bg-single

‘มรดกภาพยนตร์ของชาติ’ ประจำปี 2568

12.10.2025

ยิ้มเยาะเล่นหวัว เต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง

งานขึ้นทะเบียน “มรดกภาพยนตร์ของชาติ” ครั้งที่ 15 ประจำ พ.ศ.2568 ที่จัดและดำเนินการโดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็น “วันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย”

โดยภาพยนตร์ 10 เรื่อง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปี 2568 ประกอบไปด้วย

“เสด็จประพาศชะวา พ.ศ.๒๔๗๒” (2472)

“[รวมเหตุการณ์งานสวนสนามสัมพันธมิตรในกรุงเทพฯ พ.ศ.2489]” (2489)

“พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ณ พระเมรุมาศ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๙๓” (2493)

“แผนการณ์ภาคพายัพ” (2489)

“เก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ.2503” (2503)

“[ประมวลฉากเพลง 35 ม.ม. ในหนังไทย 16 ม.ม.]” (2508-2510)

“อยู่กับก๋ง” (2522)

“วันประวัติศาสตร์ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 1 ธันวาคม 2525 ที่บ้านบาก ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร” (2525)

“คู่กรรม” (2531)

“หลานม่า” (2567)

“เสด็จประพาศชะวา พ.ศ.๒๔๗๒” (2472)

ในฐานะที่ได้รับเชิญไปทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการพิจารณาตัดสินภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติประจำปีนี้ และมีโอกาสได้รับชมหนังที่ได้ขึ้นทะเบียนทุกเรื่อง ขออนุญาตเขียนถึง “คุณค่า” ของ “มรดกภาพยนตร์ของชาติ” แต่ละเรื่อง ดังนี้

“เสด็จประพาศชะวา พ.ศ.๒๔๗๒” (2472) มีความพิเศษตรงการเป็น “ภาพยนตร์ส่วนพระองค์” ของในหลวงรัชกาลที่ 7 อันหมายถึง “ภาพยนตร์ที่พระองค์ถ่ายทำเอง” ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินเยือนดินแดนอาณานิคมข้างเคียงสยาม (สิงคโปร์, ชวา และบาหลี)

ด้านหนึ่ง นี่คือภาพยนตร์จาก “มุมมองของกษัตริย์” ซึ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ยุคนั้นเป็นหนึ่งในเครื่องมือบันทึกจดหมายเหตุส่วนพระองค์

อีกด้านหนึ่ง นี่คือภาพยนตร์จากมุมมองของ “คนนอกกึ่งคนใน” ซึ่งมีวัฒนธรรมบางอย่างคล้ายคลึงกัน อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เผชิญหน้ากับปัญหาการเมืองโลกในบางแง่ร่วมกัน กับผู้คนในดินแดนที่ตนเองไปเยือน

แต่ “ผู้บันทึกภาพยนตร์” ก็มีสถานภาพแตกต่างจากผู้คนและดินแดนเหล่านั้น ในฐานะชนชั้นนำจากประเทศที่ “ไม่ตกเป็นอาณานิคม” (หรือบางคนอาจวิเคราะห์ว่าสยามมีสถานะเป็น “ดินแดนกึ่งอาณานิคม”)

“[รวมเหตุการณ์งานสวนสนามสัมพันธมิตรในกรุงเทพฯ พ.ศ.2489]” (2489) เป็นภาพยนตร์สารคดีเชิงข่าวที่น่าตื่นเต้น ตรงที่ผู้ชมจะได้เห็นพระอิริยาบถของในหลวงรัชกาลที่ 8 ในฐานะกษัตริย์ผู้มีสิทธิอำนาจเต็ม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง และก่อนหน้ากรณีสวรรคตไม่นาน

รวมถึงการได้เห็นอิริยาบถของบุคคลสำคัญอื่นๆ ในหน้าประวัติศาสตร์โลก เช่น ลอร์ดหลุยส์ เมานท์แบทเทน เป็นต้น

ส่วน “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ณ พระเมรุมาศ เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๔๙๓” (2493) ถือเป็นบทสนทนาหรือโศกนาฏกรรมต่อเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องก่อนหน้านี้

แม้คนไทยจะสามารถพบเห็นภาพยนตร์สารคดีทำนองนี้อยู่เป็นระยะๆ ในตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยเทคโนโลยีการถ่ายทำที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ภาพที่คมชัดละเอียดลออมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หนังสารคดีเรื่องนี้ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เคลื่อนไหวได้และมีชีวิตชีวา อันทรงคุณค่า จากเมื่อกว่า 7 ทศวรรษที่แล้วอยู่ดี

“แผนการณ์ภาคพายัพ” (2489) และ “วันประวัติศาสตร์ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 1 ธันวาคม 2525 ที่บ้านบาก ต.บ้านบาก อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร” (2525) คือภาพยนตร์สารคดีที่เป็นผลผลิตจากบริบทการเมืองโลกยุคสงครามเย็น ซึ่งไทยหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ขณะที่เรื่องแรกแสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการทางสังคมจิตวิทยาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่กระทำผ่านสื่อภาพยนตร์

เรื่องหลังก็บันทึกจุดคลี่คลาย-ยุติลงของสงครามประชาชนในประเทศไทย เมื่อรัฐไทยปรับเปลี่ยนนโยบายจากการทหารนำการเมืองไปสู่การเมืองนำการทหาร หรือการทหารที่ต้องหันมาปฏิบัติการทางการเมืองอย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น

“[รวมเหตุการณ์งานสวนสนามสัมพันธมิตรในกรุงเทพฯ พ.ศ.2489]” (2489)

“[ประมวลฉากเพลง 35 ม.ม. ในหนังไทย 16 ม.ม.]” (2508-2510) เป็นบันทึกหมุดหมายสำคัญจุดหนึ่งของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย นั่นคือ กระบวนการถ่ายทำ “ฉากเพลง 35 ม.ม.” ซึ่งมีภาพสีคมชัด และบันทึกเสียงลงในฟิล์ม สอดแทรกเข้าไปใน “หนังพากย์สด 16 ม.ม.”

