สุดยอด ‘พระขุนแผนเคลือบ’ พิมพ์ใบพุทรา-หลังโรงเหล้า โดดเด่นด้านเมตตามหานิยม
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระกรุเนื้อดินของ จ.พระนครศรีอยุธยาที่หายากมาก คือ พระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล จำนวนพระที่ขุดพบส่วนมากชำรุดเสียหาย ที่สมบูรณ์จริงพบจำนวนน้อยมาก ว่ากันว่าพบประมาณ 200 องค์เท่านั้น
ดังนั้น จึงหายากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามประวัติระบุพระกรุวัดใหญ่ชัยมงคล เป็นพระเครื่องที่สมเด็จพระนเรศวรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ และสมเด็จพระพนรัต ผู้เป็นพระอาจารย์เป็นผู้ปลุกเสกไว้
ยิ่งทำให้เป็นที่นิยม โดยเฉพาะพระพิมพ์ขุนแผนเคลือบที่มีจำนวนน้อย จึงหายากและมีความต้องการสูง
การเปิดกรุวัดใหญ่ชัยมงคล พบทั้งพระบูชาและพระเครื่องจำนวนมากมายหลากหลายพิมพ์ มีทั้งพระเครื่องเนื้อดินเผาและเนื้อชิน
พระเครื่องที่มีความนิยมรองลงมาจากพระขุนแผนเคลือบ คือ พระขุนแผนใบพุทรา
ที่พบมีทั้งเนื้อดินเผาและพระเนื้อชิน แต่พระเนื้อดินเผาจะมีความนิยมมากกว่าพระเนื้อชิน จำนวนพระที่พบมีมากกว่าพระขุนแผนเคลือบ สนนราคาในสมัยก่อนจึงไม่สูงมากนัก แต่ในปัจจุบันก็หาพระแท้ๆ ยากเช่นกัน ของปลอมเลียนแบบก็มีมานานแล้ว

พระขุนแผนใบพุทราเนื้อดินเผา เท่าที่พบมีทั้งชนิดเนื้อดินละเอียด และเนื้อดินหยาบ พุทธลักษณะทรงกรอบนอกมีปีกกลมมน คล้ายใบพุทรา จึงเป็นชื่อเรียกมาแต่โบราณ องค์พระเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยอยู่เหนือกลีบบัวสองชั้น ตรงกลางฐานกลีบบัวมีลักษณะคล้ายเดือยต่อลงมาด้านล่าง
ลักษณะโดยรวมก็ไม่เหมือนกับพระขุนแผนทั่วไป ซึ่งส่วนมากจะเป็นพระประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว แต่คนเฒ่าคนแก่ก็เรียกพระพิมพ์นี้ว่า “พระขุนแผนใบพุทรา” มานมนานแล้ว เนื่องจากเด่นในทุกๆ ด้านทั้งด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด และอยู่ยงคงกระพัน เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว
พระขุนแผนใบพุทราที่เป็นเนื้อชินเงิน เป็นพระที่ไม่มีปีก เป็นการตัดขอบชิดกับองค์พระ มีพบบางองค์ที่มีปีกก็มักจะตัดปีกเป็นรูปห้าเหลี่ยม ไม่มีแบบที่ทำปีกเป็นทรงมน แบบพระเนื้อดินเผาเลย เฉพาะพระเนื้อชินนั้นมีพบพระที่พิมพ์ทรงคล้ายกันในกรุวัดราชบูรณะด้วย แต่ก็มีข้อแตกต่างกันเห็นได้ชัดเจน ตรงรัศมีของกรุวัดใหญ่จะเรียบๆ ของกรุวัดราชบูรณะจะทำเป็นกิ่งโพธิ์และใบโพธิ์ และองค์พระก็จะเขื่องกว่า
ปัจจุบันองค์สวย ราคาสูงและหายากมาก

สําหรับ พระขุนแผนอีก 1 กรุ ณ เมืองกรุงเก่า ที่ต้องกล่าวถึงเช่นกัน เพราะถือเป็น 1 ในพระพิมพ์ขุนแผนที่มีกิตติศัพท์ด้านพุทธคุณเป็นที่เลื่องลือ ทั้งยังมีเนื้อหามวลสารและพิมพ์ทรงเดียวกันกับพระขุนแผนเคลือบ กรุวัดใหญ่ชัยมงคล
