bg-single

สงครามโดรน (6) ลอร์ด โวลเดอมอร์ ในอากาศ

15.10.2025

ยุทธบทความ | สุรชาติ บำรุงสุข

สงครามโดรน (6)

ลอร์ด โวลเดอมอร์ ในอากาศ

“เขาถูกสังหารโดยปราศจากการแจ้งเตือน ราวกับอสุนีบาตของพระเจ้าฟาดลงมาจากฟากฟ้า… การโจมตีด้วยโดรนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สะอาด และไม่เลือดนอง”

Hugh Gusterson

Drone : Remote Control Warfare (2016)

เรื่องราวของ “โดรนติดอาวุธ” (armed drone) ที่ออกปฏิบัติการในสนามรบ ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้วในวันนี้ ข่าวของโดรนในบริบทของสงคราม เป็นรายงานข่าวที่เราได้ยินเป็นปกติแทบทุกวัน โดยเฉพาะนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนเป็นต้นมา เรื่องราวการโจมตีของโดรนเป็นอะไรที่เราคุ้นชินเป็นอย่างมาก และแทบจะไม่มีวันไหนเลยที่ไม่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับโดรน จนเห็นได้ชัดว่าสงครามทางอากาศในยูเครนมีสภาพเป็น “สงครามโดรน” ไปแล้ว

แต่หากถอยเวลากลับไปในช่วงทศวรรษก่อนๆ ปฏิบัติการโจมตีของโดรนถือเป็น “ความลับสุดยอด” เช่น ในสังคมอเมริกันที่แม้จะมีเสรีภาพในเรื่องของการรับรู้ข่าวสารอย่างมากนั้น แต่การออกปฏิบัติการของโดรน เป็นเรื่องราวที่สังคมรับรู้น้อยมาก จนอาจกล่าวได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้อยู่ในอาณาบริเวณชายขอบแห่งความรับรู้ของสาธารณชนอเมริกันเท่านั้นเอง

ลอร์ด โวลเดอมอร์

เราอาจต้องยอมรับว่าหน่วยงานความมั่นคงอเมริกันใช้โดรนในภารกิจทางทหารมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว แต่ก็ไม่เป็นที่เปิดเผยและรับรู้ในสังคมเท่าใดนัก เพราะเรื่องราวเหล่านี้เป็นความลับ และถูกปิดลับมานาน จนกระทั่งในเดือนเมษายน 2012 จอห์น เบรนแนน (John Brennan) ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง ของสหรัฐ (CIA) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ จึงทำให้สาธารณะได้รับรู้เรื่องนี้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด เป็นแต่เพียงสังคมได้รับทราบถึงการปฏิบัติการของอากาศยานไร้คนขับ

การกล่าวถึงโดรนของ ผอ.ซีไอเอเช่นนี้ จึงถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ออกมายอมรับถึงปฏิบัติการของโดรนติดอาวุธ แต่ก็มิได้หมายความว่าเรื่องราวของโดรนจะได้รับการเปิดเผยในเวทีสาธารณะมากขึ้นแต่อย่างใด ดังเช่นแม้หลังจากคำกล่าวของเบรนแนนในปี 2012 แล้ว แต่เมื่อลีออน พาเนตตา (Leon Panetta) ผอ.ซีไอเออีกคนหนึ่ง เขียนถึงเรื่องของโดรนในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา ข้อความที่พาดพิงถึงโดรนได้ถูกทางซีไอเอเซ็นเซอร์ตัดออกไป

แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศอเมริกันก็บ่นอย่างมากในหลายครั้งเกี่ยวกับความลับของโดรน ดังที่เขากล่าวว่า “โดรนเป็นหัวข้อที่เป็นความลับสุดยอดในรัฐบาล คุณไม่สามารถคุยถึงเรื่องของโดรนในที่สาธารณะได้แต่อย่างใด…” กล่าวคือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของโดรนจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ เช่น ไม่มีข้อมูลออกเผยแพร่เลยว่าใครคือบุคคลที่ถูกโดรนโจมตี (ถูกสังหาร) และผลของการโจมตีเป็นเช่นไร (เสียชีวิตไหม?)

