ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ฟัง Speech ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยฟังมา

เป็นปาฐกถาครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณของ “พี่อ๊อบ” พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ผมรู้จัก “พี่อ๊อบ” ตั้งแต่เป็นพันเอก

เขาเป็นนักเรียนหลักสูตร ABC ที่ผมกับ “โจ้” ธนา เธียรอัจฉริยะ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร

“พี่เน่ง” ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เชิญ “พี่อ๊อบ” ซึ่งตอนนั้นเป็น ผบ.พล 11 มาเรียน

เขาเป็นนายทหารอาชีพที่เก่งมาก ทันสมัย และรู้เท่าทันโลก

ประทับใจตั้งแต่วันนั้น

จนวันหนึ่ง “พี่อ๊อบ” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด

เขาอยากรู้เรื่อง AI ก็มาสมัครเรียนหลักสูตร V.A.I.P. รุ่นแรก

รุ่นต่อมา เขาก็ส่งนายทหารอีก 2-3 คนมาเรียน เพื่อนำเรื่อง AI ไปใช้กับกองทัพ

ในช่วงเป็น ผบ.สูงสุด ผมคุยกับ “พี่อ๊อบ” น้อยมาก

…เกรงใจ

จะถามอะไรก็กลัวว่าจะอึดอัดในการตอบ

ยกเว้นเรื่องสำคัญจริงๆ ก็จะไลน์หรือโทรศัพท์ไปถาม

จนวันหนึ่ง “พี่อ๊อบ” ไลน์มาหา เชิญไปร่วมพิธีรับ-ส่งหน้าที่และการบังคับบัญชา

ตามประเพณีของทหาร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่พ้นตำแหน่งจะมีการส่งมอบหน้าที่ให้กับคนใหม่

เป็นงานพิธีการมาก

ที่สำคัญเป็นงานเช้า 555

แต่ “พี่อ๊อบ” ถึงขั้นเชิญเอง

ไม่ไปไม่ได้

“พี่อ๊อบ” นั้นเชิญทั้งผม พี่เน่ง โจ้ และอาจารย์เอฟ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม

คนมาร่วมงานเยอะมาก

ช่วงพิธีการก็เป็นไปแบบยิ่งใหญ่ จริงจัง

มีการเซ็นหนังสือ มอบธง กล่าวเทิดเกียรติ กล่าวส่งมอบ และรับมอบ

จนจบพิธีอย่างเป็นทางการ

แต่งานยังไม่จบ เพราะ “พี่อ๊อบ” ขอเพิ่มช่วงหนึ่งขึ้นมาเป็นพิเศษ

เป็นงานแสดงมุทิตาจิตแด่ผู้มีพระคุณต่อกองทัพไทย

“พี่อ๊อบ” อยากขอบคุณผู้คนมากมายในช่วงเวลา 37 ปีของการรับราชการทหาร

นั่นคือ เหตุผลที่ผู้คนมาร่วมงานนี้เยอะมาก

เพราะเขาอยากขอบคุณคนที่เกี่ยวข้อง

คนกลุ่มแรกที่เขาขอบคุณ คือ เหล่าทหารผ่านศึก และเพื่อนร่วมรบกับคุณพ่อของเขา

พล.อ.อิสรพงษ์ หนุนภักดี อดีตผู้บัญชาการทหารบก

“พี่อ๊อบ” บอกว่าคุณพ่อสอนว่าถ้าจะให้ดูต้นแบบนายทหารให้ดูที่คนกลุ่มนี้

เสียงที่ออกมาค่อนข้างสั่น เหมือนจะบอกถึงความรู้สึกตื้นตันใจ

ก่อนจะหยุดนิดหนึ่ง เพื่อคุมอารมณ์

มีหลายช่วงที่เป็นแบบนี้

เขาขอบคุณนายทหาร 2 คนที่ร่วมรบกับเขามาหลายสมรภูมิ

“เขาแสดงให้เห็นว่าความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ยศ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำ”

คนกลุ่มต่อมาที่เขาขอบคุณ คือ แม่บ้าน และคนดูแลสำนักงานกองทัพไทย

เป็น “คนตัวเล็กๆ” ที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง

แต่ละช่วงของการขอบคุณ “พี่อ๊อบ” จะเอ่ยชื่อคนและขอให้ลุกขึ้น

เพื่อให้ทุกคนปรบมือให้

เรื่องราวที่เล่าแต่ละเรื่องก็น่าประทับใจ

เป็นงานที่น่ารักมาก

ผม โจ้ และพี่เน่ง ก็ได้รับเกียรติกล่าวถึงในฐานะ “อาจารย์” ที่ทำให้เขากล้าคิดนอกกรอบ

เรื่องราวของคนแต่ละกลุ่มที่ “พี่อ๊อบ” บรรยายทำให้เราสามารถร้อยเรียงวีรกรรมหลายเรื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

อย่างหน่วยรบพิเศษที่ไปช่วยคนในเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย

เขาไปถึงแม่สายตอน 4 ทุ่ม

“พี่อ๊อบ” ถามว่าพร้อมเข้าช่วยเมื่อไร

“ตอนนี้เลยครับ”

ถามว่ามีแรงช่วยถึงกี่โมง

คำตอบสั้นๆ ที่ทำผมน้ำตาคลอ

“จนกว่าท่านจะสั่งให้หยุดครับ”

“ทหาร” แบบนี้น่ากราบ

จนถึงช่วงสุดท้าย “พี่อ๊อบ” เล่าว่า สิ่งที่เขาอยากทำในวันสุดท้ายก่อนเกษียณ

คือ อยากเจอกับครอบครัว 15 ทหารหาญที่เสียชีวิตจากสงครามไทย-กัมพูชา

เขาอยากขอบคุณ

และอยากกอดทุกคน

ช่วงนี้จอด้านหลังขึ้นรูปทหารหาญที่สละชีวิตป้องกันชายแดน

“พี่อ๊อบ” เล่า 3 เรื่องสุดท้าย

เรื่องแรก คือ การปักธงไตรรงค์ที่ภูมะเขือ

ช่วงนั้น สถานการณ์การสู้รบหนักหน่วงมาก ไม่รู้ว่าจะยึดภูมะเขือได้หรือเปล่า

จนทหารแนวหน้าส่งรูปธงชาติไทยที่ปักอยู่เหนือยอดภูมะเขือกลับมาให้แนวหลัง

เขาจึงมั่นใจว่าเราสามารถยึดพื้นที่นี้ไว้ได้แล้ว

“เสาธงชาติ คือ ไม้จากลังกระสุนที่มาต่อกันแล้วเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา”

เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของนายทหารคนหนึ่ง ที่โดนกระสุนตัดเส้นเลือดใหญ่ที่โคนขา

เลือดออกหนักมาก ต้องรัดขาไว้เพื่อห้ามเลือด

เพื่อนคนหนึ่งขับรถปิกอัพลุยฝ่าดงกระสุนไปช่วยเอาเพื่อนลงมา

เพราะถ้าปล่อยไว้ต้องตายเพราะเสียเลือดแน่ๆ

เขาพาเพื่อนไปที่โรงพยาบาล

ตอนนั้นโรงพยาบาลที่กำลังถูกถล่มอยู่ และหน่วยหลังสั่งให้ทุกคนถอนตัวออกมา

แต่หมอทหารจำนวนหนึ่งไม่ยอม

เขาอยู่ในโรงพยาบาล ยอมเสี่ยงผ่าตัดทหารคนนี้จนปลอดภัย

“พี่อ๊อบ” บอกว่ามีคนอีกมายมายที่เราไม่เคยรู้ว่าเขาต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหนในเหตุการณ์ที่ผ่านมา

