และแทบไม่ได้นอน ในหัวเขามีแต่ความรู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว

จนวันหนึ่งเขาก็คิดได้ว่า เขาต้องการความช่วยเหลือ

เฟลป์สจำวันแรกที่ไปหาหมอเพื่อเข้ารับการบำบัดได้ว่าตัวเขาสั่นไปหมด สั่นเพราะเขารู้สึกกลัวการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เฟลป์สก็ต้องการทราบให้ได้ว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่คืออะไร

ช่วงที่เข้ารับการบำบัด เขาได้พูดเปิดใจถึงความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น และเริ่มกลับมารู้สึกว่าชีวิตเป็นเรื่องง่าย เขาถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่าทำไมเขาถึงไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วนะ … แต่ในเวลานั้นเขายังรู้สึกไม่พร้อมจริงๆ

ทุกวันนี้เขาเข้าใจแล้วว่า “It’s OK to not be OK.” หรือ “ไม่โอเคก็ไม่เป็นไร” อาการเจ็บป่วยทางจิตใจถึงแม้จะได้รับการรักษาแล้ว แต่ก็จะยังมีบาดแผลหลงเหลืออยู่ และเป็นสิ่งที่เรายังต้องรับมือในทุกๆ วัน ตอนนี้หลายๆ คนก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าโรคซึมเศร้ามีอยู่จริง และการจะเยียวยาจิตใจคือการที่คนคนนั้นได้พูดเปิดใจถึงความรู้สึกตัวเองออกมา

เฟลป์สบอกว่าเหตุผลที่อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นสูง ก็เพราะคนไม่กล้าที่จะพูดบรรยายถึงความรู้สึกในใจตัวเองออกมาเพราะกลัวว่าคนจะตัดสิน

ทุกวันนี้การที่เฟลป์สได้แบ่งปันประสบการณ์เรื่องโรคซึมเศร้าของตัวเองให้คนอื่นฟัง ทำให้เขาได้เข้าถึงคนและช่วยชีวิตคนอีกมากมาย

ไมเคิล เฟลป์ส บอกว่า เขารู้สึกขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ไม่ได้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย (“I am extremely thankful that I did not take my life.”)

ไมเคิล เฟลป์ส แต่งงานกับนิโคล จอห์นสัน (Nicole Johnson) อดีตนางงาม เจ้าของตำแหน่ง Miss California USA 2010 มีลูกด้วยกัน 4 คน

เฟล์ปส์บอกว่า ตอนนี้เขาไม่รู้สึกอึดอัดเวลาพูดกับภรรยาและนักบำบัด (Therapist) เรื่องการเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งในตอนแรกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เฟลป์สบอกว่า เดิมทีเขาไม่ต้องการไปพบนักบำบัด แต่หลังจากได้พบนักบำบัด เขารู้สึกดีขึ้น และได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน

ปัจจุบันเฟลป์สเป็นโฆษกของทอล์กสเปซ Talkspace ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตออนไลน์จากนักบำบัดกว่า 1,000 คน ซึ่งปัจจุบันให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตให้กับคนกว่า 500,000 คน

เฟลป์สบอกว่าความรู้สึกที่ได้ช่วยคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจากการเล่าถึงประสบการณ์โรคซึมเศร้าของเขา มีความหมายต่อเขายิ่งกว่าการคว้าเหรียญทองโอลิมปิก เป็นหลายล้านเท่า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี
Space within space
E-DUANG | การรุก การถอย การเมือง ของ TH-AI Passport