แน่นอนแทบไม่มีใครรู้เรื่องราวเหล่านี้เลย จนอาจกล่าวได้ว่าสำหรับเรื่องของโดรนนั้น เราไม่มีคำอธิบายเป็นอื่น นอกจากปฏิบัติการโดรนยังคงเป็นความลับทางด้านความมั่นคงในระดับสูงเสมอ เพราะเป็นการ “สังหารระยะไกล” (remote killing) คำว่าระยะไกลนี้ไม่ใช่เป็นการใช้พลซุ่มยิงในแบบสไนเปอร์ แต่เป็นปฏิบัติการลับระยะไกลที่เกิดขึ้นในอีกประเทศหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ

ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่เจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกันในประเทศที่เกี่ยวข้องจะเรียกโดรนด้วยชื่อของตัวละครในนิยาย “แฮร์รี่ พอตเตอร์” (Harry Potter) ว่า “ลอร์ด โวลเดอมอร์” (Lord Voldemort)

โดรนจึงเป็นดัง “ลอร์ด โวลเดอมอร์” เพราะถ้าเราจำกันได้ ตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้เป็นบุคคลที่ “ไม่อาจถูกเอยชื่อได้” เลย ซึ่งไม่ต่างจากปฏิบัติการโดรนที่ “ไม่อาจถูกกล่าวถึงได้เลย” อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของโดรนในปัจจุบันเป็นที่รับรู้กันมากขึ้น หรือในทางกลับกันก็ถูกเปิดเผยมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นในวงวิชาการด้านความมั่นคง หรือในแวดวงสื่อก็ตาม

ดังนั้น ในยุคปัจจุบันภาพของโดรนในความรับรู้ของสังคม จึงไม่ใช่สิ่งที่เราไม่รู้จัก… ถ้าเป็นในสังคมอเมริกันแล้ว ภาพของโดรนอย่าง “พรีเดเตอร์” (Predator UAV) คือวัตถุลอยฟ้าที่เป็นสีเทาเงิน มีหัวโตๆ มีปีกข้างลำตัว มีหางเป็นตัว “วี” คว่ำ และมีลำตัวยาว แต่ไม่มีหน้าต่าง ทั้งแทบไม่มีสัญลักษณ์ใดๆ ที่ลำตัว ซึ่งรูปร่างเช่นนี้ไม่เหมือนอากาศยานที่เราคุ้นเคยแต่อย่างใด จนบางคนอาจจะบอกว่าโดรน

คล้ายกับ “ยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว” มากกว่า หรือบางทีโดรนอาจเป็น “หุ่นยนต์ขนาดใหญ่ลอยฟ้า” เนื่องจากด้วยรูปลักษณ์ของตัวเขาแล้ว ย่อมไม่ใช่เครื่องบินในแบบเดิมที่เคยเห็นอย่างแน่นอน

ยุคโดรน

โดรนในปัจจุบันมีรูปแบบต่างออกไปจาก “โดรนพรีเดเตอร์” ของสหรัฐ ซึ่งเป็นโดรนขนาดใหญ่ แต่ในวันนี้ที่เทคโนโลยีโดรนแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง การผลิตโดรนจึงเกิดขึ้นในหลายประเทศ ในหลายบริษัทเอกชน และเป็นการผลิตที่มีหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด จนอาจต้องถือว่า “การแพร่กระจายของเทคโนโลยีโดรน” ทำให้โลกในมิติทางอากาศกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคโดรน” (The Drone Age) อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การสู้รบที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันมีความเป็น “สงครามโดรน” (Drone Warfare) อย่างแท้จริง หรืออาจกล่าวได้ว่าโดรนกำลังทำหน้าที่ “ปฏิวัติสงคราม” เช่นที่อาวุธใหม่ที่เป็นผลของพัฒนาการเทคโนโลยีทหารใหม่ในยุคก่อน ได้เคยทำหน้าที่ในการปฏิวัติและเปลี่ยนแบบแผนของสงครามมาแล้ว ตัวอย่างของการปฏิวัติดินปืนและการกำเนิดของอาวุธยิงที่เปลี่ยนโลกของสงครามอย่างพลิกหน้ามือเป็นภาพแทนที่ดีของการปรับเปลี่ยนของสงครามจนเกิดสภาวะของ “การปฏิวัติทางทหาร” (Military Revolution) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา

โดรนในโลกปัจจุบันนั้นไม่ใช่เป็นแต่เรื่องของทางทหารอย่างแน่นอน การใช้โดรนในภาคพลเรือนก็เติบโตขยายตัวอย่างมาก บริษัทเอกชนพลเรือนในสหรัฐอย่างอะเมซอน มีแผนที่จะจัดส่งพัสดุถึงผู้รับด้วยโดรน เป็นต้น การขยายตัวของการใช้โดรนในภาคพลเรือนเช่นนี้ ส่งผลให้ “องค์การบริหารการบินแห่งชาติ” ของสหรัฐ (The Federal Aviation Administration : FAA) มีความกังวลอย่างมากว่า น่านฟ้าของสหรัฐจะเต็มไปด้วยโดรน เพราะนอกจากจะเป็นโดรนที่ให้กันเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ แล้ว ยังมีโดรนที่ใช้ในราชการด้วย เช่น โดรนของตำรวจ โดรนของตำรวจชายแดน

นอกจากนี้ ยังมีโดรนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ในการถ่ายภาพสถานที่ที่นำเสนอขาย โดรนของเกษตรกรที่ใช้ในการพ่นยาฆ่าแมลง โดรนของวงการกีฬา และโดรนอื่นๆ ที่สุดแต่ผู้ใช้จะนำมาใช้ทำภารกิจอะไรในการบิน หรือดังที่กล่าวมาแล้วว่า เรากำลังเห็นโดรนที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจต่างๆ บินเต็มไปหมดในท้องฟ้า จนอาจกล่าวได้ว่ายุคโดรนได้ก้าวเข้ามาสู่กิจกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเราในสังคมแล้ว และไม่ว่าเราจะเห็นโดรนด้วยตาตนเองหรือไม่ก็ตาม แต่โดรนเห็นเรา!

โดรนมาแล้ว

การเริ่มต้นของยุคโดรนเช่นนี้ ทำให้เกิดคำถามพื้นฐาน 3 ประการ ดังนี้

1) การขยายปริมาณ คุณภาพ และบทบาทของโดรนติดอาวุธ

บทบาทของโดรนในภารกิจทางทหารนั้น จะส่งผลกระทบกับปัญหาความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในด้านหนึ่งจะเห็นได้ว่าประธานาธิบดีโอบามากล่าวยอมรับในปี 2013 ว่า การใช้

โดรนในการต่อต้านการก่อการร้ายนั้นมีความเสี่ยงต่ำ เช่น สหรัฐไม่มีความจำเป็นต้องส่งอากาศยานพร้อมนักบินหรือชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าไป “ไล่ล่า-ติดตาม” ผู้นำของขบวนการก่อการร้ายในประเทศที่สาม ที่มีความเสี่ยงทั้งในทางทหารและในทางการเมือง เช่น การติดตามเป้าหมายตัวบุคคลในประเทศในตะวันออกกลาง

ดังนั้น โดรนจึงเป็นเครื่องมืออย่างดีให้กับทำเนียบขาวในภารกิจเช่นนี้ และอาจจะต้องยอมรับว่า เป็นเครื่องมือในเชิงทางเลือกที่ดีที่สุด หรืออาจกล่าวได้ว่าโดรนเป็นเครื่องมือที่มี “ความเสี่ยงต่ำ” แต่คำถามสำคัญก็คือ ปฏิบัติการเช่นนี้เกิดขึ้นในประเทศที่สาม และกำลังเปลี่ยนรูปแบบของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในศตวรรษที่ 21 อย่างมาก