การประมวลฉากเพลง 35 ม.ม. จากภาพยนตร์เรื่อง “ลมหวน” (2508) “กาเหว่า” (2509) “ลมหนาว” (2509) “แสงเทียน” (2509) “มดแดง” (2510) และ “ปิ่นรัก” (2510) นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงการปรับประยุกต์ดัดแปลงวัฒนธรรมภาพยนตร์เพลงจากต่างประเทศ ให้เข้ากับวัฒนธรรมหนังไทยได้อย่างมีเสน่ห์แล้ว

ยังทำให้ผู้ชมได้ประจักษ์ถึงอัจฉริยภาพของคนทำหนังไทยผู้ล่วงลับ โดยเฉพาะ “ดอกดิน กัญญามาลย์”

“คู่กรรม” (2531) นอกจากนวนิยายโดย “ทมยันตี” คนไทยส่วนใหญ่น่าจะรู้จักจดจำ “คู่กรรม” ได้อีกสองฉบับ

นั่นคือ ละครโทรทัศน์เรื่อง “คู่กรรม” (2533) ที่นำแสดงโดยธงไชย แมคอินไตย์ และกมลชนก โกมลฐิติ กำกับการแสดงโดยไพรัช สังวริบุตร และภาพยตร์เรื่อง “คู่กรรม” (2531) ที่นำแสดงโดยวรุฒ วรธรรม และจินตหรา สุขพัฒน์ กำกับการแสดงโดยรุจน์ รณภพ

นี่คือคุณค่าแรกที่หนังเรื่องคู่กรรมฉบับรุจน์คู่ควรกับการเป็น “มรดกภาพยนตร์ของชาติ”

นอกจากนั้น หนังไทยเรื่องนี้ยังแสดงให้เราเห็นถึง “รอยต่อ” บางอย่าง ระหว่างการเป็นมหรสพจากยุค 2510-2520 ที่การดำเนินเรื่องบางส่วนยังซื่อตรงออกเชยๆ กับความประณีตและการให้ความใส่ใจกับกระบวนการทำงานโปรดักชั่นและโพสต์โปรดักชั่น ตามวิถีทางของการผลิตภาพยนตร์ในยุค 2530 เป็นต้นมา

“หลานม่า” (2567)

“เก็บศพไร้ญาติ ครั้งที่ 1 พ.ศ.2503” (2503), “อยู่กับก๋ง” (2522) และ “หลานม่า” (2567)

หนังทั้งสามเรื่องต่างเล่าเรื่องว่าด้วยคนจีน-วัฒนธรรมจีนในสังคมไทย ผ่านท่าที จุดยืน อุดมการณ์ และบริบท ที่ผิดแผกกันไป

“เก็บศพไร้ญาติฯ” เป็นหนังสารคดีที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมราษฎร์ ขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อ และวิถีชุมชนของคนไทยเชื้อสายจีน ที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมความเชื่ออื่นๆ ของท้องถิ่น (ภาคตะวันออก) ได้อย่างละเอียดและน่าตื่นตาตื่นใจ

“อยู่กับก๋ง” ถ่ายทอดวิถีชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีนในทศวรรษ 2490 ซึ่งมิได้เป็น “ลูกจีนรักชาติ” ในแบบไม่กี่ทศวรรษก่อนหน้านั้น กล่าวคือ เป็นลูกจีนที่เกิดในไทย แต่ยังรักชาติจีน ยังอยากต่อสู้เพื่อจีนแผ่นดินใหญ่

ตรงกันข้าม คนไทยเชื้อสายจีนในหนังเรื่องนี้คือลูกจีนที่กตัญญูต่อผืนแผ่นดินไทยและพระบรมโพธิสมภารของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย เป็น “ลูกจีนรักชาติ” ที่แม้ยังใช้ชีวิตในวัฒนธรรมจีน ทว่า ได้กลืนกลายเป็น “คนไทย” อย่างแทบจะสมบูรณ์แล้ว

ปิดท้ายด้วย “หลานม่า” ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ร้าวฉานในครอบครัวเครือญาติแบบจีน และการพยายามธำรงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีทางชาติพันธุ์ที่ถูกท้าทายละเลย ท่ามกลางบริบทของสังคมไทยในทศวรรษ 2560 ที่ถูกรุกคืบโดยระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “สังคมสูงวัย”

ขณะเดียวกัน นี่คือหนังไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านเข้ารอบ 15 เรื่องสุดท้าย ในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม ทั้งยังได้รับความนิยมชื่นชมจากผู้ชมจำนวนมาก (โดยเฉพาะลูกหลานจีน) ในหลายพื้นที่ทั่วโลก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กู้ดบาย แซม นีล
วิดีโอสั้นครองโลก ถอดสูตรปั้นคอนเทนต์ TikTok ให้ติดกระแสในปี 2026
เมื่อ One China บนแผ่นดินไทย ไม่ Smooth : เปิดเบื้องหลังการคุกคาม เทศกาลสารคดีและภาพยนตร์ไต้หวันแห่งประเทศไทยครั้งที่ 8
ส่องลึกอิหร่าน: 12) แผนแบ่งแยกรัฐอิหร่านของอิสราเอล-อเมริกา
E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง