บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
การเมืองที่ไม่แน่นอน
ของ “ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น”
วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2025 พรรคแอลดีพี(自民党) พรรครัฐบาลของญี่ปุ่นได้หัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายชิเงรุ อิชิบะ ที่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคทั้งๆ ที่ยังอยู่ไม่ครบวาระ 3 ปี
ผลการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในรอบ 70 ปี ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคแอลดีพีมาคือ ได้หัวหน้าพรรคเป็นผู้หญิงคนแรก ชื่อ นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)วัย 64 ปี ส.ส.จังหวัดนารา10 สมัย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจและหลายตำแหน่งในพรรคสมัยรัฐบาลนายชินโซ อาเบะ และนายฟุมิโอะ คิชิดะ อยู่ในแวดวงการเมืองมากว่า 30 ปี
และที่น่าสนใจในเส้นทางการเมืองก็คือเธอไม่ได้เกิดในครอบครัวนักการเมืองเหมือนอย่างอดีตนายกรัฐมนตรีชายหลายคน
เช้าวันจันทร์ ตลาดหุ้นนิคเคอิ ตอบรับข่าวนี้ ดัชนีพุ่งขึ้นสูงสุดกว่า 2,380 จุด และยังขึ้นต่อเนื่องอีกหลายวัน ขณะเดียวกันค่าเงินเยนก็อ่อนค่าลงแตะ 152 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
หัวหน้าพรรคชูนโยบายแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงต้องแก้ปัญหาค่าครองชีพที่ยิ่งสูงขึ้นอีกจากค่าเงินเยนอ่อนตัวมาซ้ำเติม
เพิ่งเริ่มต้นสำหรับรัฐบาลใหม่ก็ไม่ง่ายแล้ว !
บทความนี้ประมวลข่าวหัวหน้าพรรคแอลดีพีคนใหม่ถึงช่วงก่อนวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งกำหนดเปิดประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภา พรรคแอลดีพีจะเสนอชื่อ นางทาคาอิชิ ต่อรัฐสภาให้โหวตเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้คือว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น
ภารกิจแรกคือ การแต่งตั้งกรรมการบริหารของพรรคฯ แน่นอนว่าตำแหน่งสำคัญในพรรคเป็นการตอบแทนผู้อยู่เบื้องหลังให้เธอได้ชัยชนะ คือ นายทาโร อาโสะ(麻生太郎)ที่ปรึกษาอาวุโสของพรรค อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า “มุ้งอาโสะ” ผู้ไม่ยอมสลาย “มุ้ง” และมีบารมีมากพอที่จะให้ ส.ส.และ ส.ว.เทคะแนนให้นางทาคาอิชิ ในรอบตัดสินและคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่ง นายชินจิโร โคอิสุมิ(小泉進次郎)
นอกจากหัวหน้าพรรค มีกรรมการรวม 8 คน นายอาโสะ วัย 85 ปี รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ส่วนเลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการพรรคต่างก็เป็นคนใน “มุ้งอาโสะ” นาย โคบายาชิ หนึ่งในคู่แข่งรอบแรกและบอกว่าลงคะแนนรอบตัดสินให้เธอ ได้รับการสมนาคุณด้วยตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ เคยสังกัด “มุ้งนิไค” ผู้ไม่สังกัดมุ้ง คือ ประธานการเลือกตั้งและวิปรัฐบาล นอกนั้น อีก 2 คนเป็นผู้สังกัด “มุ้งโมเตงิ” ตอบแทน นาย โมเตงิ หนึ่งในคู่แข่งที่ลงคะแนนให้เธอในรอบตัดสิน และยังมีอดีตผู้บริหารพรรคที่พัวพันเรื่องเงินทอนและการลงบัญชีรายรับ-จ่ายไม่โปร่งใส(政治と金の問題)(อ่าน สุภา ปัทมานันท์ “เรื่อง ‘เงินทอน’ ของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น” มติชนสุดสัปดาห์ 9 กุมภาพันธ์ 2567) ถูกลงโทษให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ปีคือ นายฮางิอุดะ อดีตประธานฝ่ายยุทธศาสตร์พรรค “มุ้งอาเบะ” กลับมามีหน้าที่ด้วย
เพียงรายชื่อกรรมการบริหารพรรคที่เผยแพร่ออกมาก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า “พลังของมุ้ง” ที่สลายไปเกือบทั้งหมดจากปัญหาเรื่องการลงบัญชีไม่โปร่งใสภายในพรรคและทำให้พรรคตกต่ำลงบัดนี้ “มุ้ง” ฟื้นคืนชีพแล้ว
“มุ้งอาโสะ” ดูจะผงาดขึ้นเป็นแกนนำสำคัญของพรรค
เสียงวิจารณ์ทั้งจากสังคมวงกว้างและพรรคฝ่ายค้านว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ พรรคแอลดีพีก็กำลังย้อนกลับสู่วังวนเดิมที่ทำให้พรรคเสื่อมความน่าเชื่อถือ ทั้งๆ ที่พยายามชูนโยบายหาเสียงว่าจะปฏิรูปพรรคและฟื้นความเชื่อมั่นในพรรคกลับคืนมาให้ได้
ใครจะเชื่อถือได้อีก ?
