bg-single

คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’

21.06.2026

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

หมายเหตุ รายการ “เอ็กซ์-อ๊อก talk ทุกเรื่อง” ช่องยูทูบมติชนทีวี สนทนากับ “ณฐพล บุญประกอบ” ผู้กำกับซีรีส์เรื่อง “ทนายปีศาจ” ทางแพลตฟอร์มเน็ตฟลิกซ์ (ผลงานก่อนหน้านี้ของเขา คือ “สงคราม ส่งด่วน”) ซึ่งกำลังถูกกล่าวถึงในหมู่ผู้ชมอย่างกว้างขวาง

นี่คือแง่คิดว่าด้วยอุตสาหกรรมบันเทิงและสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เราทำซีรีส์แบบนี้ได้
เพราะ “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง”

“เป็นเพราะว่าเงื่อนไขการทำ (ซีรีส์) เรื่องนี้มันอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง (ปกติ) เราไม่ค่อยได้เห็นซีรีส์ที่พูดเรื่องเหล่านี้ (กระบวนการยุติธรรมในสังคมไทย) แบบตรงไปตรงมาและลงรายละเอียดเยอะขนาดนี้

“ผมว่าข้อดีของการทำ (งานร่วมกับ) สตรีมมิ่งที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างเน็ตฟลิกซ์ คือมันมีปัจจัยที่เอื้อให้เกิดเนื้อหาที่หลากหลายได้ เพราะความเสี่ยงมันไม่เหมือนกับการทำหนังเข้าโรง หรือมันไม่ได้เป็นความเสี่ยงในการขายสปอนเซอร์แบบละครช่องหรือรายการทีวี ที่โดยธรรมเนียมมันต้องอาศัยพึ่งพิงทุนต่างๆ

“สมมุติเราทำซีรีส์ลักษณะนี้แล้วต้องไปวิ่งหาทุน ผมว่าน่าจะยากมากที่คนจะกล้าลงทุน เพราะมันเป็น ‘ยาขม’

“คือถ้าเราจินตนาการว่าทำงานมาเหนื่อยๆ เสาร์อาทิตย์ไปดูหนังที่โรงกันดีกว่า ไปดูเรื่องอะไรดี เปิดมา ‘ศาล’ เรื่องกระบวนการยุติธรรมอันเข้มข้น ผมว่าเขาคงไม่ไป เขาคงกำเงินร้อยสองร้อยไปดูอะไรที่บันเทิง สนุกสนาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่มันเป็นชอยส์ที่คนส่วนใหญ่จะเลือก

“แต่พอตอนนี้มันเป็นสตรีมมิ่ง มันมีปัจจัยแน่นอนในเรื่องของทุนการผลิต มันพร้อมจะให้เราสร้างสรรค์โปรดักชั่นที่สมจริงขึ้นมาได้

“ในขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าเรื่องนี้ควรจะถูกสร้าง-ไม่ถูกสร้าง มันไม่ได้อิงกับแหล่งทุนภายนอก มันเป็นการตัดสินใจของแพลตฟอร์มและเราในฐานะคนทำหนังร่วมกันว่า เฮ้ย เราอยากทำเรื่องนี้ ทำกันไหมครับ? ถ้าเขาโอเค เราทำเลย

“มันเลยกลายเป็นข้อดีว่า คนดูมีทางเลือกในการได้ลองชิมอะไร ‘ขมๆ’ ดูบ้าง”

ซีรีส์ที่เก็บเล็กผสมน้อย
จาก “หลายคดี” ในโลกความจริง

“ต้องบอกว่าหลายๆ เหตุการณ์ (ในซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’) มันอ้างอิงจากหลายๆ เคส (ที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ) รวมกัน คือมันไม่ได้มีแบบหยิบหนึ่งเคสมา แล้วทาบลงไปในซีรีส์เลย มันเกิดจากการเก็บเล็กผสมน้อยจาก (คดีจริง) หลายเคสมาสร้างเป็นเคส (สมมุติ) ในหนัง