และเรื่องสุดท้าย…

“พี่อ๊อบ” เล่าเรื่องจ่าสิบเอกอโณทัย ป้องแก้ว จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยรบพิเศษที่ 3

เขาอยู่กับ “พี่อ๊อบ” มานาน พอเกิดเหตุการณ์ก็อาสาเข้าตีก่อนหยุดยิง

ก่อนเข้าตีเขาเขียนข้อความส่งถึงภรรยาและลูก

“พ่ออยู่หน้าแนว จะอยู่คืนหรือ 2 คืนแล้วจะกลับไปกอด…”

“พี่อ๊อบ” พูดถึงประโยคนี้แล้วเงียบ น้ำตาคลอ กลืนก้อนสะอื้น

“เขาบอกว่าจะกลับไปกอดภรรยาและปกป้อง ลูกชาย”

สถานการณ์คืนนั้น รบกันดุเดือดมาก

ผู้หมวดบุ๊คที่อยู่ข้างหน้าเหยียบกับระเบิด ขาขาด

ทหารที่ตามมาทั้งหมดเจอแรงอัดล้มลง

จ่าอโณทัยรู้ว่าถ้าไม่ไปช่วยเพื่อน ทั้ง 8 คนตายแน่

เขาลุกขึ้นกราดยิง ขว้างระเบิดซ้าย-ขวา

พาทุกคนกลับเข้าพื้นที่ปลอดภัยได้

ภารกิจแรกเสร็จสิ้น “พี่อ๊อบ” เล่าว่าจ่าอโณทัยกลับขึ้นแนวใหม่ วิทยุบอกหัวหน้าว่าจะขอเข้าตีแทนหมวดบุ๊ค

“สำหรับนักรบพิเศษ ไม่มีคำว่ายอมแพ้แม้ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร”

จ่าอโณทัยเข้าตีต่อ และถูกยิงที่หมวกด้านขวา

เขาเสียชีวิตทันที

ไม่ได้กลับไปกอดภรรยาและลูกตามที่สัญญาไว้

“มันเหมือนในหนังเลยครับ” พี่อ๊อบบอก “เหตุการณ์นี้ผมถือว่ากล้าหาญที่สุด เพราะเขาไม่ได้สู้อย่างเดียว”

“แต่เขารักเพื่อนของเขาด้วย”

ผมหันไปมองรอบๆ หลายคนน้ำตาคลอ

บางคนเช็ดน้ำตา

“พี่อ๊อบ” ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ก่อนจบการปาฐกถาครั้งนี้ด้วยคำสั้นๆ

“ผมจะจำวันนี้ไว้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านในการปกป้องแผ่นดินไทย”

“พี่อ๊อบ” ใช้เวลากล่าวมุทิตาจิตประมาณ 30 นาที

สำหรับผม นี่คือ การพูดที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยฟังมา

เพราะเขาพูดด้วยหัวใจ

ขอบคุณ “พี่อ๊อบ”

…พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

PEAKY BLINDERS : THE IMMORTAL MAN | ‘ราชายิปซี’
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (1)
ดันดาดัน : เพราะโลกมีผี เอเลียนถึงบุกโลกไม่ได้
‘Laufey in Bangkok’ ‘เมโลดี้จับใจ’ ในโลกที่เกือบจะไร้ ‘ท่วงทำนอง’
ศธ.ล้างไพ่ พ.ร.บ.การศึกษาฯ โจทย์ใหญ่ อนาคตประเทศ
ช่องว่าง
เข็ดแล้ว พอแล้ว ไม่แต่งงานแล้ว
ฉุด-หนีตาม วัฒนธรรมประชาชน
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (3)
‘ถนน ที่ไม่ได้อยู่ในฝัน’
อัพ สกิล ทางไหน | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | ระหว่าง ปฎิทิน กับ ปฏิรูป สะท้อน ความคิด การเมือง