“แบก”ภาระหนัก | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
“แบก”ภาระหนัก
เมื่อมองไปที่”บิ๊ก(ช่วย)แบก”ของพรรคเพื่อไทยตอนนี้
มองไปที่บิ๊กแบกพื้นฐาน หรือมวลชนพื้นฐาน คือคนเสื้อแดง
แม้เราแลเห็น เสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ไปปักหลัก ทำกิจกรรม เป็นกำลังใจ นายทักษิณ ชินวัตร อยู่หน้าเรือนจำ ทุกสัปดาห์
แต่ กระนั้นถามว่า เป็นการ”จัดตั้ง”หรือเป็น”กระแส” คงพอตอบได้
และคำตอบนั้น ชี้แนวโน้มไปในทางว่ากระแส”อ่อนล้า”ไปมาก
ขณะเดียวกัน ไม่รู้มอง”หาเรื่อง”มากเกินไปหรือไม่
วันที่พรรคเพื่อไทยประกาศแคมเปญเพื่อไทยยกเครื่องใหญ่ เพื่อคัมแบ็ก เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
แม้โทนงานจะมีสีแดงอยู่ แต่กระนั้น ส.ส.และสมาชิกเพื่อไทยเกือบทั้งหมด ถูกกำหนดให้อยู่ในภาพลักษณ์”คนเสื้อขาว”
ทำไมต้อง”เสื้อขาว” ต้องการสื่ออะไร
หรือพรรคเพื่อไทยจงใจให้”ภาพลักษณ์”ความเป็นสีแดง”จางลง”
ต้องติดตามและตีความกันต่อไป
แต่ ก็ต้องยอมรับ โดยภาพรวมกระแส (คนเสื้อ)แดงช่วยแบกเพื่อไทย ลดความเข้มข้นลงแน่
ส่วนที่ยังเข้มข้น และ เป็นบิ๊กแบก ของแท้ สำหรับพรรคเพื่อไทย คือ “ชินวัตร”
คำประกาศ”สู้สู้ นะคะ”ของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นสัญญาณชัดที่สุดของการ”แบก”พรรคต่อไป
แต่กระนั้นต้องยอมรับ คนชินวัตร เผชิญข้อจำกัด ทำให้ “แบก”ได้ไม่เต็มที่
การต้องอยู่ในเรือนจำของนายทักษิณ ทำให้มากด้วยอุปสรรค
ความไม่คล่องตัว ทำให้การขับเคลื่อนการเมือง มีอยู่สูงมาก
โดยเฉพาะ ท่ามกลางกระแส”ขาลง” และ เลือดไหลออก”ไม่หยุด” ของเหล่าส.ส.และบ้านใหญ่
จำเป็น ต้องใช้ผู้มากบารมีสูงๆระดับนายทักษิณ มาบริหารจัดการถึงจะเอาอยู่
แต่กระนั้น นายทักษิณก็เผชิญ”พันธนาการ”จนทำอะไรไม่สะดวกไปหมด
จะพึง”บารมี”ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก็ไม่เพียงพอ
ยิ่งเมื่อไม่สามารถเป็นแคนดิเดตนายกฯได้อีก ยิ่งทำให้บทบาทในการกำหนดทิศทางพรรคน้อยลง
นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยอมรับเองว่า แคนดิเดตนายกฯจะไม่ใช่”คนชินวัตร”
นั่นก็หมายความว่า การขับเคลื่อนพรรคจำต้องพึ่ง”จมูก”คนนอกตระกูล”หายใจ”มากขึ้นไปอีก
ซึ่งก็น่าสนใจมากว่า แคนดิเดตนายกฯ 3 คนจะเป็นใคร และ ขายได้หรือไม่
แน่นอนว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมองเข้าไปในพรรค ตอนนี้ก็ยังหาผู้ที่”เหมาะสม”ไม่ได้
นี่จึงทำให้ เกิดกระแสข่าวแปลกๆ
เช่นข่าว ทาบทามนายวราวุธ ศิลปอาชา มาเป็นแคนดิตเดตนายกฯของพรรค
จริงหรือไม่จริง ไม่รู้
ถ้าจริง ก็มีคำถามว่า แล้ว นายวราวุธ จะเป็น”จุดขาย”ได้จริงหรือ
หากไม่จริง แล้วพรรคเพื่อไทย จะเอาใคร
นี่ก็สะท้อนว่า พรรคเพื่อไทย เกิดภาวะขาด”ผู้นำ”ที่จะเป็นจุดขาย อย่างสำคัญ
จึงเป็นโจทย์ใหญ่ ที่จะต้องรีบตัดสินใจ เพราะเวลาเหลือไม่มาก
การจะไปพึ่งจุดแข็งเดิม คือมุ่งขายนโยบาย โดยไม่ติดยึดตัวบุคคลมากเกินไปนั้น
สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว
เพราะ 2 ปี ที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ก็ไม่อาจสามารถรักษาจุดแข็งนั้นเอาไว้ได้
นโยบาย”เรือธง”กลายเป็นนโยบาย”เรือล่ม” หลายนโยบาย
ดังนั้น เรื่อง”บุคคล” โดยเฉพาะ ผู้ที่จะมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งจะต้องมาเป็น”บิ๊กแบก”เพื่อไทย ลุยศึกเลือกตั้ง จึงเป็นหัวใจที่สำคัญมาก
ลำพัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกมอบให้เป็น “บิ๊กแบก”ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง ถึงจะมีภาพ”ใจถึงพึ่งได้”
แต่กระนั้น แค่ทำให้เลือด”หยุด”ไหล ก็เหน็ดเหนื่อยแล้ว คงไม่อาจแบ่งภาคไปดูทุกเรื่องได้
สิ่งที่”ชินวัตร” ต้องตัดสินใจ เพื่อ คัดสรร “บิ๊ก”มา”แบก” เพื่อไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกฯจึงสำคัญ
จะเป็นใคร จะฮือฮาไหม ขายได้ไหม และมาโดยพิสดารเพียงใด ต้องจับตามอง
—————–