ในอีกมุมหนึ่งสงครามโดรนในยูเครนชี้ให้เห็นชัดว่า โดรนกลายเป็น “อาวุธโจมตี” ที่มีประสิทธิภาพ และได้ทำหน้าที่แทนอากาศยานโจมตีในแบบเดิม หรือโดรนใช้ในการโจมตีเป้าหมายบุคคล เช่น ทหารในสนามเพลาะ ทหารที่หลบในอาคาร หรือใช้ในการโจมตียานพาหนะทางบก โดยเฉพาะรถถัง รถรบทหารราบ หรือรถหุ้มเกราะลำเลียงพล อันส่งผลให้โดรนกลายเป็น “นักล่าจากเวหา” อย่างแท้จริง

2) ความปลอดภัยในท้องฟ้า

ถ้าในอนาคตมีโดรนพลเรือนบินเต็มไปหมดในท้องฟ้า สิ่งที่เป็นคำถามสำคัญคงหนีไม่พ้นปัญหาความปลอดภัยของการจราจรทางอากาศ มีตัวเลขในกรณีของสหรัฐว่ามีอุบัติเหตุทางอากาศประมาณ 25 ครั้งในแต่ละเดือน (รายงานของ FAA ในปี 2014) หรือมีการประมาณการแต่เดิมว่า เมื่อถึงปี 2020 น่านฟ้าอเมริกันจะมีโดรนมากถึง 30,000 ลำ ซึ่งการขยายปริมาณและกิจกรรมของโดรนพลเรือนเช่นนี้ ทำให้ FAA ในอนาคตอาจจะต้องออกข้อกำหนดของรัฐบาลกลางในการบินโดรน เพื่อความปลอดภัยของการจราจรทางอากาศ เช่น การลงทะเบียนโดรนทั้งผู้ใช้ที่เป็นเอกชนหรือเป็นบริษัท เป็นต้น

3) การรักษาความเป็นส่วนตัวในบริบททางสังคม

ภารกิจหนึ่งที่สำคัญของโดรนคือ การบินลาดตระเวนและถ่ายภาพ หรือโดยนัยคือการเป็น “กล้องถ่ายภาพทางอากาศ” ฉะนั้น เมื่อโดรนถูกนำมาใช้ถ่ายภาพในภาคพลเรือน จึงทำให้เกิดคำถามอย่างมากว่า โดรนที่บินอยู่ในอากาศและถ่ายภาพโดยที่เราไม่อนุญาตนั้น ควรจะทำอย่างไร

วันนี้อาจจะต้องบอกว่าโดรนกำลังเป็นยิ่งกว่า “ปาปารัสซี่” (Paparazzis) ที่ชอบแอบถ่ายภาพบรรดาดาราหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เพราะโดรนสามารถทำหน้าที่เช่นนี้ได้โดยผู้ที่ถูกถ่ายภาพไม่รู้ตัว เช่น การติดตามหัวหน้าขบวนการก่อการร้าย หรือการติดตามเป้าหมายอาชญากร เป็นต้น ดังนั้น เมื่อโดรนมีขีดความสามารถในลักษณะเช่นนี้แล้ว การรักษา “ความเป็นส่วนตัวของบุคคล” จึงถูกละเมิดได้อย่างไม่ทันรู้ตัว และอย่างไม่มีทางที่จะรู้ตัวด้วย!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 4) เรื่อง ปัญหา JBC | สุรชาติ บำรุงสุข
วันหนึ่ง ณ ตึกสันติไมตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถามถึง ‘ไอ้บ๊อบ’ การเมือง ‘ทองใบ ทองเปาด์’ ทนายแม็กไซไซ
ไทยประกันชีวิต เดินหน้าโครงการ ‘เสริมโอกาส สร้างอาชีพ’ ปี 4 ประเดิมที่แรก APCD หนุนกลุ่มเปราะบาง
เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)