คือ มีทั้งพิมพ์อกใหญ่และพิมพ์อกเล็ก จะแตกต่างกันตรงที่เป็นพระที่ยังไม่ได้เคลือบด้วยน้ำยาเท่านั้น
นอกจากนี้ พระกรุนี้ยังไปตรงกับ “พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง จ.สุพรรณบุรี” แต่ต่างกันตรงเนื้อมวลสารที่สร้างด้วยดินขาว ดินเหลือง และดินดำ เป็นหลัก เมื่อเผาแล้วองค์พระจะออกเป็นสีขาวแบบเนื้อกระเบื้อง ทำให้เนื้อพระมีความแกร่งกว่า
ในวงการเรียกขานพระขุนแผนกรุนี้ว่า “กรุหลังโรงเหล้า” หรือบ้างก็เรียก “กรุโรงเหล้า”
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2485 โรงเรียนฝึกหัดครูสตรีประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะเมือง ด้านหน้าติดถนนอู่ทอง ฝั่งตรงข้ามเป็นโรงงานสุราพระนครศรีอยุธยา ซึ่งหันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา หันหลังให้โรงเรียนฝึกหัดครูสตรี ได้ขยายและก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่ม โดยมีผู้ควบคุมการตกแต่งสถานที่ ชื่อ ท่านอาจารย์หลุย ชมชื่น มีคนงานทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยอิสลาม โดยส่วนใหญ่ทำการเกลี่ยดินได้วันละ 50 สตางค์ ในสมัยนั้น
ปรากฏว่าคนงานทำการขุดแต่งโคกโบสถ์ร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยซากอิฐซากปูน ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดสิงห์หลาย” หรือ “วัดสิงห์ทลาย” ลึกลงไปประมาณหนึ่งเมตร คนงานพบพระเนื้อผงสีขาวและสีขาวปนชมพู กระจัดกระจายเกลื่อนเป็นร้อยองค์ และพบหุ่นสิงโตทองคำปะปนอยู่ด้วยตัวหนึ่ง เนื่องจากมีพุทธลักษณะเหมือนพระขุนแผน ที่ขึ้นอยู่ก่อนหน้านี้
จึงเรียกพระที่พบว่า “พระขุนแผน” และเรียกชื่อกรุตามตำแหน่งที่พบ นั่นคือ “หลังโรงเหล้า”
ต่อมาหดสั้นลงเป็น “โรงเหล้า” เมื่อนำพระมารวมกันมีทั้งสมบูรณ์และชำรุดจำนวนเกือบพันองค์ ก็เช่าซื้อกันองค์ละไม่เกินสิบบาท
พระขุนแผน กรุโรงหลังเหล้า (กรุโรงเหล้า) มีพุทธลักษณะและพิมพ์ทรงคล้ายคลึงกับพระที่เรียกว่า “ขุนแผน” ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา คือ องค์พระประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย ภายใต้ซุ้มเรือนแก้ว อันแสดงออกถึงศิลปะสมัยอยุธยา แต่ไม่เคลือบเช่นเดียวกับพระขุนแผนกรุบ้านกร่าง สามารถแยกออกได้เป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์อกใหญ่ เนื้อขาวใบลาน และพิมพ์อกเล็ก หรือพิมพ์แขนอ่อน เนื้อขาวปนชมพู โดยพิมพ์อกใหญ่จะมีความแข็งแกร่งมากกว่าพิมพ์อกเล็ก
พระที่เรียกว่า “พระขุนแผน” ล้วนเป็นที่ยอมรับกันทุกผู้ทุกนามในเรื่องพุทธคุณเข้มขลังที่ครบเครื่องครบครัน โดยเฉพาะด้านเมตตามหานิยมสูงส่ง
ขึ้นชื่อว่า “พระขุนแผน” ไม่ว่ากรุไหน พิมพ์ไหน ล้วนเป็นที่นิยมและเสาะแสวงหากันในวงการนักนิยมสะสมพระเครื่องอย่างกว้างขวางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