นางทาคาอิชิพบว่าทางข้างหน้าไม่ราบเรียบเลย เมื่อนาย ไซโต หัวหน้าพรรคโคเม(公明党)พรรคร่วมรัฐบาลมาตลอด 26 ปี หารือว่าสมาชิกพรรคไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรคแอลดีพี และเรื่องการเงินไม่โปร่งใสยังไม่ได้สะสาง
อีกทั้งการที่นางทาคิอิชิ ไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิ(靖国神社)อย่างสม่ำเสมอ ครั้งหลังสุดคือ วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ในโอกาสรำลึกวันสิ้นสุดสงครามโลก 80 ปี นายชินโซ อาเบะ เป็นนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งคนสุดท้ายที่ไปสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ แต่เป็นช่วงปลายปีไม่ใช่ในวันรำลึกสิ้นสุดสงครามโลก และนโยบายอนุรักษนิยมขวาจัดของนาง ทาคาอิชิเกี่ยวกับคนต่างชาติ
หลังรู้ผลการเลือกหัวหน้าพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิหรือไม่? เธอเลี่ยงตอบว่าอยู่ที่ดุลยพินิจตามสถานการณ์ ผ่านไปหลายวันจึงมีข่าวว่าเธอจะไม่ไปสักการะศาลเจ้าในเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้ อ้างว่าเป็นช่วงเวลาที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะมาเยือนญี่ปุ่น
มีข่าวตลอดสัปดาห์ว่าพรรคโคเมอาจจะถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วม เพราะสมาชิกพรรคไม่พอใจพรรคแอลดีพีเกี่ยวกับปัญหาใหญ่เรื่องเงินที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข นโยบายที่เห็นต่างกัน อาทิ ระเบียบการรับเงินบริจาคพรรคการเมืองจากบริษัทเอกชน นอกจากนี้การร่วมรัฐบาลนายอิชิบะ ที่ผ่านมาทำให้พรรคแพ้การเลือกตั้งหลายที่นั่ง นายสุงะ และนายคิชิดะ สองอดีตนายกรัฐมนตรีต้องช่วยเคลียร์
แต่ไม่เป็นผล! วันที่ 10 ตุลาคม นายไซโต หัวหน้าพรรคประกาศตัดขาดพรรคแอลดีพี และจะไม่โหวตให้นางทาคาอิชิเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย แต่จะสนับสนุนเฉพาะนโยบายที่เห็นตรงกัน
พรรคแอลดีพีจะทำอย่างไรต่อไป? จากเดิม 2 พรรครวมกันก็มีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งลดน้อยลงอีก จะเจรจากับพรรคฝ่ายค้านใดเพื่อขอเสียงสนับสนุนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและดึงมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
พรรคฝ่ายค้านอันดับสอง พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(国民民主党)ขณะนี้แสดงท่าทีไม่อยากร่วมรัฐบาลแต่จะสนับสนุนเป็นรายนโยบายที่มีแนวคิดตรงกัน
ถ้าเป็นอย่างนี้ พรรคแอลดีพีกำลังมาถึงทางตัน ? ใคร ๆ ก็ไม่รักเราแล้ว !
พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย(立憲民主党) พรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง เสนอไอเดียชวนพรรคฝ่ายค้านรวมตัวกัน และยอมให้เสนอชื่อนายทามากิ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีแข่งกับนางทาคาอิชิ แต่พรรคประชาธิปไตยฯ ยังไม่เห็นด้วย ให้คำตอบแบบพระเอกว่ามุ่งทำงานเพื่อให้นโยบายสำเร็จเป็นหลัก และมีหลายนโยบายที่เห็นไม่ตรงกับพรรครัฐธรรมนูญฯ
การเมืองญี่ปุ่นมาถึงความไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้นาทีต่อนาที มีข่าวว่าอาจจะเลื่อนวันโหวตนายกฯออกไปหลังวันที่ 15 ตุลาคม พรรคฝ่ายค้านอาจผนึกกำลังกันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่นาง ทาคาอิชิก็เป็นไปได้ !
(ว่าที่)นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ไม่ง่ายเลย…