“รวมถึงมีการที่เราจินตนาการถึงเคสหลายเคสขึ้น แล้วดูความเป็นไปได้โดยการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ ทั้งทางด้านกฎหมาย และการเมืองสังคม ว่าถ้ามันเป็นลักษณะนี้ มันเป็นไปได้จริงไหม? กลไกที่มีในสังคมเรา ทั้งในทางการเมืองหรือกระบวนการยุติธรรม มันจะทำให้เรื่องราวนำไปสู่จุดที่เราต้องการได้ไหม? ผสมกันทั้งสองอย่าง

“จริงๆ ผมคิดว่า (ซีรีส์) มันไม่ได้อิงกับการเมืองปัจจุบัน หมายถึงว่าโดยตอนเขียนและตอนทำ เราไม่ได้โฟกัสกับการเมืองปัจจุบันขนาดนั้น อย่างเช่นเรื่อง ‘คดีอุ้มหาย’ มันไม่ได้ถูกอ้างอิงโดยเคสใดเคสหนึ่ง มันเลยมีทั้งจุดร่วมและจุดต่าง (กับความเป็นจริงนอกซีรีส์) ทั้งในเคสอุ้มหายและเคสอื่นๆ ในซีรีส์”

“ความใจกว้างทางการเมือง”
อันพึงปรารถนา

“สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจส่วนตัวของผม คิดว่าเป็นบทความในมติชน คือเป็นเรื่องความใจกว้างในการเปลี่ยนฝั่งทางการเมือง

“อันนั้นเป็นบทความน่าจะสิบปีแล้ว ที่พูดว่าเราควรจะใจกว้าง ที่จะให้คนได้เติบโตเรียนรู้ทางด้านการเมืองและสังคม ว่าโอเค เราผิดได้ เราถูกได้ และถ้าสมมุติ เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเลือกหรือเชื่อมันผิด แล้วเราเปลี่ยนฝั่ง คนที่เราเปลี่ยนไปหา เขาก็ควรที่จะใจกว้างและเปิดรับคนที่ย้ายฝ่ายมา หรือคนที่เคยเข้าใจผิดมา

“ผมว่า ถ้าเราเห็นอกเห็นใจกัน เรารู้ว่าทุกสิ่งมันซับซ้อนเกินกว่าที่คนคนหนึ่งมันจะ ‘รู้แจ้ง’ ตั้งแต่วันที่หนึ่ง แล้วทุกอย่างมันมีสีเทา มันก็จะทำให้สังคมมีพลวัตที่ดี และเคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดยไม่ติดล็อกว่าจะต้องตายกันไปข้างหนึ่ง”

“โครงสร้าง-อำนาจ-มนุษย์”
ในสังคมไทย

“ผมว่าโดยโครงเรื่อง (ของซีรีส์เรื่องนี้) จะสะท้อนโครงสร้างของอำนาจ เพราะกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในซีรีส์มันไปพัวพันกับโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการนิติบัญญัติ

“มันเห็น ‘ช่องโหว่’ ต่างๆ ทั้งในระบบจุลภาคแบบตัวบทกฎหมาย เทคนิควิธีการซักพยาน เราเห็นช่องโหว่ของการที่เปลี่ยนให้ผิดเป็นถูกได้ในการว่าความ เราเห็นเกมที่ใหญ่ขึ้นในเชิงการเมืองว่า การจะแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของนักการเมือง การผลักดันกฎหมายบางอย่างแลกกับการปกปิดความผิดหรืออะไรก็ตาม เป็นเรื่องของระบบ

“แล้วในอีกสเกลหนึ่ง ก็คือการเห็นคนผ่านตัวละคร เราเห็นคนในฐานะมนุษย์ เราเห็นมนุษย์หลายแบบ เราทำความเข้าใจมนุษย์หลายแบบ ผ่านการตัดสินใจของตัวละครหลายๆ ตัว และมันนำมาสู่คำตอบที่ ‘ตอบได้ยาก’ ผมว่านี่แหละคือสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะสะท้อน

“ในเรื่องของอำนาจ ผมว่าอำนาจมันอยู่ในโครงสร้าง อำนาจมันเป็นสิ่งที่พอโครงสร้างมี ‘รู’ อำนาจย่อมไหลลงไปในรูนั้น อำนาจนอกระบบ-อำนาจในระบบ มันย่อมเห็นช่องว่างดังกล่าว ในโครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุลหรือมีรูโหว่”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)